พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว

ตอนที่ 18 — ลมหายใจสุดท้ายแห่งดวงดาว

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 929 คำ

ริ้วแสงสีม่วงที่เคยเปล่งประกายดั่งม่านหมอกแห่งชีวิต บัดนี้เหลือเพียงใยแสงอันบางเบาที่พันเกี่ยวประปรายอยู่รอบกายของเมษ มันมิใช่แสงแห่งความหวังอีกต่อไป หากแต่เป็นเพียงเงาจางๆ ของความรุ่งโรจน์ที่ครั้งหนึ่งเคยมี ดุจเช่นความทรงจำที่เลือนรางของอารยธรรมที่กำลังจะสูญสลายไปตามกาลเวลา ความเงียบงันที่เคยปกคลุมบัดนี้กลับกลายเป็นเสียงกระซิบแผ่วเบาของความสิ้นหวัง คล้ายจะบอกให้เขารู้ว่าเวลาแห่งการรอคอยได้สิ้นสุดลงแล้ว

เมษยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความอ้างว้างนั้น ‌ร่างกายของเขายังคงแข็งแกร่งดุจหินผา แต่ภายในกลับกำลังเผชิญหน้ากับมวลแห่งความว่างเปล่าที่ท่วมท้นทุกอณู ดวงตาคู่คมยังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว ทว่าร่องรอยของความเหนื่อยล้าก็เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน เขาได้เห็นความรุ่งเรืองของดวงดาวนี้มาตั้งแต่ต้น และบัดนี้ เขาก็ต้องมาเป็นประจักษ์พยานของการล่มสลาย

"ท่านเมษ..." เสียงที่แหบพร่าดุจเสียงลมพัดโหยหวนดังขึ้นจากเบื้องหลัง ​ชายชราผู้เป็นหัวหน้าเผ่าแห่งดวงดาว ก้าวเดินเข้ามาหาเขาอย่างเชื่องช้า แสงสีม่วงอันแผ่วเบาของดวงดาวฉายสะท้อนบนใบหน้าอันเหี่ยวย่น ทำให้เห็นร่องรอยแห่งกาลเวลาและความโศกเศร้าอย่างชัดเจน

เมษหันกลับไปมอง "ท่านหัวหน้า มีสิ่งใดรึ" น้ำเสียงของเขาเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความใส่ใจ

"ข้า... ‍ข้ามาเพื่อบอกลา" ชายชราเอ่ยเสียงสั่นเครือ "แสงสุดท้ายแห่งดวงดาวกำลังจะดับสูญแล้ว"

เมษพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ข้ารู้... ข้าสัมผัสได้"

"ท่านคือความหวังเดียวของเรา เมษ" ชายชรากล่าว ดวงตาของเขามุ่งตรงไปยังเมษอย่างแน่วแน่ ‌"แม้ดวงดาวจะดับสูญ แต่อารยธรรมของเรา... จิตวิญญาณของเรา... จะต้องคงอยู่ต่อไป"

"ข้าจะพยายามอย่างสุดกำลัง" เมษกล่าวตอบหนักแน่น "แต่หากปราศจากพลังแห่งดวงดาว... การต่อสู้กับผู้รุกราน... มันช่าง..."

"อย่าสิ้นหวังไปเลย" ‍ชายชราขัดขึ้น "ท่านไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง"

ทันใดนั้นเอง พื้นดินเบื้องล่างของเมษก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสีม่วงอันแผ่วเบาเริ่มสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มิใช่ด้วยความอ่อนแรง หากแต่เป็นพลังอันมหาศาลที่กำลังก่อตัวขึ้น

"นี่มัน..." เมษอุทานด้วยความตกตะลึง

"นี่คือพลังที่สถิตอยู่ในตัวท่าน เมษ" ​ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความปีติ "ไม่ใช่พลังของดวงดาว แต่เป็นพลังที่ท่านนำพามาเอง"

ม่านแสงสีม่วงที่เคยดูบางเบา บัดนี้กลับหนาทึบขึ้นอีกครั้ง มันโอบล้อมร่างของเมษเอาไว้ ราวกับกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเขา เมษรู้สึกได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาในร่าง กายของเขาร้อนผ่าว ​สั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์

"นี่คือ... พรหมลิขิต..." เมษพึมพำ คำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากของเขาโดยไม่รู้ตัว

"ใช่แล้ว เมษ" ชายชรากล่าว "ท่านเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เพื่อเป็นผู้แบกรับจิตวิญญาณของดวงดาวนี้ ​และนำพาไปสู่การเริ่มต้นใหม่"

ขณะที่เมษกำลังซึมซับพลังอันมหาศาลนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน เป็นเสียงแหลมสูงที่บาดแก้วหู แสดงถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา

"พวกมันมาแล้ว!" ชายชราตะโกน "ท่านเมษ... ได้เวลาแล้ว!"

เมษลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาบัดนี้เปล่งประกายด้วยแสงสีม่วงที่เข้มข้นกว่าเดิม พลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของเขากำลังพลุ่งพล่าน เขาเห็นภาพของยานรบสีดำทะมึนของศัตรู กำลังพุ่งทะยานเข้ามาจากฟากฟ้า สีดำทะมึนของพวกมันตัดกับฉากหลังอันมืดมิดของอวกาศ และแสงสีม่วงอันริบหรี่ของดวงดาวที่กำลังจะดับสูญ

"ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันทำลายทุกสิ่ง!" เมษคำราม เสียงของเขากึกก้องราวกับเสียงฟ้าผ่า

ร่างของเมษลอยขึ้นสู่เบื้องบนอย่างรวดเร็ว เขาพุ่งทะยานออกไปเผชิญหน้ากับกองยานรบของศัตรู แสงสีม่วงที่พวยพุ่งออกมาจากตัวเขา ส่องสว่างเจิดจ้า กลายเป็นอาวุธที่ทรงพลัง

"ยานรบของศัตรูกำลังพุ่งเข้ามา!" เสียงของนักรบเผ่าดวงดาวดังขึ้นจากหน่วยสื่อสาร "พวกมันมาพร้อมกับอาวุธทำลายล้างระดับกาแล็กซี!"

เมษไม่ตอบ เขากระโจนเข้าไปกลางกองยานรบของศัตรูอย่างไม่ลังเล แสงสีม่วงที่แผ่ออกมาจากตัวเขา สร้างคลื่นพลังงานที่สั่นสะเทือนไปทั่วอวกาศ ยานรบสีดำทะมึนหลายลำถูกกระแทกจนกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง

"เจ้าพวกอสูรกาย!" เมษตะโกน "พวกแกไม่มีวันได้สิ่งที่ต้องการไปจากที่นี่!"

ยานรบหลักของศัตรู ซึ่งมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร กำลังมุ่งหน้ามาทางศูนย์กลางของดวงดาว มันกำลังจะยิงอาวุธทำลายล้างออกมา

"นั่นไง! ยานแม่กำลังเตรียมยิง!" เสียงของนักรบเผ่าดวงดาวดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก

เมษรับรู้ถึงภัยอันตรายนั้น เขาต้องหยุดยั้งมันให้ได้ แม้ว่าพลังของเขาจะมหาศาลเพียงใด แต่การเผชิญหน้ากับอาวุธระดับกาแล็กซีก็ยังคงเป็นเรื่องที่ยากลำบาก

"ข้าจะสกัดกั้นมันเอง!" เมษประกาศก้อง

เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่มี แสงสีม่วงรอบกายทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันสว่างเจิดจ้าจนแทบจะกลืนกินทุกสิ่ง

"ท่านเมษ! ระวัง!" เสียงของชายชราดังแว่วมา

เมษมองไปยังยานรบหลักของศัตรู มันกำลังจะปล่อยลำแสงทำลายล้างอันมืดมิดออกมา

"ข้าจะไม่ยอมให้พวกแกทำลายความหวังสุดท้าย!" เมษคำราม

เขาพุ่งทะยานเข้าใส่ยานรบหลักของศัตรูอย่างไม่คิดชีวิต แสงสีม่วงจากร่างของเขาปะทะเข้ากับลำแสงทำลายล้างอันมืดมิด เกิดการปะทะกันที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

อวกาศสั่นสะเทือน แสงสีม่วงและสีดำทะมึนต่อสู้กันอย่างดุเดือด เกิดเป็นเปลวเพลิงแห่งพลังงานที่แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ

เมษรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา เขาแทบจะทนไม่ไหว ร่างกายของเขากำลังจะแตกสลาย

"นี่มัน... พลังแห่งจักรวาล..." เมษพึมพำ

ในขณะนั้นเอง เขาก็เห็นภาพนิมิต ภาพของดวงดาวนับพันนับหมื่นดวง กำลังหมุนวนอยู่รอบตัวเขา ภาพของอดีตอันรุ่งเรือง และอนาคตอันไม่แน่นอน

"ข้า... จะต้องสืบทอดเจตนารมณ์นี้ต่อไป!" เมษตั้งปณิธาน

เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มีออกมา พลังสีม่วงอันบริสุทธิ์ได้แผ่ขยายออกไป สกัดกั้นลำแสงทำลายล้างของศัตรูเอาไว้ได้สำเร็จ

การปะทะกันสิ้นสุดลง ยานรบหลักของศัตรูได้รับความเสียหายอย่างหนัก มันกำลังจะระเบิด

"พวกแก... จะต้องชดใช้!" เมษกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้น

เขาพุ่งทะยานเข้าใส่ยานรบที่กำลังจะระเบิดอีกครั้ง เขาต้องการทำลายพวกมันให้สิ้นซาก

แสงสีม่วงอันเจิดจ้าส่องสว่างขึ้นอีกครั้ง เมษดูเหมือนจะกลายเป็นดวงดาวดวงใหม่ที่กำลังจะถือกำเนิด

แต่แล้ว...

ทันใดนั้นเอง สภาพแวดล้อมรอบตัวเมษก็เปลี่ยนไป เขาไม่ได้อยู่ในอวกาศอีกต่อไป

เขาพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ ณ จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล!

รอบตัวเขาคือความว่างเปล่าอันเวิ้งว้าง แต่กลับเต็มไปด้วยดวงดาวนับล้านๆ ดวงที่กำลังหมุนวนอยู่รอบๆ ราวกับเป็นประภาคารแห่งจักรวาล

"ที่นี่คือ..." เมษอุทานด้วยความประหลาดใจ

"ยินดีต้อนรับ สู่จุดกำเนิดแห่งทุกสรรพสิ่ง" เสียงทุ้มลึกอันทรงพลังดังขึ้นมาจากทุกทิศทุกทาง

เมษหันมองไปรอบๆ แต่กลับมองไม่เห็นผู้พูด เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ

"ท่านคือใคร" เมษถาม

"ข้าคือผู้เฝ้ามอง" เสียงนั้นตอบ "ผู้ที่กำหนดพรหมลิขิตแห่งดวงดาว"

เมษยืนนิ่ง เขารู้สึกได้ว่านี่คือจุดสูงสุดของการเดินทางของเขา

"แล้ว... สถานที่แห่งนี้... มีความหมายอย่างไรกับข้า" เมษถามต่อ

"ท่านได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว เมษ" ผู้เฝ้ามองกล่าว "ท่านได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และจิตวิญญาณอันไม่ย่อท้อ"

"ข้าเพียงทำในสิ่งที่ต้องทำ" เมษกล่าว

"แต่สิ่งที่ท่านทำนั้น ได้สั่นสะเทือนถึงใจกลางแห่งจักรวาล" ผู้เฝ้ามองกล่าว "และบัดนี้... ถึงเวลาที่ท่านจะต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่แท้จริงของท่าน"

เมษรู้สึกได้ถึงพลังงานที่กำลังรวมตัวกันอยู่เบื้องหน้าเขา มันสว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์ดวงใหม่ กำลังก่อตัวขึ้น

"ชะตากรรมที่แท้จริงของข้า... คืออะไร" เมษถามเสียงเครือ

"ท่านคือผู้ที่จะต้องตัดสินใจ... ว่าดวงดาวเหล่านี้... จะยังคงหมุนวนต่อไป... หรือจะสูญสลายไปตลอดกาล..."

เสียงของเมษขาดหายไปเมื่อเขากำลังจะถามต่อ ภาพเบื้องหน้าของเขาพลันเลือนรางไป...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
 พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว

พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!