ตอนที่ 21 — เปลวเพลิงสุดท้ายแห่งจักรวาล
พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว · 30 ตอน
เมษยืนนิ่งราวกับประติมากรรมแห่งความสิ้นหวัง ริ้วแสงสีม่วงที่เคยสว่างไสว โอบอุ้มเขาไว้ด้วยพลังอันมหาศาล บัดนี้เหลือเพียงใยบางๆ ราวกับเส้นผมของดวงดาวที่กำลังจะตาย พันเกี่ยวรอบกายที่ไร้เรี่ยวแรง มันคือเครื่องยืนยันถึงความเสื่อมสลาย ความอ่อนแอที่กัดกินเข้าไปในทุกอณูของตัวตน
ดาวเคราะห์อันไกลโพ้นที่เคยเป็นบ้านของเขา กำลังสั่นคลอนครั้งสุดท้าย ก่อนจะกลืนกินตัวเองเข้าสู่ความว่างเปล่า เสียงคำรามของพลังงานที่ปะทุและสลายตัวดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของเมษ เขาหลับตาลง สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของดวงดาวที่กำลังดับสูญ ราวกับเป็นความเจ็บปวดของหัวใจที่แหลกสลาย
“เป็นไปไม่ได้…” เสียงแหบพร่าหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก “พลังแห่งดวงดาว… พลังแห่งชีวิต… มันจะจบลงเช่นนี้เชียวหรือ?”
เขาจำได้ถึงวันวาน เมื่อครั้งที่เขาคือศูนย์กลางแห่งพลังอันยิ่งใหญ่ ริ้วแสงสีม่วงทอประกายรอบกายดุจม่านแห่งเทพบุตร การดำรงอยู่ของเขาคือความหวังของเผ่าพันธุ์ คือเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งจากภัยคุกคามภายนอก แต่บัดนี้… ทุกสิ่งกลับกลายเป็นเถ้าธุลี
“ข้า… ไม่ได้อ่อนแอถึงเพียงนี้…” เมษพยายามรวบรวมกำลังที่เหลืออยู่ ฝ่ามือหยาบกร้านที่เคยสั่นสะเทือนภูผา บัดนี้สั่นเทาเล็กน้อยเมื่อยกขึ้นมามอง มันมีรอยไหม้เกรียมจากการต่อสู้ที่ผ่านมา รอยแผลเป็นเหล่านี้คือเครื่องเตือนใจถึงการเผชิญหน้ากับเหล่าศัตรูที่ไร้ซึ่งความปรานี
“ท่านเมษ! ท่านยังไหวอยู่หรือไม่!”
เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นมาท่ามกลางเสียงคำรามของจักรวาลที่กำลังจะแตกสลาย เมษลืมตาขึ้น มองไปยังร่างที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างสุดกำลัง ร่างนั้นคือ ‘อิสระ’ สหายผู้ภักดีที่อยู่เคียงข้างเขามานานแสนนาน ดวงตาของอิสระฉายแววแห่งความกังวลและความมุ่งมั่น
“อิสระ… เจ้ามาทำไมที่นี่?” เมษถามเสียงแผ่วเบา “ที่นี่คือจุดจบ… เจ้าควรจะถอยทัพหนีไปเสีย”
อิสระส่ายหน้าอย่างแรง “ไม่! หากท่านอยู่ที่นี่ ข้าก็จะอยู่ที่นี่! ข้าไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งท่าน ท่านคือผู้นำของพวกเรา คือผู้ที่มอบชีวิตใหม่ให้แก่เผ่าพันธุ์ของเรา!”
อิสระกระโดดเข้ามาประชิดตัวเมษ เขาเห็นสภาพของเมษแล้วหัวใจก็หล่นวูบ ริ้วแสงสีม่วงที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังของเมษ บัดนี้บางเบาจนน่าใจหาย “ท่าน… ท่านเสียพลังไปมากเพียงใด?”
“พลังแห่งดวงดาว… มันกำลังจะดับสูญไปพร้อมกับดาวเคราะห์ดวงนี้” เมษตอบเสียงเศร้า “ข้า… ไม่สามารถต้านทานมันได้อีกต่อไป”
“ไม่! อย่าเพิ่งหมดหวัง!” อิสระตะโกน “ยังมีหนทาง! เรายังมี ‘แก่นแท้แห่งดวงดาว’ ที่รอให้ท่านปลุกมันขึ้นมา!”
“แก่นแท้แห่งดวงดาว…” เมษพึมพำ ชื่อนั้นฟังดูคุ้นหูเหลือเกิน… ใช่แล้ว มันคือตำนานที่เล่าขานกันมานาน มันคือแหล่งพลังงานอันไร้ขีดจำกัดที่ถูกซ่อนเร้นไว้ ณ จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล
“แต่… จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล… มันอยู่ที่ไหน?” เมษถาม
“ข้ารู้!” อิสระตอบอย่างแน่วแน่ “ข้าได้ยินจากผู้เฒ่าของเรา… ผู้ที่จะนำทางเราไปสู่จุดนั้นได้ คือ ‘ดวงดาวแห่งการชี้นำ’ ที่จะปรากฏขึ้นในยามที่จักรวาลกำลังจะถึงกาลอวสาน”
ทันใดนั้นเอง แสงสว่างสีขาวเจิดจ้าก็สาดส่องลงมาท่ามกลางความมืดมิดของจักรวาลที่กำลังจะดับสูญ แสงนั้นไม่ได้ร้อนแรงเหมือนดวงอาทิตย์ แต่กลับนุ่มนวล อบอุ่น และเต็มไปด้วยพลังงานอันบริสุทธิ์ มันส่องประกายนำทาง ราวกับเข็มทิศแห่งจักรวาล
“นั่นไง! ดวงดาวแห่งการชี้นำ!” อิสระชี้ไปยังแสงสว่างนั้นด้วยความตื่นเต้น “เราต้องไปที่นั่น!”
เมษมองไปยังแสงนั้นด้วยแววตาที่เริ่มมีความหวัง เขาเห็นความเป็นไปได้บางอย่าง… บางสิ่งที่อาจจะยังไม่สายเกินไป “อิสระ… เจ้าจะพาข้าไปที่นั่นได้จริงหรือ?”
“แน่นอน! ตราบใดที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ข้าจะพาไปถึงที่สุด!” อิสระตอบด้วยความมุ่งมั่น เขาประคองเมษที่อ่อนแรงให้ลุกขึ้นยืน
“เราต้องไปที่จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล… ไปยังที่ที่ ‘แก่นแท้แห่งดวงดาว’ สถิตอยู่” เมษกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น “เพื่อจุดประกายแห่งชีวิตครั้งสุดท้าย… เพื่อไม่ให้ทุกสรรพสิ่งต้องดับสูญไปกับความว่างเปล่า”
ทั้งสองมองหน้ากัน ความเข้าใจที่ลึกซึ้งก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขา แม้ว่าร่างกายจะอ่อนล้า แต่จิตวิญญาณกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
“แต่… ศัตรูของเรา…” อิสระเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล “พวกมันคงไม่ปล่อยให้เราไปได้ง่ายๆ”
“ไม่ต้องห่วง” เมษกล่าว “ข้าจะใช้พลังที่เหลือทั้งหมด… เพื่อเปิดทางให้เรา”
ทันใดนั้นเอง ร่างเงาขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นจากความมืดมิด มันคือ ‘ราชาแห่งความว่างเปล่า’ ศัตรูตัวฉกาจที่คอยตามล่าเมษมาตลอด ร่างของมันดำมืดไร้รูปร่างที่แน่นอน มีเพียงดวงตาสีแดงฉานที่เปล่งประกายแห่งความอาฆาตแค้น
“แก… ยังไม่ตายอีกหรือ เมษ?” เสียงของราชาแห่งความว่างเปล่าดังก้องราวกับเสียงลมพายุ “ข้าคิดว่าเจ้าคงจะกลายเป็นเพียงฝุ่นธุลีไปแล้วเสียอีก”
“ข้าจะตาย… ก็ต่อเมื่อทุกสรรพสิ่งในจักรวาลนี้ดับสูญไป” เมษตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความท้าทาย
“ฝันไปเถอะ!” ราชาแห่งความว่างเปล่าหัวเราะก้อง “ข้าจะเฝ้ามองดูเจ้า… เฝ้ามองดูความสิ้นหวังของเจ้า… จนกว่าเจ้าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความว่างเปล่า… ตลอดกาล!”
ราชาแห่งความว่างเปล่าชูแขนขึ้น ลำแสงสีดำทะมึนพุ่งตรงมายังเมษและอิสระ
“หลบเร็ว!” อิสระตะโกน
เมษยกแขนขึ้น เผชิญหน้ากับลำแสงนั้น แสงสีม่วงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดรอบกายเขา ส่องประกายขึ้นมาอย่างสิ้นหวัง มันคือการต่อสู้ครั้งสุดท้าย การต่อสู้เพื่อปกป้องทุกชีวิตที่ยังเหลืออยู่
“ข้า… จะไม่ยอมให้เจ้าทำลายทุกสิ่ง!” เมษตะโกนสุดเสียง พลังอันอ่อนแรงของเขาระเบิดออกปะทะกับลำแสงสีดำ พลังงานอันมหาศาลปะทะกันอย่างรุนแรง เสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วห้วงอวกาศ
แม้ว่าพลังของเมษจะริบหรี่ลง แต่ประกายแห่งความมุ่งมั่นในดวงตาของเขากลับลุกโชนขึ้นมาใหม่ มันคือเปลวเพลิงสุดท้ายแห่งจักรวาล ที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งเพื่อปกป้องสิ่งที่เขารัก
“ไปกันเถอะ อิสระ!” เมษตะโกน “ก่อนที่ข้าจะต้านทานมันได้ไม่นาน!”
อิสระพยักหน้า เขาประคองเมษให้ก้าวเดินไปข้างหน้าตามทิศทางของดวงดาวแห่งการชี้นำ ท่ามกลางการปะทะกันของพลังอันรุนแรง
บทต่อไปจะเป็นการเดินทางสู่จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล การเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และการค้นพบความลับที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังการดำรงอยู่ของแก่นแท้แห่งดวงดาว เมษจะสามารถปลุกพลังที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นมาได้หรือไม่? และการต่อสู้ครั้งสุดท้ายนี้ จะนำพาจักรวาลไปสู่ความหวัง หรือความพินาศ?
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก