พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว

ตอนที่ 26 — แสงสุดท้ายที่ปลายทาง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 975 คำ

เมษยืนนิ่ง ราวกับรูปสลักที่ถูกหลอมรวมจากความสิ้นหวัง ริ้วแสงสีม่วงที่เคยสว่างไสว โอบอุ้มเขาไว้ด้วยพลังอันมหาศาล บัดนี้เหลือเพียงใยบางๆ ราวกับเส้นผมของดวงดาวที่กำลังจะตาย พันเกี่ยวรอบกายที่ไร้เรี่ยวแรง สายตาของเมษเลื่อนลอย ‌จ้องมองไปยังความว่างเปล่าที่บัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยริ้วแสงสีม่วงที่อ่อนแรงลงทุกขณะ มันไม่ใช่แสงแห่งพลังที่เคยทะลวงทะลวงทุกสรรพสิ่ง แต่เป็นแสงสุดท้ายที่ริบหรี่ราวกับชีวิตของดวงดาวที่กำลังจะอับแสง

รอบตัวเมษคือม่านแห่งความสับสน ความปั่นป่วนที่เกิดจากการดำรงอยู่ของสิ่งที่เรียกว่า "จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล" พลังงานอันไร้ขีดจำกัดที่เคยเปี่ยมล้น บัดนี้กำลังถูกดึงดูดเข้าสู่ใจกลางของความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัวนั้น ดาวเคราะห์น้อยใหญ่ที่เคยโคจรรอบ ​เคลื่อนที่บิดเบี้ยวไปตามแรงดึงดูดอันมหาศาล บางดวงแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นแกนกลางที่กำลังจะดับสูญ บางดวงถูกฉีกกระชากออกเป็นสายใยแห่งแสงและสสารที่ไหลรวมกันเป็นกระแสอันน่าหวาดหวั่น

"เมษ... เจ้ายังยืนอยู่ได้อีกหรือ" เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากเบื้องหลัง เป็นเสียงของ "เอเทอร์" ‍เทพผู้คุ้มครองจักรวาลที่ครั้งหนึ่งเคยเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ แต่บัดนี้กลับอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ร่างของเขาโปร่งแสง ผิวหนังที่เคยเปล่งประกาย บัดนี้ซีดเซียวราวกับกระดาษที่ถูกทิ้งไว้กลางแดด

เมษหันไปมอง เอเทอร์ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ‌"ข้า... ยังหายใจอยู่ ท่านเอเทอร์"

"แล้ว... พลังของเจ้าเล่า" เอเทอร์พยายามเอื้อมมือที่สั่นเทามาสัมผัสใยแสงสีม่วงที่พันรอบตัวเมษ "มันจางลงมาก... ข้าสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าของสรรพสิ่ง... และของเจ้าด้วย"

"มันคือราคาที่ต้องจ่าย" ‍เมษตอบ เสียงของเขาทุ้มต่ำ แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว "เมื่อพลังของจักรวาลกำลังจะดับสูญ พลังที่เชื่อมโยงทุกชีวิตก็ย่อมต้องอ่อนแรงลงตามไปด้วย"

"แต่... เจ้าคือความหวังสุดท้ายของเรา เมษ" เอเทอร์กล่าว ​น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล "หากเจ้าดับสูญไป... เราจะเหลืออะไร"

"ไม่เหลือสิ่งใด" เมษกล่าวเรียบๆ "หากข้าทำสำเร็จ... ทุกสิ่งก็จะกลับคืนสู่จุดเริ่มต้นใหม่ หากข้าล้มเหลว... ก็คือจุดจบของทุกสรรพสิ่ง"

เขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ​แม้จะเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่ทุกก้าวนั้นมั่นคง ราวกับว่าเขากำลังก้าวเดินไปยังแท่นบูชาแห่งชะตากรรม ดวงตาของเขามุ่งตรงไปยังจุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล ที่ซึ่งความมืดมิดกำลังจะกลืนกินแสงสว่างทั้งหมด

"ข้าสัมผัสได้ถึง 'ผู้คุมกฎ' ณ จุดนั้น" ​เมษเอ่ยขึ้น "เขาคือผู้ที่รักษาสมดุล... และเป็นผู้ที่จะตัดสินชะตากรรมของจักรวาลนี้"

"ผู้คุมกฎ..." เอเทอร์พึมพำ "ตำนานเล่าขานถึงเขา... แต่ไม่มีใครเคยเห็น... ไม่มีใครเคยเผชิญหน้ากับเขา"

"บัดนี้... ข้าจะได้เผชิญหน้า" เมษกล่าว "ข้าจะมอบทุกสิ่งที่มี... เพื่อให้จักรวาลนี้มีโอกาสได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง"

ขณะที่เมษก้าวเข้าใกล้จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาลมากขึ้น แรงดึงดูดก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น สสารต่างๆ เริ่มหมุนวนรอบตัวเขาอย่างบ้าคลั่ง เส้นผมสีดำของเขาปลิวไสวไปตามกระแสลมที่ไร้ทิศทาง เสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มที่เคยสง่างาม บัดนี้ขาดวิ่นเป็นริ้วๆ

"เมษ! ระวัง!" เอเทอร์ตะโกน แต่เสียงของเขาถูกกลืนหายไปกับเสียงแห่งความปั่นป่วน

ทันใดนั้นเอง แสงสีม่วงอันอ่อนแรงรอบตัวเมษก็พลันสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง มันไม่ใช่แสงแห่งพลังที่จะใช้โจมตี แต่เป็นเหมือนการปลอบประโลม การให้กำลังใจ ร่างกายของเมษรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับว่าส่วนลึกของจักรวาลกำลังส่งพลังสุดท้ายมามอบให้เขา

"ข้า... ข้ายังไม่สิ้นหวัง" เมษกล่าวกับตัวเอง "จักรวาลนี้... ยังมีชีวิต"

เขาหลับตาลง ปล่อยให้ร่างกายล่องลอยไปตามกระแสแห่งพลัง สัมผัสอันอ่อนโยนของแสงสีม่วงค่อยๆ โอบอุ้มเขาไว้ ราวกับว่ามันกำลังนำทางเขาไปยังจุดหมายสุดท้าย

เมื่อเมษลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือภาพที่น่าอัศจรรย์เกินกว่าจะบรรยายได้

เขาไม่ได้อยู่ท่ามกลางความมืดมิด หรือพลังงานที่กำลังจะดับสูญอีกต่อไป

เบื้องหน้าของเขาคือ "จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล" ที่แท้จริง

มันไม่ใช่หลุมดำ ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นเหมือน "ห้องโถงอันกว้างใหญ่" ที่ไร้ซึ่งขอบเขต ผนังของห้องโถงนี้ประดับประดาไปด้วย "ดวงดาว" นับอนันต์ แต่ละดวงส่องแสงประกายแตกต่างกันไป บางดวงสีขาวราวกับเพชร บางดวงสีทองอร่าม บางดวงสีฟ้าคราม บางดวงสีแดงฉาน ราวกับอัญมณีที่ถูกร้อยเรียงเป็นพรมอันงดงาม

ท่ามกลางดวงดาวเหล่านั้น มี "แม่น้ำแห่งแสง" ไหลเอื่อยๆ สายน้ำนั้นมีสีสันหลากหลายสะท้อนแสงดาวต่างๆ จนเกิดเป็นสีรุ้งที่พลิ้วไหวไปมาอย่างอ่อนโยน

และ ณ กลางห้องโถงอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ มี "บัลลังก์" ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ บัลลังก์นั้นแกะสลักจาก "กาลเวลา" และ "ความเป็นไปได้" เปล่งประกายสีทองคำอำพัน

บนบัลลังก์นั้น มีร่างหนึ่งนั่งอยู่

ร่างนั้น... คือ "ผู้คุมกฎ"

เขาไม่มีรูปร่างที่ชัดเจน ดวงตาของเขาเป็นเหมือน "ดวงดาวที่กำลังก่อกำเนิด" มีแสงสว่างอันทรงพลังแต่ไม่ทำร้ายสายตา ใบหน้าของเขาปรากฏขึ้นและหายไป ราวกับว่าเขาคือ "ทุกสิ่ง" และ "ไม่ใช่สิ่งใด" ในเวลาเดียวกัน

เมษรู้สึกถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่แผ่ออกมาจากผู้คุมกฎ เป็นพลังที่สงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจสูงสุด

"เจ้า... เมษ" เสียงของผู้คุมกฎดังขึ้น ไม่ได้ดังผ่านโสตประสาท แต่ดังตรงเข้ามาในจิตใจของเมษ เป็นเสียงที่เก่าแก่กว่ากาลเวลา แต่ก็สดใหม่กว่าการเกิดใหม่

"ท่านคือ... ผู้คุมกฎ" เมษเอ่ยถาม เสียงของเขาแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความเคารพ

"ข้าคือผู้ที่รักษาสมดุล" ผู้คุมกฎตอบ "ข้าคือผู้ที่เฝ้ามองการเกิดและดับของทุกสรรพสิ่ง"

"ข้ามา... เพื่อมอบทางเลือกสุดท้ายให้กับจักรวาลนี้" เมษกล่าว

ผู้คุมกฎเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาที่เปรียบเสมือนดวงดาวที่กำลังก่อกำเนิดของเขา จ้องมองมายังเมษอย่างพิจารณา

"ทางเลือกสุดท้าย... คืออะไรเล่า เมษ"

"ข้า... สามารถชุบชีวิตจักรวาลนี้ขึ้นมาใหม่ได้" เมษกล่าว "ด้วยพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดของข้า... ข้าจะรวบรวมเศษเสี้ยวของสรรพสิ่ง... สร้างจักรวาลใหม่ขึ้นมา"

"แต่นั่น... ไม่ใช่ทางเลือกที่แท้จริง" ผู้คุมกฎแย้ง "นั่นเป็นเพียงการยืมเวลา... การสร้างวัฏจักรใหม่ที่อาจจะนำไปสู่จุดจบที่เลวร้ายกว่าเดิม"

เมษนิ่งอึ้งไป เขาคาดไม่ถึงว่าผู้คุมกฎจะมองทะลุแผนการของเขาได้ถึงเพียงนี้

"แล้ว... ทางเลือกที่แท้จริงคืออะไร" เมษถาม

"การยอมรับ" ผู้คุมกฎกล่าว "การยอมรับว่าทุกสิ่งมีเกิด... และมีดับ"

"แต่... หากเรายอมรับการดับสูญ... ทุกสิ่งก็จะหายไปตลอดกาล" เมษกล่าวด้วยความเจ็บปวด

"ไม่" ผู้คุมกฎส่ายหน้าอย่างแผ่วเบา "การดับสูญ... คือการกลับสู่ 'ความว่างเปล่าอันศักดิ์สิทธิ์' ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง... และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ที่งดงามยิ่งกว่าเดิม"

"ท่านกำลังบอกว่า... ให้ข้า... ปล่อยให้จักรวาลนี้ดับสูญไปอย่างแท้จริง?" เมษถาม เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ

"นั่นคือทางเลือกที่แท้จริง" ผู้คุมกฎตอบ "ทางเลือกที่จะปลดปล่อยสรรพสิ่งจากความทุกข์ทรมาน... และมอบโอกาสให้แก่การเกิดใหม่ที่บริสุทธิ์"

เมษยืนนิ่ง เขาจ้องมองไปยังดวงดาวนับอนันต์ที่ประดับประดาอยู่รอบตัวเขา เขามองเห็นภาพของสิ่งมีชีวิตนับล้านเผ่าพันธุ์ที่เคยมีชีวิตอยู่บนดวงดาวเหล่านั้น บางเผ่าพันธุ์ที่เขาเคยรู้จัก... บางเผ่าพันธุ์ที่เขาไม่เคยพบเจอ

หากเขาเลือกที่จะดับสูญ... สิ่งเหล่านั้นก็จะหายไปตลอดกาล

หากเขาเลือกที่จะสร้างใหม่... เขาจะสร้างความหวังให้กับอนาคต... แต่ก็อาจเป็นการยืดเยื้อความทุกข์ทรมาน

"แล้ว... ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่า... การดับสูญ... จะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า?" เมษถาม

"เจ้าจะไม่มีวันรู้... จนกว่าเจ้าจะลอง... ปล่อยวาง" ผู้คุมกฎกล่าว

เมษมองไปยังริ้วแสงสีม่วงที่ยังพันรอบตัวเขา มันเป็นพลังที่เหลืออยู่สุดท้ายของเขา พลังแห่งความหวัง... และพลังแห่งการต่อสู้

เขาจะเลือกอะไร? จะเลือกยึดมั่นในความหวังที่จะรักษาจักรวาลนี้ไว้... แม้จะรู้ว่าอาจเป็นเพียงการยืดเยื้อ? หรือจะเลือกเชื่อมั่นในวัฏจักรแห่งการเกิดใหม่... แม้จะหมายถึงการสูญเสียทุกสิ่งที่มี?

คำตอบ... อยู่ที่การตัดสินใจของเมษ... ณ จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล

และชะตากรรมของทุกสรรพสิ่ง... ขึ้นอยู่กับริ้วแสงสีม่วงสุดท้ายที่ยังคงพันรอบกายเขา... และการตัดสินใจที่กำลังจะเกิดขึ้น...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
 พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว

พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!