โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,036 คำ
แสงสีม่วงเข้มที่เคยเป็นดั่งม่านหมอกแห่งชีวิต ณ ใจกลางของดวงดาวอันไกลโพ้นแห่งนี้ บัดนี้ร่วงโรยจนเหลือเพียงริ้วแสงอันแผ่วเบา ราวกับลมหายใจสุดท้ายของสิ่งมีชีวิตที่ใกล้จะดับสูญ ความเงียบงันที่เคยปกคลุมนั้นหนักอึ้งยิ่งกว่าอวกาศอันเวิ้งว้าง บัดนี้กลับถูกฉีกขาดด้วยเสียงแผ่วเบาอันประหลาด เสียงที่มิใช่เสียงใดที่เมษเคยได้ยินมาก่อน มันเป็นเสียงที่ราวกับมาจากห้วงลึกของความว่างเปล่า เสียงที่กระซิบกระซาบผ่านช่องว่างระหว่างมิติ เสียงที่ปลุกเร้าความรู้สึกอันคุ้นเคยแต่กลับยากจะอธิบาย
เมษยืนนิ่งอยู่กลางโถงที่เคยเต็มไปด้วยพลังอันมหาศาล บัดนี้มีเพียงฝุ่นละอองที่ลอยเอื่อยๆ และแสงสีม่วงอันริบหรี่ที่สาดส่องลงมาเป็นหย่อมๆ ความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามา ไม่ได้มาจากอุณหภูมิภายนอก แต่มาจากความรู้สึกอันโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจ เขารู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่ ณ ขอบเหวแห่งจักรวาล ที่ซึ่งทุกสิ่งกำลังจะสูญสลายไป
"นี่คือจุดจบจริงๆ หรือ..." เมษพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบ
ทันใดนั้น เสียงกระซิบก็ดังชัดเจนขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันราวกับกำลังเรียกชื่อเขาโดยตรง
"เมษ... เจ้ามาถึงแล้ว..."
เสียงนั้นไร้เพศ ไร้รูปร่าง เป็นเพียงคลื่นเสียงที่สั่นสะเทือนอยู่ในกะโหลกศีรษะของเขาโดยตรง มันไม่ได้ดังมาจากภายนอก แต่มาจากภายในจิตสำนึกของเขาเอง
"ใคร... ใครอยู่ที่นั่น?" เมษถามออกไปอย่างระแวดระวัง สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น แต่ทรงอิทธิพลอย่างมหาศาล
"เราคือผู้เฝ้ามอง... ผู้กำหนด... ผู้ที่รอคอย..." เสียงนั้นตอบกลับมา พร้อมกับภาพนิมิตอันพร่ามัวปรากฏขึ้นในความคิดของเมษ ภาพของดวงดาวนับพันนับหมื่นล้านดวงที่กำลังโคจรรอบกันอย่างเป็นระเบียบ ภาพของกาแล็กซีที่กำลังหมุนวนราวกับสายน้ำแห่งกาลเวลา
"ผู้กำหนด? หมายถึง... พรหมลิขิต?" เมษถามด้วยความประหลาดใจ
"พรหมลิขิต... เป็นเพียงนามที่พวกเจ้าเรียกขาน... เราคือแก่นแท้... คือพลังงานแห่งการสร้างสรรค์และทำลายล้าง... คือสิ่งที่ทำให้สรรพสิ่งดำเนินไป..."
เมษหลับตาลง พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ภาพนิมิตค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เขาเห็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของดวงดาวแห่งนี้ ราวกับกำลังถูกฉายภาพยนตร์ย้อนหลัง เขามองเห็นช่วงเวลาที่ดวงดาวแห่งนี้รุ่งเรืองที่สุด แสงสีม่วงอันเจิดจรัสที่เคยส่องสว่างไปทั่วกาแล็กซี เป็นแหล่งพลังงานที่หล่อเลี้ยงชีวิตนับไม่ถ้วน
"ดวงดาวนี้... กำลังจะดับสูญจริงๆ หรือ?" เมษถามอีกครั้ง
"ทุกสรรพสิ่งล้วนมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด... แม้แต่ดวงดาวอันยิ่งใหญ่... ก็มิอาจหลีกหนีสัจธรรมแห่งกาลเวลา..." เสียงกระซิบตอบกลับมา
"แต่... เรามีวิธีที่จะช่วยมันได้ไม่ใช่หรือ? พลังงานจาก... จากจุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล..." เมษเอ่ยอย่างมีความหวัง
"จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล... เป็นเพียงตำนาน... เป็นเพียงภาพลวงตาที่สร้างขึ้นเพื่อหลอกล่อผู้โง่เขลา..."
คำพูดนั้นราวกับน้ำเย็นที่สาดใส่หน้าเมษ เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง "เป็นไปไม่ได้! ข้า... ข้าเคยเห็น..."
"เจ้าเห็นสิ่งที่ถูกจัดฉาก... สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เจ้าไขว่คว้า... เพื่อให้เจ้าหลงทาง..."
เมษสับสน เขาจำได้ถึงภาพนิมิตของจุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล ที่ซึ่งมีพลังงานอันไร้ขีดจำกัดรออยู่ พลังงานที่เขามั่นใจว่าจะสามารถนำกลับมาช่วยดวงดาวแห่งนี้ได้
"แล้ว... แล้วสิ่งที่ข้าเห็นมาตลอด... คืออะไร?"
"คือภาพสะท้อน... คือเงา... คือความหวังที่ถูกบิดเบือน... แต่ถึงกระนั้น... ก็มีความจริงซ่อนอยู่... ความจริงที่รอคอยผู้ที่เข้าใจ..."
เมษครุ่นคิดอย่างหนัก ภาพนิมิตต่างๆ ที่เขาเคยเห็น ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในหัวใจของเขา มันซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายได้
"ถ้าเช่นนั้น... แล้วข้าควรทำอย่างไร? ข้ามาที่นี่... เพื่อจุดประสงค์อันใด?"
"เจ้ามาเพื่อเผชิญหน้า... เพื่อเลือก... เพื่อกำหนดชะตากรรมของเจ้าเอง... และของสรรพสิ่ง..."
"เลือก? เลือกอะไร?"
"เลือกระหว่างการยอมรับความสูญสลาย... หรือการต่อสู้... การต่อสู้ที่แท้จริง... ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลัง... แต่เป็นการต่อสู้ด้วยปัญญา... ด้วยความเข้าใจ..."
ทันใดนั้น ภาพนิมิตก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้มันเป็นภาพของเมษที่ยืนอยู่หน้าประตูกระจกอันมหึมา ประตูนั้นสะท้อนภาพของกาแล็กซีอันเวิ้งว้าง และเบื้องหลังประตูนั้น... คือความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด
"นั่นคือ... จุดสิ้นสุดของทุกสิ่ง?" เมษถามเสียงสั่น
"นั่นคือ... ศักยภาพแห่งความว่างเปล่า... ที่รอคอยการเติมเต็ม... หรือการกลืนกิน..."
"แล้ว... ข้าจะเติมเต็มมันได้อย่างไร?"
"ด้วยพลังแห่งเจตจำนงของเจ้า... ด้วยความรัก... ด้วยความกล้าหาญ... ด้วยความเสียสละ..."
เมษพยักหน้าช้าๆ เขารู้สึกถึงพลังงานอันมหาศาลที่เริ่มไหลเวียนอยู่ในตัวเขา พลังงานที่มิใช่แค่กำลังกาย แต่เป็นพลังแห่งจิตวิญญาณ
"ข้าเข้าใจแล้ว..." เมษกล่าวอย่างแน่วแน่ "ข้าจะเลือกที่จะต่อสู้... ข้าจะไม่ยอมให้สรรพสิ่งสูญสลายไปง่ายๆ..."
"ดี... จงก้าวผ่านประตูนั้นไป... แล้วเจ้าจะได้พบกับบททดสอบที่แท้จริง... บททดสอบที่จะตัดสินว่า... เจ้าคู่ควรกับพลังแห่งการสร้างสรรค์หรือไม่..."
เมษเดินตรงไปยังประตูกระจกอันมหึมา เขาหยุดยืนอยู่หน้าประตูนั้น สัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดอันทรงพลังจากเบื้องหลัง
"แล้ว... แล้วคนอื่นๆ ล่ะ? พวกเขาจะ..."
"พวกเขาจะตามเจ้ามา... เมื่อถึงเวลาอันควร... แต่ตอนนี้... จงเผชิญหน้ากับชะตากรรมของเจ้าก่อน..."
เมษหันกลับมามองดวงดาวอันกำลังจะดับสูญ เขายังคงรู้สึกถึงความปวดร้าวของมัน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความหวังที่ถูกจุดประกายขึ้นมาใหม่
"ข้าจะกลับมา... ข้าจะหาทางช่วยพวกเจ้าให้ได้..." เขาให้สัญญากับตัวเอง
เขาก้าวเท้าข้ามธรณีประตูของประตูกระจกอันมหึมา เข้าสู่ความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด เมื่อเท้าสัมผัสกับพื้นเบื้องหน้า เมษก็รู้สึกราวกับว่าเขาได้ถูกดึงเข้าไปในมิติที่แตกต่างออกไป อากาศรอบตัวหนาวเย็นยิ่งกว่าที่เคย สภาพแวดล้อมรอบตัวเขาว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดให้มองเห็น หรือสัมผัสได้ มีเพียงความมืดมิดอันบริสุทธิ์ ราวกับว่าเขาได้หลุดออกจากความเป็นจริงทั้งหมด
"นี่คือ... จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาลจริงหรือ?" เมษถามกับตัวเองอีกครั้ง
เสียงกระซิบที่เคยได้ยินเมื่อครู่ บัดนี้เงียบสงัดไป ราวกับว่าผู้ที่เรียกเขามา ได้ทำภารกิจของตนสำเร็จแล้ว เมษเหลืออยู่เพียงลำพังในความว่างเปล่าที่ดำมืดนี้
เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นข้างหนึ่ง สัมผัสกับอากาศรอบตัว มันเย็นเฉียบจนรู้สึกได้ถึงกระดูก แต่ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่แตกต่างไป มันไม่ใช่ความว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งสิ่งใด แต่เป็นความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยศักยภาพ ราวกับผืนผ้าใบอันว่างเปล่าที่รอคอยให้จิตรกรมาแต่งแต้ม
ทันใดนั้น ดวงตาของเมษก็เห็นแสงสีขาวนวลปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แสงนั้นค่อยๆ สว่างขึ้น จนกลายเป็นรูปร่างที่คล้ายกับดวงดาวดวงเล็กๆ แสงนั้นไม่ได้สว่างจ้า แต่เป็นแสงที่นุ่มนวล อบอุ่น และให้ความรู้สึกสงบ
"นี่คือ... สิ่งที่ข้ากำลังมองหาหรือ?" เมษพึมพำ
เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ดวงดาวแสงสีขาวนั้น เมื่อเขาเข้าใกล้เท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกถึงพลังงานที่แผ่ออกมา พลังงานนั้นไม่ใช่พลังงานที่รุนแรง หรือกดดัน แต่เป็นพลังงานแห่งการเยียวยา การสร้างสรรค์ และการรวมเป็นหนึ่ง
ขณะที่เมษกำลังจะเอื้อมมือไปสัมผัสดวงดาวแสงสีขาวนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะอันเยือกเย็นดังขึ้นมาจากความมืด
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เจ้าคิดว่าจะผ่านบททดสอบของข้าไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?"
เมษหันขวับไปตามเสียง ภาพเงาตะคุ่มปรากฏขึ้นเบื้องหลังเขา เงาที่ใหญ่โตกว่าทุกสิ่ง ราวกับว่ามันคือเงาของยักษ์ที่กำลังจะกลืนกินทุกอย่าง
"ใคร... เจ้าเป็นใคร?" เมษถามอย่างแข็งกร้าว
"ข้าคือ... ผู้ที่เฝ้ารอคอยการมาถึงของเจ้า... ผู้ที่จะทดสอบเจตจำนงของเจ้า... ผู้ที่จะตัดสินว่า... เจ้าสมควรที่จะถือครองพลังแห่งการสร้างสรรค์หรือไม่..."
เงาตะคุ่มนั้นค่อยๆ ปรากฏรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น มันเป็นรูปร่างที่บิดเบี้ยว น่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงฉานราวกับเปลวไฟแห่งนรก
"เจ้า... เจ้าคือ... ศัตรูของจักรวาล... ผู้ที่ต้องการกลืนกินทุกสิ่ง..." เมษกล่าวด้วยความตระหนัก
"ถูกต้อง! ข้าคือความมืด... ข้าคือความว่างเปล่าที่แท้จริง... และข้าจะกลืนกินทุกสิ่ง... รวมถึงแสงสว่างอันโง่เขลาของเจ้าด้วย!"
เงาตะคุ่มนั้นพุ่งเข้าใส่เมษอย่างรวดเร็ว ราวกับพายุแห่งความมืด เมษรู้สึกได้ถึงแรงลมอันมหาศาลที่พัดปะทะใบหน้าของเขา
"ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำเช่นนั้น!" เมษตะโกน พร้อมกับตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้
แสงสีขาวนวลจากดวงดาวเล็กๆ นั้นสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ราวกับจะให้กำลังใจแก่เมษ
การต่อสู้ครั้งสุดท้าย ณ จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล กำลังจะเริ่มต้นขึ้น... และชะตากรรมของดวงดาวอันไกลโพ้นแห่งนี้... ขึ้นอยู่กับชัยชนะของเมษเพียงผู้เดียว...

พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก