โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 748 คำ
ริ้วแสงสีม่วงที่เคยเปล่งประกายดั่งม่านหมอกแห่งชีวิต บัดนี้เหลือเพียงใยแสงอันบางเบาที่พันเกี่ยวประปรายอยู่รอบกายของเมษ มันมิใช่แสงแห่งความหวังอีกต่อไป หากแต่เป็นเพียงเงาจางๆ ของความรุ่งโรจน์ที่ครั้งหนึ่งเคยมีอยู่บนดาวเคราะห์อันใกล้ดับสูญแห่งนี้ ความเงียบงันกัดกินโสตประสาท ราวกับจักรวาลทั้งมวลกำลังกลั้นหายใจรอคอยบทสรุปอันไม่อาจหลีกเลี่ยง
เมษยืนหยัดอยู่ท่ามกลางความเสื่อมโทรมนี้ ดวงตาของเขามองตรงไปยังศูนย์กลางของปรากฏการณ์อันน่าสะพรึงกลัวนั้น พลังงานที่เคยเปี่ยมล้น บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าอันเยียบเย็น มันกำลังดูดกลืนทุกสรรพสิ่งรอบกายราวกับปากปล่องแห่งความหายนะ โลกใบนี้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้าน เป็นแหล่งกำเนิดของอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ บัดนี้กำลังจมดิ่งสู่ความมืดมิดนิรันดร์
“นี่คือจุดจบแล้วสินะ” เสียงของเมษแหบพร่า สัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่อ่อนแรงลงทุกขณะภายในร่างกายของเขา แม้จะเป็นผู้ที่มีพลังมหาศาลถึงเพียงใด แต่เขาก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรแห่งการเกิด ดับ ของดวงดาว
เขาหลับตาลง สูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสติและพลังที่เหลืออยู่ ภาพของสหายร่วมรบที่พลัดพราก ภาพของโลกที่เคยสดใส ภาพของอนาคตที่วาดหวังไว้ วิ่งวนเข้ามาในหัว ราวกับจะเย้ยหยันชะตากรรมอันโหดร้ายนี้
ทันใดนั้นเอง กระแสพลังงานที่อ่อนแรงลงกลับพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่พลังงานแห่งการดับสูญ หากแต่เป็นเสียงเพรียกที่ดังมาจากส่วนลึกที่สุดของมิติจักรวาล เป็นเสียงที่แสนคุ้นเคย ดังก้องอยู่ในจิตวิญญาณของเขา
“เมษ… ข้าสัมผัสได้ถึงเจ้า… ถึงความทุกข์ของเจ้า” เสียงนั้นอ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยพลังอันไร้ขอบเขต มันไม่ใช่เสียงของสิ่งมีชีวิตที่คุ้นเคย แต่มันคือเสียงของ “แก่นแท้” แห่งจักรวาล เสียงที่เขาเคยได้ยินเพียงครั้งเดียวในอดีตอันไกลโพ้น
เมษเบิกตากว้างขึ้น หัวใจเต้นระรัว นี่คือเสียงของ “ผู้สร้าง” หรือไม่? หรือเป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากจิตใจที่ใกล้จะแตกสลาย?
“ใคร… ท่านคือใคร?” เมษเอ่ยถาม เสียงของเขาสั่นเครือ
“ข้าคือผู้อยู่เหนือทุกสิ่ง… ผู้อยู่เบื้องหลังสรรพสิ่ง… ผู้อยู่ ณ จุดศูนย์กลางแห่งการดำรงอยู่” เสียงนั้นตอบกลับมา “ข้าสัมผัสได้ถึงความกล้าหาญของเจ้า… ถึงความเสียสละของเจ้า… ถึงเจตจำนงอันไม่ย่อท้อของเจ้า”
เมษยืนนิ่ง ปล่อยให้กระแสพลังงานอันมหัศจรรย์นี้ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าในห้วงเวลาแห่งความสิ้นหวังนี้ เขาจะได้เผชิญหน้ากับสิ่งที่เหนือกว่าการรับรู้ของมนุษย์
“ดาวเคราะห์ดวงนี้… ดวงดาวแห่งนี้… กำลังจะสิ้นสุดยุคสมัย” เสียงนั้นกล่าวต่อ “แต่การสิ้นสุดของหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดของทุกสิ่ง… มันคือการเปลี่ยนแปลง… การเกิดใหม่”
“การเกิดใหม่?” เมษถามอย่างไม่เข้าใจ “แต่มันกำลังจะถูกกลืนกิน… ถูกทำลายล้าง…”
“ทุกสิ่งมีวงจร… การดับสูญคือส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์… สิ่งที่สูญสลายไป จะก่อกำเนิดสิ่งใหม่… แม้จะแตกต่าง… แต่ก็ยังคงอยู่” เสียงนั้นอธิบาย “และเจ้า… เมษ… เจ้าคือผู้ที่จะเชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงนี้”
กระแสพลังงานสีม่วงที่อ่อนแรงลง บัดนี้เริ่มสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่สีม่วงอันหม่นหมองอีกต่อไป บัดนี้มันเปล่งประกายด้วยสีรุ้งอันเจิดจ้า ราวกับจะบอกเล่าเรื่องราวของจักรวาลอันกว้างใหญ่
“จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล… ที่นั่นคือที่ซึ่งการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง” เสียงนั้นกล่าว “เจ้าจะต้องไปที่นั่น… เพื่อไขความลับ… เพื่อนำพาแสงสว่างกลับคืนมา”
เมษเข้าใจแล้ว ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่รอบตัวเขา ไม่ใช่ความสงบ แต่คือสัญญาณแห่งการเปลี่ยนผ่าน เป็นช่วงเวลาแห่งการรวมพลังก่อนที่จะถึงจุดสูงสุด
“ข้า… จะไปที่นั่น” เมษกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้จะยังคงอ่อนแรง แต่ความหวังเล็กๆ ที่จุดประกายขึ้นมา กลับแข็งแกร่งกว่าความสิ้นหวังใดๆ
“ดี… ดวงดาวแห่งนี้… จะเป็นกุญแจสำคัญ… เป็นประตูสู่การเดินทางของเจ้า” เสียงนั้นกล่าว
พลันนั้นเอง ใยแสงสีม่วงอันแผ่วเบาที่เคยพันเกี่ยวอยู่รอบกายเมษ บัดนี้กลับรวมตัวกันเป็นเกลียวแสงที่หมุนวนอย่างรุนแรง มันสว่างวาบขึ้น จนเมษต้องยกมือขึ้นป้องตา แสงนั้นไม่ใช่แค่แสงธรรมดา แต่มันคือพลังงานบริสุทธิ์ พลังงานแห่งจักรวาลที่กำลังจะปลดปล่อยออกมา
“จงรวบรวมพลังทั้งหมดของเจ้า… จงเชื่อมั่นในเจตจำนงของเจ้า… แล้วประตูจะเปิดออก” เสียงนั้นกล่าวเป็นคำสุดท้าย ก่อนจะค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงสะท้อนแผ่วเบาในจิตใจของเมษ
เมษยืนอยู่เพียงลำพังอีกครั้ง ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับมาเยือน แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบแห่งความสิ้นหวังอีกต่อไป เป็นความเงียบแห่งการรอคอย เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยพลังอันลึกลับ
เขาหลับตาลง สัมผัสได้ถึงพลังที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในร่างกาย พลังที่เกิดจากการเชื่อมต่อกับ “แก่นแท้” แห่งจักรวาล
“จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล… ข้าจะไปที่นั่น” เมษพึมพำกับตัวเอง
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพเบื้องหน้ากลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เกลียวแสงสีม่วงที่หมุนวนอยู่รอบกายเขา บัดนี้ได้ก่อตัวเป็นประตูแสงอันเจิดจ้า ประตูที่ทอดยาวเข้าไปในมิติที่ไม่คุ้นเคย ภายในประตูนั้น เขาเห็นภาพของดวงดาวนับพัน ดวงดาวที่ส่องประกายแตกต่างกันไป บ้างเป็นสีฟ้า บ้างเป็นสีทอง บ้างเป็นสีเขียว ราวกับเป็นภาพสะท้อนของจักรวาลอันกว้างใหญ่
นี่คือประตูสู่ “จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล” จริงๆ หรือ?
เมษก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล ดวงตาของเขามุ่งมั่นแน่วแน่ เขารู้ดีว่านี่คือการเดินทางครั้งสุดท้าย การเดินทางที่จะตัดสินชะตากรรมของทุกสิ่ง
แต่เมื่อก้าวผ่านประตูแสงนั้นเข้าไป สิ่งที่รอคอยเขาอยู่ หาใช่ภาพของดวงดาวอันงดงามไม่ หากแต่เป็นความว่างเปล่าอันดำมืด เย็นเยียบ และมีบางสิ่งบางอย่างที่กำลังรอคอยเขาอยู่เบื้องลึกของความมืดนั้น
เสียงกระซิบแผ่วเบา เริ่มดังขึ้นมาจากทั่วทุกทิศทาง เสียงนั้นไม่ใช่เสียงแห่งชีวิต หากแต่เป็นเสียงแห่งความสิ้นหวัง เสียงแห่ง “อเวจี” ที่กำลังเรียกหาเขา
“เข้ามา… เมษ… เข้ามาสู่ความว่างเปล่า…”
เมษกำหมัดแน่น เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่รอคอยเขาอยู่คืออะไร แต่เขารู้เพียงว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับมัน เขาคือ “เมษ” ผู้ที่จะไม่ยอมแพ้ แม้จะอยู่ท่ามกลางความมืดมิดเพียงใดก็ตาม
การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย… กำลังจะเริ่มต้นขึ้น… ณ จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล… ที่ซึ่งแสงดาวสุดท้ายกำลังจะปะทะกับเสียงเพรียกจากอเวจี…

พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก