พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว

ตอนที่ 20 — ประกายสุดท้ายใต้เงามรณะ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 771 คำ

ริ้วแสงสีม่วงอันเคยรุ่งเรือง บัดนี้ได้จางหายไปเสียส่วนใหญ่ เหลือเพียงใยแสงอันบอบบาง ราวเส้นผมของดวงดาวที่กำลังจะดับสูญ พันเกี่ยวประปรายอยู่รอบกายของ "เมษ" ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยยืนหยัดเป็นดั่งศูนย์กลางแห่งจักรวาล แสงนั้นมิใช่แสงแห่งความหวังอีกต่อไป ‌หากแต่เป็นเพียงเงาจางๆ ของความรุ่งโรจน์ที่ครั้งหนึ่งเคยครอบครอง มันสะท้อนความสิ้นหวังที่คืบคลานเข้ามา ราวกับเงาแห่งมรณะที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

ดาวเคราะห์ "อาร์เคเดีย" ที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยชีวิตชีวา บัดนี้ได้กลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีครามสดใส ​บัดนี้ถูกย้อมด้วยสีเทาหม่นหมองของฝุ่นผงและเถ้าถ่าน ลมหายใจสุดท้ายของอาร์เคเดีย กำลังจะสิ้นสุดลง

เมษยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน ดวงตาคมกริบของเขามองไปยังทิศทางที่ "เอเทน" ศัตรูคู่อริตลอดกาลของเขากำลังยืนตระหง่านอยู่ เอเทนในชุดเกราะสีดำสนิท ราวกับเงาของความมืดที่ปรากฏกายขึ้นมา ‍ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีแดงฉาน ราวกับจะลุกไหม้ด้วยเพลิงแห่งความอาฆาตแค้น

"เจ้ากำลังจะดับสูญ เมษ" เสียงของเอเทนดังขึ้นแหบพร่า ราวกับเสียงเสียดสีของก้อนหินที่ถูกพายุทะเลทรายพัดกร่อน "พลังของเจ้ากำลังจะหมดสิ้น เหมือนกับอาร์เคเดียแห่งนี้"

เมษไม่ตอบ เขาเพียงแต่ยกมือขึ้น ‌สัมผัสเบาๆ ที่ริ้วแสงสีม่วงอันเลือนรางรอบกาย มันยังคงมีความอบอุ่นอยู่บ้าง แต่ก็เจือด้วยความเหนื่อยล้า ที่สะท้อนมาจากพลังที่กำลังจะหมดไป

"พลังนี้...มันไม่เคยหมดไปง่ายๆ หรอก เอเทน" เมษเอ่ยเสียงเบา ‍แต่ก็หนักแน่น "มันเพียงแต่...เปลี่ยนรูปแบบไป"

เอเทนหัวเราะเยาะ "เปลี่ยนรูปแบบ? หรือเจ้ากำลังจะยอมรับความพ่ายแพ้? พลังของเจ้าได้สิ้นสุดลงแล้ว เมษ ถึงเวลาที่ข้าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ปกครองสูงสุดของจักรวาลนี้!"

"เจ้าคิดผิด" เมษพูด ​ดวงตาของเขาค่อยๆ เปลี่ยนสี จากสีฟ้าครามอันสดใส กลายเป็นสีม่วงเข้ม ราวกับยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว "พลังแห่งจักรวาล...มันไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว"

ทันใดนั้นเอง ริ้วแสงสีม่วงรอบกายของเมษก็เริ่มสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้อ่อนแรงเหมือนเดิม ​มันสว่างไสวและเข้มข้นขึ้น ราวกับดวงดาวที่กำลังจะระเบิดออก แต่กลับถูกควบคุมไว้ด้วยพลังอันมหาศาล

"นี่มัน...เป็นไปได้อย่างไร!" เอเทนอุทานด้วยความตกตะลึง "พลังแห่งชีวิต...กลับมาแล้ว!"

"พลังแห่งชีวิต...มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจักรวาล" เมษตอบ สายตาของเขามุ่งไปยังจุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล ที่บัดนี้กำลังสว่างไสวด้วยแสงสีขาวนวล ​"และเมื่อถึงจุดสุดท้าย...พลังทุกสรรพสิ่งจะหลอมรวมกัน"

เมษก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่ทุกย่างก้าวของเขา กลับส่งเสียงสะท้อนกึกก้องไปทั่วทั้งอาร์เคเดียที่กำลังจะแตกสลาย ริ้วแสงสีม่วงที่เคยพันเกี่ยวรอบกาย บัดนี้ได้แผ่ขยายออกไปปกคลุมทั่วบริเวณ ราวกับผืนม่านแห่งชีวิตที่กำลังจะบังเกิดใหม่

"เจ้ากำลังจะทำอะไร เมษ!" เอเทนตะโกนด้วยความตื่นกลัว เขาสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่กำลังก่อตัวขึ้น พลังที่เหนือกว่าที่เขาเคยเผชิญมา

"ข้ากำลังจะ...คืนชีพอาร์เคเดีย" เมษตอบ เสียงของเขาดังขึ้น ราวกับเสียงกระซิบของดวงดาว "และนำพาชีวิตกลับคืนสู่จักรวาล"

"เป็นไปไม่ได้! เจ้าจะทำลายล้างทุกอย่าง!" เอเทนพุ่งเข้าใส่เมษด้วยความบ้าคลั่ง ดาบแห่งความมืดในมือของเขากระชากแสงสีดำสนิทออกมา

แต่เมษเพียงแค่ยกมือขึ้น ริ้วแสงสีม่วงที่แผ่ขยายออกไป ได้กลายเป็นโล่ที่แข็งแกร่ง ดาบแห่งความมืดของเอเทน ตีเข้ากับโล่แห่งแสงสีม่วง เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ก็ไม่สามารถทำลายโล่นั้นได้

"เจ้าไม่เข้าใจ เอเทน" เมษกล่าว "จักรวาลต้องการสมดุล...ไม่ใช่การครอบครอง"

เมษปล่อยพลังแห่งชีวิตออกมาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้เป็นเพียงริ้วแสง แต่กลายเป็นกระแสธารแห่งพลังสีม่วงที่ไหลทะลักออกมา ราวกับน้ำตกแห่งดวงดาว ไหลท่วมท้นเอเทน

เอเทนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของเขาเริ่มสลายไปเมื่อสัมผัสกับพลังแห่งชีวิต แต่เขาก็ยังคงดิ้นรนต่อสู้ ดวงตาของเขายังคงฉายแววแห่งความอาฆาตแค้น

"ข้า...จะไม่มีวันยอมแพ้!" เอเทนตะโกน พลังแห่งความมืดของเขากระจุกตัวอยู่ที่ใจกลางดวงตาของเขา ราวกับจะเป็นการโจมตีครั้งสุดท้าย

เมษมองไปยังเอเทนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร "เจ้าถูกครอบงำด้วยความมืด...จนมองไม่เห็นแสงสว่าง"

เมษรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี คราวนี้มันไม่ได้เป็นเพียงแสงสีม่วงอีกต่อไป แต่กลับเป็นสีรุ้งที่ส่องประกายเจิดจ้า สีรุ้งแห่งการกำเนิด สีรุ้งแห่งการเปลี่ยนแปลง สีรุ้งแห่งจักรวาล

"นี่คือ...พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว" เมษกล่าว เสียงของเขากลายเป็นเสียงประสานของดวงดาวหลายพันดวง

เมษปล่อยพลังสีรุ้งออกไป มันพุ่งเข้าใส่เอเทนราวกับสายฟ้า ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดของเอเทน ร่างกายของเขาก็สลายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเศษผงธุลีที่ล่องลอยไปตามกระแสลม

เมื่อเอเทนสลายไป เมษก็หันกลับไปมองยังจุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล แสงสีขาวนวลนั้น บัดนี้ได้แผ่ขยายออกไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ราวกับจะเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง

เมษรู้สึกถึงพลังอันมหาศาลที่ไหลเวียนเข้ามาในตัวเขา เขาไม่ใช่เพียงแค่เมษอีกต่อไป แต่เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล เป็นดั่งหัวใจที่เต้นอยู่ในใจกลางของทุกสิ่ง

"อาร์เคเดีย...จงกลับคืนสู่ชีวิต" เมษกล่าว เสียงของเขาดังก้องไปทั่วอวกาศ

ทันใดนั้นเอง แสงสีรุ้งก็สาดส่องลงมายังอาร์เคเดียที่กำลังจะแตกสลาย ฝุ่นผงและเถ้าถ่านค่อยๆ สลายไป แทนที่ด้วยพลังงานแห่งชีวิต ต้นไม้เริ่มงอกงาม ดอกไม้เริ่มเบ่งบาน ท้องฟ้ากลับมาเป็นสีครามสดใสอีกครั้ง

เมษยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางอาร์เคเดียที่กำลังกลับคืนสู่ชีวิต เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในกาย แต่ก็รู้สึกถึงความว่างเปล่าที่กำลังคืบคลานเข้ามาเช่นกัน

"การต่อสู้...สิ้นสุดลงแล้ว" เมษกล่าว

แต่แล้ว เขาก็รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากเบื้องลึกของจักรวาล บางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัวและทรงพลังกว่าเอเทนหลายเท่า

"นี่...มันคืออะไรกันแน่?" เมษอุทาน ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

แสงสีขาวนวลที่เคยสาดส่องจากจุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล บัดนี้กลับเริ่มหมองมัวลง แทนที่ด้วยเงาดำทะมึนที่กำลังคืบคลานเข้ามา ราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

เมษรู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลที่กำลังก่อตัวขึ้น แต่คราวนี้มันไม่ใช่พลังแห่งชีวิต หรือพลังแห่งการทำลายล้าง แต่มันคือพลังที่ไม่อาจเข้าใจได้ เป็นพลังที่มาจากเบื้องลึกของความว่างเปล่า...

"ถึงเวลา...เผชิญหน้ากับจุดศูนย์กลางแห่งจักรวาลจริงๆ แล้วสินะ" เมษกล่าว ด้วยน้ำเสียงที่เจือด้วยความท้าทาย...และความหวังสุดท้าย

หน้านิยาย
หน้านิยาย
 พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว

พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!