ตอนที่ 25 — เปลวเพลิงสุดท้ายแห่งจักรวาล

ตอนที่ 25 — เปลวเพลิงสุดท้ายแห่งจักรวาล

พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว · 30 ตอน

สายตาของเมษเลื่อนลอย จ้องมองไปยังความว่างเปล่าที่บัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยริ้วแสงสีม่วงที่อ่อนแรงลงทุกขณะ มันไม่ใช่แสงแห่งพลังที่เคยทะลวงทะลวงทุกสรรพสิ่ง แต่เป็นแสงสุดท้ายที่ริบหรี่ราวกับชีวิตของดวงดาวที่ใกล้จะดับสูญ มันพันธนาการเขาไว้ ราวกับโลงแก้วที่กำลังจะแหลกสลาย เสียงกระซิบแผ่วเบาของพลังที่เคยหล่อหลอมเขาบัดนี้กลับกลายเป็นเสียงสะอื้นที่ปวดร้าว "นี่คือจุดจบแล้วหรือ" ‌ความคิดนั้นแวบผ่านเข้ามาในห้วงคำนึง ราวกับเงามายาที่กำลังจะเลือนหายไป

"ไม่... ยังไม่จบ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากเบื้องหลังของเมษ เป็นเสียงที่คุ้นเคย เป็นเสียงของคนที่จะไม่มีวันยอมแพ้ต่อโชคชะตา แม้นในยามที่ทุกสิ่งดูเหมือนจะสิ้นหวังที่สุด เมษค่อยๆ ​หันกลับไปช้าๆ ร่างกายที่อ่อนเปลี้ยนั้นแทบจะประท้วงต่อการเคลื่อนไหว แต่ความหวังที่จุดประกายขึ้นใหม่ก็ผลักดันให้เขาก้าวผ่านความเจ็บปวดไปได้

เบื้องหน้าของเขาคือ "อัคคี" จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งดวงดาวนิรันดร์ ผู้ซึ่งพลังเพลิงของเขาเคยเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล บัดนี้ อัคคีปรากฏกายขึ้นด้วยชุดเกราะสีแดงฉานที่ส่องประกายราวกับลาวาเดือดพล่าน ‍ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่น ท่ามกลางความมืดมิดของจักรวาลที่กำลังจะดับสูญ

"เจ้ากำลังจะยอมแพ้หรือ เมษ" อัคคีถาม เสียงของเขาทุ้มลึก แต่เต็มไปด้วยความเร่งเร้า "หรือเจ้าจะปล่อยให้ความสิ้นหวังกลืนกินเจ้าไปเช่นเดียวกับดวงดาวที่กำลังจะตายเหล่านี้"

เมษส่ายหน้าช้าๆ ริ้วแสงสีม่วงที่พันธนาการเขายังคงบีบรัด ‌แต่มันไม่อาจหยุดยั้งจิตใจที่ยังคงเด็ดเดี่ยวได้ "ข้าไม่เคยคิดจะยอมแพ้" เสียงของเขาแหบแห้ง แต่แฝงไว้ด้วยพลังที่ซ่อนเร้น "แต่พลังของข้า... มันกำลังจะหมดลง"

"พลังที่แท้จริง หาได้จากแหล่งกำเนิดอันไร้ขีดจำกัด เมษ" ‍อัคคีกล่าว พร้อมกับก้าวเข้าไปหาเมษอย่างช้าๆ "พลังที่เจ้าได้รับจากดวงดาวที่กำลังจะตายนั้น มันก็เหมือนกับแสงสะท้อนของดวงตะวันสุดท้ายที่กำลังจะลับขอบฟ้า มันงดงาม แต่มันก็ไม่อาจยั่งยืน"

อัคคีชูมือขึ้น เปลวไฟสีแดงเพลิงพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา เปลวไฟนั้นไม่ใช่เปลวไฟธรรมดา ​มันคือเปลวไฟแห่งการสร้างสรรค์ เปลวไฟแห่งชีวิต ที่เคยส่องสว่างในยุคกำเนิดแห่งจักรวาล "นี่คือพลังที่แท้จริง เมษ พลังที่หลอมรวมดวงดาวทุกดวงเข้าไว้ด้วยกัน พลังที่เชื่อมโยงทุกชีวิตในจักรวาล"

เมษมองดูเปลวไฟนั้นด้วยความทึ่ง มันไม่ได้มีความร้อนแรงอันน่าสะพรึงกลัวเหมือนเปลวไฟทั่วไป ​แต่กลับมีความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาสู่จิตวิญญาณ ราวกับอ้อมกอดอันอบอุ่นจากผู้เป็นมารดา

"พลังนี้... ข้าจะได้มันมาได้อย่างไร" เมษถาม ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความปรารถนา

"เจ้าต้องปลุกมันขึ้นมาในตัวเจ้าเอง เมษ" อัคคีตอบ "เจ้าต้องหลอมรวมความเจ็บปวด ​ความสิ้นหวัง และความรักทั้งหมดที่เจ้าเคยสัมผัสเข้าไว้ด้วยกัน แล้วจุดประกายมันให้ลุกโชนเป็นเปลวเพลิงแห่งการดำรงอยู่"

"แต่ข้า... ข้าไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน" เมษกล่าวด้วยความสับสน

"เจ้าเคยยืนอยู่บนดาวเคราะห์ที่กำลังจะดับสูญ มองดูผู้คนของเจ้าต้องทนทุกข์ทรมาน" อัคคีกล่าว "เจ้าเคยเห็นความหวังสุดท้ายของพวกเขาที่ฝากไว้ในตัวเจ้า นั่นคือความรัก ความห่วงใย และความรับผิดชอบที่เจ้ามีต่อพวกเขา จงใช้สิ่งเหล่านั้นเป็นเชื้อเพลิง"

"ความเจ็บปวดที่เจ้าได้รับจากการสูญเสีย... จงเปลี่ยนมันให้เป็นพลังแห่งการปกป้อง อย่าปล่อยให้ใครต้องพบเจอชะตากรรมเดียวกันอีก"

"และความรักอันบริสุทธิ์ที่เจ้ามีให้กับ... เธอคนนั้น" อัคคีกล่าว พร้อมกับชี้ไปยังกลุ่มดาวที่อยู่ไกลออกไป แสงสีม่วงที่พันธนาการเมษบัดนี้ดูเหมือนจะสว่างไสวขึ้นเล็กน้อย เมื่อเขาได้ยินคำนั้น

เมษหลับตาลง ความทรงจำต่างๆ หลั่งไหลเข้ามา ราวกับคลื่นสึนามิ เขาเห็นภาพใบหน้าของ "นารา" ดวงตาของเธอที่เต็มไปด้วยความรักและความหวัง ภาพการต่อสู้ที่ผ่านมา ภาพความสูญเสียที่เขาต้องแบกรับ ความรู้สึกผิดที่เกาะกินหัวใจ เขายังจำเสียงหัวเราะของเด็กๆ ในหมู่บ้าน เสียงเพลงที่แม่ของเขาเคยขับกล่อม เสียงกระซิบของเธอในยามค่ำคืน

ความเจ็บปวด ความโศกเศร้า ความรัก ความหวัง ความผิดหวัง ทุกสิ่งทุกอย่างหลั่งไหลเข้ามาประดังประเดเข้าไปในห้วงความคิดของเขา มันหนักอึ้งราวกับก้อนหินที่ทับถมอยู่ในอก แต่เมื่อเขามองไปยังอัคคี เขาก็เห็นประกายแห่งความหวังในแววตาของจอมยุทธ์ผู้นี้

"ข้า... ข้าจะลอง" เมษกล่าว เสียงของเขาเริ่มหนักแน่นขึ้น

อัคคีพยักหน้า "ดีมาก เมษ จงหายใจเข้าลึกๆ แล้วปล่อยให้ความรู้สึกทั้งหมดไหลผ่านตัวเจ้าไป อย่าต่อต้านมัน จงยอมรับมัน"

เมษสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อากาศที่แสนจะเบาบางในอวกาศกลับรู้สึกหนักอึ้งราวกับมันกำลังจะถูกบดขยี้ ความเจ็บปวดที่เคยถูกกดทับไว้บัดนี้ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง มันทิ่มแทงเข้าไปในทุกอณูของร่างกาย ราวกับมีคมมีดนับพันกรีดแทงเขาจากภายใน

"อ๊ากกก!" เมษร้องออกมาอย่างสุดเสียง ริ้วแสงสีม่วงที่พันธนาการเขากระตุกอย่างรุนแรงราวกับจะขาดสะบั้น

"จงปลดปล่อยมันออกมา เมษ!" อัคคีตะโกน "ปลดปล่อยทุกอย่างที่เจ้าเคยแบกรับ!"

เมษกัดฟันแน่น ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน เขารู้สึกราวกับกำลังจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาเคยจินตนาการได้ แต่มันกลับมีความรู้สึกอื่นปะปนอยู่ด้วย ความรู้สึกของการปลดปล่อย

ทันใดนั้นเอง ริ้วแสงสีม่วงที่พันธนาการเมษก็พลันแตกกระจายออกไปราวกับแก้วที่ถูกทุบ ทิ้งไว้เพียงละอองแสงที่ค่อยๆ จางหายไป เมษทรุดตัวลงไปคุกเข่า ร่างกายที่อ่อนล้าแทบจะประคองตัวเองไว้ไม่อยู่

"ข้า... ข้าทำได้แล้ว" เมษกล่าว เสียงของเขาแหบพร่า แต่เต็มไปด้วยความปีติ

"ยังไม่เสร็จ เมษ" อัคคีกล่าว "นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น"

ขณะที่เมษกำลังจะลุกขึ้นยืน ร่างกายของเขาก็พลันสว่างวาบขึ้นมาด้วยเปลวเพลิงสีม่วงที่อ่อนแรงเมื่อครู่ บัดนี้มันกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันมีความร้อนแรงที่แตกต่างออกไป มันไม่ใช่เปลวเพลิงแห่งความสิ้นหวัง แต่มันคือเปลวเพลิงแห่งชีวิตที่บริสุทธิ์

"นี่คือพลัง... พลังที่เจ้ากำลังจะปลุกขึ้นมา" อัคคีกล่าว ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความยินดี

เมษรู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเขา มันไม่ใช่พลังที่มาจากภายนอก แต่มันคือพลังที่หลอมรวมจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเคยเป็น ความเจ็บปวด ความรัก ความหวัง ความกลัว ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นเชื้อเพลิงอันร้อนแรงที่เผาผลาญอยู่ภายใน

"ข้า... ข้ารู้สึกได้" เมษกล่าว เขายกมือขึ้นมา มองดูเปลวเพลิงสีม่วงที่ลุกโชนอยู่บนฝ่ามือ มันไม่ใช่แค่เปลวเพลิง แต่มันคือภาพสะท้อนของดวงดาวนับพันที่กำลังโคจรอยู่รอบตัวเขา

"จงควบคุมมัน เมษ" อัคคีเตือน "พลังนี้ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้ หากเจ้าควบคุมมันไม่ได้ มันจะกลืนกินเจ้าไปเช่นเดียวกับที่มันกำลังจะกลืนกินจักรวาลนี้"

เมษพยักหน้า เขาตั้งสมาธิอย่างแน่วแน่ พยายามควบคุมเปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่ภายใน ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด แต่มันคือการสั่นสะเทือนของพลังที่กำลังจะระเบิดออกมา

"ข้า... ข้าจะปกป้องทุกสิ่ง" เมษกล่าว เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

ในห้วงอวกาศอันมืดมิด ณ จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล เมษยืนหยัดขึ้นอีกครั้ง ร่างกายของเขาเปล่งประกายด้วยเปลวเพลิงสีม่วงอันทรงพลัง มันคือเปลวเพลิงแห่งชีวิต คือเปลวเพลิงแห่งการดำรงอยู่ คือเปลวเพลิงสุดท้ายที่จะต่อกรกับความมืดมิดที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง

"ถึงเวลาแล้ว เมษ" อัคคีกล่าว "ถึงเวลาเผชิญหน้ากับศัตรูที่แท้จริง"

เมษเงยหน้าขึ้นมองไปยังเบื้องหน้า ณ จุดที่ความมืดมิดกำลังเข้มข้นที่สุด ณ จุดที่จักรวาลกำลังจะดับสูญ ร่างเงาดำทะมึนขนาดมหึมาปรากฏขึ้น มันคือ "เงาแห่งความว่างเปล่า" ศัตรูตัวฉกาจที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

"มาเถอะ" เมษกล่าว น้ำเสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วห้วงอวกาศ "มาจบเรื่องนี้กันเสียที"

เมษยกมือขึ้น ปล่อยเปลวเพลิงสีม่วงอันมหาศาลพุ่งเข้าใส่เงาแห่งความว่างเปล่า การต่อสู้ครั้งสุดท้ายแห่งจักรวาลกำลังจะเริ่มต้นขึ้น แสงสว่างกับความมืดมิด พลังแห่งชีวิตกับความว่างเปล่า โชคชะตาของทุกสรรพสิ่งขึ้นอยู่กับการต่อสู้ในครั้งนี้...

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!