โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 837 คำ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมราวกับม่านหมอกหนาทึบ บดบังแม้กระทั่งเสียงสะท้อนอันแผ่วเบาจากอดีต ดวงดาวที่ครั้งหนึ่งเคยเปรียบเสมือนดวงประทีปส่องนำทางในกาแล็กซีอันเวิ้งว้าง บัดนี้กลับทรุดโทรมลงทุกขณะ แสงสีม่วงเข้มอันเย็นเยือกที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังและความหวัง บัดนี้มีเพียงริ้วแสงที่ริบหรี่ เกือบจะลับลาไปกับความมืดมิดที่คืบคลานเข้ามา
เมษยืนนิ่งอยู่กลางโถงกว้าง ผนังหินสีดำสนิทที่เคยสะท้อนประกายระยิบระยับราวกับหมู่ดาว บัดนี้กลับด้านมืดมิดจนแทบจะกลืนกินทุกสิ่ง แรงสั่นสะเทือนที่เคยปลุกเร้าเขาให้ตื่นขึ้นจากภวังค์แห่งความทรมาน บัดนี้ได้สงบลงแล้ว ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าอันน่าอึดอัด และความรู้สึกราวกับร่างกายของเขากำลังถูกสูบพลังออกไปอย่างช้าๆ
“นี่คือจุดจบงั้นหรือ” เสียงของเขาแหบพร่า แฝงไว้ด้วยความไม่เชื่อ สายตาจับจ้องไปยังใจกลางของโถง ที่ซึ่งแสงสีม่วงอันริบหรี่กำลังเต้นระริกราวกับชีวิตสุดท้ายของสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะดับลมหายใจ
“ไม่ใช่… ยังไม่ใช่” เสียงหนึ่งดังขึ้นในความคิดของเขา แม้จะไม่มีเสียงเปล่งออกมาจากริมฝีปาก แต่กลับก้องกังวานชัดเจนในจิตสำนึก เสียงที่เขาคุ้นเคย เสียงที่เขาพยายามจะลืมเลือน แต่กลับผุดขึ้นมาเสมอเมื่อเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง
“ท่าน… เจ้าของเสียงนั้น” เมษเอ่ยถามอย่างลังเล
“ข้าคือส่วนหนึ่งของเจ้า เมษ… ความทรงจำของเจ้า… พลังของเจ้า… มันถูกกักขังไว้ในใจกลางแห่งนี้” เสียงนั้นตอบกลับมาอย่างอ่อนแรง
เมษหลับตาลง พยายามรวบรวมสติ ภาพต่างๆ ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ภาพที่พร่าเลือน ภาพของดวงดาวนับพัน ภาพของการต่อสู้ที่ดุเดือด ภาพของใบหน้าที่เขาไม่คุ้นเคย แต่กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด
“ข้า… จำอะไรไม่ได้เลย” เขาพึมพำ
“มันถูกปิดกั้นไว้… ด้วยพลังที่มหาศาล… พลังแห่งการทำลายล้าง… และความกลัว” เสียงนั้นกระซิบ
เมษรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นไปทั่วร่าง ราวกับน้ำแข็งกำลังแข็งตัวอยู่ในเส้นเลือด เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แต่กลับรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังบีบรัดช่องอก ความเจ็บปวดที่เคยมีเมื่อจิตสำนึกของเขาถูกฉีกออกไปเมื่อตอนก่อน ตอนนี้กลับกลายเป็นความรู้สึกชาหนึบ ราวกับว่าเส้นประสาททุกเส้นกำลังค่อยๆ ตายลง
“พลังแห่งการทำลายล้าง… มันคืออะไร” เขาถาม
“คือสิ่งที่กำลังจะกลืนกินดวงดาวแห่งนี้… คือสิ่งที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง… คือความว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งชีวิต… ไร้ซึ่งความหวัง” เสียงนั้นตอบด้วยความเจ็บปวด
เมษลืมตาขึ้นอีกครั้ง แสงสีม่วงที่ใจกลางโถงดูเหมือนจะยิ่งหรี่ลงไปอีก เขาเห็นเงาร่างบางๆ ค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากใจกลางของแสงเงาร่างนั้นดูเหมือนจะกำลังสั่นไหว ราวกับว่าจะสลายไปกับสายลม
“ท่าน… กำลังจะสลายไปงั้นหรือ” เมษถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ข้าคือผู้เฝ้า… ผู้ที่ถูกผนึกไว้… เพื่อปกป้องดวงดาวแห่งนี้… และเพื่อรอคอยผู้ที่จะมารับช่วงต่อ” เงาร่างนั้นตอบ เสียงของมันแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน
“ผู้ที่จะมารับช่วงต่อ… หมายถึงข้าหรือ”
“ใช่… เจ้าคือผู้ที่ถูกเลือก… ผู้ที่สายธารแห่งดวงดาวได้ชี้ทางมา”
เมษเดินเข้าไปใกล้เงาร่างนั้นอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวราวกับต้องฝ่าแรงต้านทานอันมหาศาล ยิ่งเข้าใกล้เท่าไหร่ เขาก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงพลังงานอันแปลกประหลาดที่แผ่ออกมาจากใจกลางของดวงดาว พลังงานนี้ไม่ใช่พลังทำลายล้าง แต่เป็นพลังที่บริสุทธิ์ ทรงอานุภาพ และเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น
“ทำไม… ข้าถึงถูกเลือก” เมษถาม “ข้าเป็นเพียงนักรบ… ข้าไม่เคยคิดถึงเรื่องการเป็นผู้ปกป้อง… หรือผู้ที่ต้องรับภาระอันใหญ่หลวงเช่นนี้”
“โชคชะตา… หรือพรหมลิขิต… ไม่ได้เลือกจากสิ่งที่เจ้าเป็น… แต่เลือกจากสิ่งที่เจ้าสามารถเป็นได้” เงาร่างนั้นตอบ “พลังที่หลับใหลอยู่ในตัวเจ้า… คือพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง… พลังที่สามารถหยุดยั้งความมืดมิดนี้ได้”
เมษยื่นมือออกไปสัมผัสเงาร่างนั้น ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับความเย็นยะเยือก แต่กลับมีความรู้สึกถึงพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายใน ราวกับว่าเขาได้สัมผัสกับแก่นแท้ของดวงดาวแห่งนี้
“แต่ข้า… ข้าไม่รู้ว่าจะใช้พลังนั้นอย่างไร” เมษยอมรับ “ข้าจำอะไรไม่ได้เลย… ความทรงจำของข้า… มันถูกฉีกกระชากออกไป… เหมือนกับจิตสำนึกของข้า”
“นั่นคือสิ่งที่ข้าจะมอบให้เจ้า” เงาร่างนั้นกล่าว “ข้าจะส่งมอบความทรงจำทั้งหมด… ความรู้ทั้งหมด… และพลังที่แท้จริงของเจ้า… แก่เจ้า”
ทันใดนั้น แสงสีม่วงอันริบหรี่ก็พลันสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง สว่างไสวกว่าที่เคยเป็นมา แสงนั้นแผ่กระจายไปทั่วโถงกว้างราวกับจะปลุกทุกสรรพสิ่งให้ตื่นขึ้น เมษรู้สึกถึงแรงกระชากที่รุนแรง ดึงดูดเขาเข้าไปยังใจกลางของแสง
ภาพต่างๆ ผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างรวดเร็วราวกับภาพยนตร์ฉายย้อนกลับ ภาพของดวงดาวระยิบระยับนับล้าน ภาพของจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล ภาพของเผ่าพันธุ์โบราณที่กำลังก่อร่างสร้างอารยธรรม ภาพของการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ ภาพของความพินาศที่น่าสะพรึงกลัว
เขาเห็นตัวเองในหลายภพหลายชาติ เห็นตัวเองในร่างที่แตกต่างกัน เห็นตัวเองในฐานะนักรบ ผู้ปกป้อง นักปราชญ์ และแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือมิติ
ความเจ็บปวดแห่งจิตวิญญาณที่เคยมี บัดนี้กลับกลายเป็นความเข้าใจอันลึกซึ้ง เขารู้สึกถึงสายใยที่เชื่อมโยงเขากับดวงดาวแห่งนี้ และกับจักรวาลอันไพศาล
“ข้า… คือผู้ที่เคยเป็น… ผู้ที่เคยปกป้อง… ผู้ที่เคยนำพา…” เมษพึมพำ ภาพในหัวของเขากำลังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
“ใช่… เจ้าคือส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์… ของตำนาน… และของอนาคต” เสียงของเงาร่างนั้นแผ่วเบาลงไปอีก “แต่ตอนนี้… เจ้าคือเมษ… ผู้ที่จะต้องแบกรับภาระ… ผู้ที่จะต้องตัดสินใจ…”
แสงสีม่วงสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงเสียจนเมษต้องหลับตาปี๋ เขาอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับมีเพียงเสียงร้องที่หลุดลอดออกมา
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง เงาร่างนั้นก็หายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า แต่ในความว่างเปล่านั้น กลับมีพลังงานบางอย่างที่ทรงอานุภาพแผ่ซ่านอยู่ เป็นพลังงานที่คุ้นเคย เป็นพลังงานที่มาจากภายในตัวเขาเอง
ดวงดาวอันไกลโพ้นแห่งนี้ ไม่ได้ดับสูญลงอย่างสมบูรณ์ แสงสีม่วงที่ใจกลางกลับเริ่มเปล่งประกายอีกครั้ง แม้จะยังริบหรี่ แต่ก็มีความหวังซ่อนอยู่ภายใน
เมษมองมือของตัวเอง ปลายนิ้วของเขากำลังเปล่งแสงสีม่วงอ่อนๆ ออกมา แสงนั้นไม่ได้ให้ความรู้สึกเย็นเยือก แต่กลับอบอุ่นราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้า
“ข้า… เข้าใจแล้ว” เขาพึมพำ “ข้าคือ… ผู้ที่ถูกเลือก”
แต่แล้ว ภาพสุดท้ายที่ผุดขึ้นมาในความคิดของเขาก่อนที่ทุกอย่างจะกลับสู่ความชัดเจน คือภาพของความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด กำลังคืบคลานเข้ามาจากภายนอก ราวกับจะกลืนกินแสงสว่างสุดท้ายของดวงดาวแห่งนี้
“การต่อสู้… ยังไม่จบสิ้น” เมษกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น “ความมืดมิด… กำลังมาเยือน…”
ความเงียบงันที่เคยปกคลุม บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่คืบคลานเข้ามา แสงสุดท้ายของดวงดาวที่กำลังจะดับสูญ กำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงยิ่งกว่าที่เคยปรากฏ
สิ่งที่เมษจะได้พบเจอต่อไป ณ จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาลนี้คืออะไร? พลังที่หลับใหลในตัวเขาจะเพียงพอหรือไม่ที่จะเผชิญหน้ากับการคุกคามที่กำลังจะมาถึง?

พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก