กลิ่นอายของความตายลอยคลุ้งมาพร้อมกับลมเย็นยะเยือกที่แทรกซึมผ่านรอยร้าวบนกระจกนิรภัยของชั้นที่ 78 ชาครีย์ "ชา" วงศา ยืนนิ่งราวกับหินผา ท่ามกลางกระแสลมที่โหมกระหน่ำราวกับจะพรากทุกสิ่งทุกอย่างออกไปจากเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบของเขาสาดประกายเย็นเยียบจับจ้องไปยังจุดที่รอยร้าวขยายตัวออกไปไม่หยุดหย่อน เสียงหวีดหวิวโหยหวนนั้นไม่ใช่เพียงแค่เสียงลมธรรมดา หากแต่เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะปะทุขึ้น
"พวกมันมาแล้ว" เสียงทุ้มต่ำของชาดังขึ้น ขณะที่เขากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "เร็วเกินไปหน่อย"
เขาไม่ได้พูดกับใคร เพราะในตอนนี้ เขามีเพียงเขาคนเดียวที่ยืนเผชิญหน้ากับมัจจุราชที่คืบคลานเข้ามาจากเบื้องนอก อากาศเริ่มเย็นลงอย่างรวดเร็ว จนผิวหนังของเขาสัมผัสได้ถึงเกล็ดน้ำแข็งบางๆ ที่เริ่มก่อตัว การสั่นสะเทือนเบาๆ เริ่มส่งผ่านพื้นอาคารเข้ามา เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าบางสิ่งกำลังถูกผลักดันเข้ามา ไม่ใช่แค่ลมพายุที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
"จะให้ข้าเตรียมพร้อมรับมือกับอะไรกันแน่" ชาพึมพำกับตัวเอง สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ห้องโถงอันโอ่อ่าของชั้นที่ 78 ของตึกมหานคร ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและอำนาจ บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิอันโดดเดี่ยวของเขา
ทันใดนั้นเอง เงาดำทะมึนกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากรอยร้าวบนกระจกนิรภัย พวกมันไม่ใช่เงาธรรมดา หากแต่เป็นร่างของมนุษย์ที่แต่งกายด้วยชุดสีดำสนิทที่กลืนไปกับความมืด ร่างเหล่านั้นเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วและเงียบเชียบราวกับผีดิบ แต่ละร่างมีอาวุธในมือที่สะท้อนแสงไฟสลัวๆ ให้เห็นถึงคมดาบและปลายปืนที่พร้อมจะพรากชีวิต
"ไอ้พวกแมลงสาบ" ชาพึมพำอย่างดูแคลน ก่อนจะเตรียมพร้อมเผชิญหน้า "มาถึงเร็วขนาดนี้ ก็คงจะมาพร้อมกับของขวัญชิ้นพิเศษสินะ"
เขาไม่ได้รอให้พวกมันบุกเข้ามาถึงตัว เมื่อเงาร่างแรกพุ่งเข้ามา ชาได้เคลื่อนไหวแล้ว! เขากระโดดหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว หลบคมดาบที่ฟาดฟันลงมาเฉียดใบหน้าไปเพียงคืบ มือขวาของเขาคว้าเอาแจกันเซรามิกโบราณขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ แล้วเหวี่ยงใส่ร่างของศัตรูอย่างแรง แจกันแตกกระจาย เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
แต่พวกมันไม่สะทกสะท้าน! เงาเหล่านั้นยังคงเคลื่อนไหวต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ราวกับว่าแจกันที่แตกออกเป็นเพียงอุปสรรคเล็กน้อยที่ไม่อาจขวางกั้นเจตจำนงของพวกมันได้
"ไม่ธรรมดา" ชาครีย์กล่าว พลางเบี่ยงตัวหลบกระสุนปืนพกที่พุ่งเข้ามาจากอีกทิศทางหนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงกระแสลมที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ ยิ่งกว่ากระแสลมปกติทั่วไป
"มันคือลมพิษ" เสียงทุ้มแหบพร่าดังมาจากเงาดำกลุ่มหนึ่งที่กำลังล้อมกรอบเขา "ลมพิษจากเงาทมิฬ สังหารทุกชีวิตที่ขวางหน้า!"
ชาครีย์ถอนหายใจเบาๆ "ชื่อก็เท่ดีนะ แต่ก็แค่นักฆ่าชั้นต่ำที่เอาอาวุธประหลาดมาอ้าง"
เขาใช้จังหวะที่เงาพวกนั้นกำลังรุมโจมตี ดึงมีดสั้นคู่ใจออกมาจากซองที่ซ่อนไว้ที่ข้อเท้า มีดสั้นสะท้อนแสงไฟเป็นประกายวาววับ ก่อนที่ชาจะพุ่งทะยานเข้าใส่ฝูงศัตรูอย่างไม่ลังเล
การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด! ชาครีย์เคลื่อนไหวราวกับพายุหมุน เขาฟัน ปัดป้อง แทง หลบหลีก ด้วยความคล่องแคล่วที่ยากจะหาใครเทียบ เสียงดาบกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว เสียงกระสุนปืนดังขึ้นเป็นระยะๆ แต่ชาครีย์ก็สามารถหลบเลี่ยงได้อย่างน่าอัศจรรย์
"แกมันก็แค่นักฆ่าธรรมดา! เรามีมากกว่านั้น!" เสียงจากเงาดำกลุ่มหนึ่งตะโกน
ชาครีย์หัวเราะในลำคอ "ธรรมดา? ถ้าธรรมดาขนาดนี้ พวกแกคงนอนจมกองเลือดไปแล้ว"
เขาสังเกตเห็นว่าลมที่พัดเข้ามานั้น เริ่มมีผลต่อการมองเห็นของเขามากขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่แค่ลมธรรมดา แต่เหมือนมีละอองอะไรบางอย่างที่ทำให้แสบตาและหายใจติดขัด
"นี่สินะ ลมพิษ" เขาขมวดคิ้ว "พวกแกปล่อยพิษออกมาจากลมสินะ"
"ถูกต้อง! แกจะหายใจไม่ออก ตายไปเสียเถอะ!"
ชาครีย์รู้ดีว่าเขาไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปได้ เขาต้องรีบจัดการพวกนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่พิษจะส่งผลต่อร่างกายของเขาอย่างรุนแรง
เขาตัดสินใจใช้ลูกเล่น! เมื่อเห็นจังหวะที่เงาพวกหนึ่งกำลังเข้ามาประชิด ชาครีย์แกล้งทำเป็นสะดุดล้ม! แต่ทันทีที่ร่างของเขาเอนลง เขาก็ใช้แรงส่งตัวหมุนคว้างกลางอากาศ ฟันดาบสั้นคู่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เสียงดัง "ฉัวะ! ฉัวะ!" สองครั้ง
เงาดำสองร่างร้องโหยหวน ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น ร่างกายของพวกมันเริ่มมีสีคล้ำขึ้นอย่างรวดเร็ว
"เหยื่อรายแรก" ชาครีย์พูดอย่างเย็นชา "แต่แกคงคิดว่านี่คือจุดจบของข้าสินะ"
เขาใช้จังหวะที่พวกที่เหลือตกใจ ชาครีย์พุ่งตัวเข้าไปกลางวงอย่างรวดเร็ว ดาบสั้นคู่ของเขาฟาดฟันไปมาอย่างแม่นยำ เขาไม่ได้เน้นการสังหารเพียงอย่างเดียว แต่เน้นการปลดอาวุธและสร้างความปั่นป่วนให้กับพวกมัน
"แกจะหนีไปไหนไม่ได้!" เสียงตะโกนดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง
ทันใดนั้นเอง! แสงสีแดงฉานก็สาดส่องเข้ามาจากมุมหนึ่งของห้อง แสงนั้นไม่ใช่แสงไฟ แต่เป็นแสงเลเซอร์ที่พุ่งตรงมาที่ชาครีย์!
"อะไรวะเนี่ย!" ชาครีย์ร้องอุทาน เขาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด ลำแสงเลเซอร์เฉียดผ่านไหล่ของเขาไปเพียงนิดเดียว ทำให้เนื้อผ้าฉีกขาด
"คงคิดว่ามีดสั้นกับดาบน่ะพอแล้วสินะ" ชาครีย์กัดฟัน "เจอของจริงแล้วไง"
เขาหันไปมองต้นกำเนิดของแสงเลเซอร์ ก็เห็นร่างของชายคนหนึ่งยืนอยู่บนระเบียงที่ยื่นออกมาจากอีกฝั่งหนึ่งของห้อง ชายคนนั้นสวมชุดเกราะสีดำสนิทที่ดูแข็งแกร่ง และถือปืนเลเซอร์ที่ดูทรงพลัง
"ใครมึงวะ" ชาครีย์ตะคอก
"ข้าคือผู้คุมกฎของ 'เงาทมิฬ'!" เสียงนั้นก้องกังวาน "และเจ้าคือผู้ที่ต้องถูกกำจัด!"
"ผู้คุมกฎ? ฮ่าๆๆ" ชาครีย์หัวเราะอย่างเย้ยหยัน "แล้วไอ้พวกนักฆ่ากระจอกที่แกส่งมานี่มันระดับไหนวะ? ระดับกวาดถนนรึไง?"
"หุบปาก!" ชายสวมเกราะตะโกน "พวกมันคือมือสังหารชั้นยอด! แต่แกมันก็แค่นักฆ่ารับจ้างธรรมดาที่บังเอิญเข้ามาขวางทาง!"
"ธรรมดา? ข้าไม่เคยคิดว่าตัวเองธรรมดา!" ชาครีย์กล่าว พลางปลดเปลื้องเสื้อแจ็คเก็ตออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง "ข้าคือชาครีย์ วงศา! และข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาสั่งให้ข้าตาย!"
เขากระโดดหลบหลีกกระสุนเลเซอร์อีกครั้ง พยายามหาทางเข้าใกล้ชายสวมเกราะ แต่ก็มีเงาดำที่เหลืออยู่คอยขัดขวาง
"แกคิดว่าหนีพ้นรึไง?" ชายสวมเกราะกล่าว "เจ้าไม่ได้เห็นอะไรเลย!"
ทันใดนั้นเอง! พื้นห้องโถงทั้งหมดก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง! ไม่ใช่การสั่นสะเทือนธรรมดา แต่เป็นการสั่นสะเทือนที่รุนแรงจนพื้นกระเบื้องเริ่มแตกร้าว
"อะไรอีกวะเนี่ย!" ชาครีย์อุทาน
"นี่คือของขวัญชิ้นต่อไป!" เสียงชายสวมเกราะดังขึ้น "ยินดีต้อนรับสู่ 'เขาวงกตแห่งความตาย'!"
จากรอยร้าวบนพื้นห้องโถง เริ่มมีแผ่นโลหะขนาดใหญ่ดันตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ปิดกั้นเส้นทางการเคลื่อนที่ของชาครีย์ แผ่นโลหะเหล่านั้นเคลื่อนที่ไปมาอย่างซับซ้อน สร้างเป็นเขาวงกตย่อมๆ ขึ้นมากลางห้อง!
"พวกแกนี่มันเล่นใหญ่จริงๆ" ชาครีย์กล่าวอย่างประหลาดใจ "แต่จะกี่กับดัก ข้าก็จะผ่านไปให้ได้!"
เขาวิ่งเข้าไปในเขาวงกตที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พยายามหาทางออก แต่เขาวงกตนั้นก็เคลื่อนไหวไปมาตลอดเวลา ทำให้เส้นทางที่เคยเห็นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"แกจะติดอยู่ในนั้น!" ชายสวมเกราะหัวเราะ "หายใจเอาพิษของข้าเข้าไปเยอะๆ!"
ชาครีย์เริ่มรู้สึกว่าพิษในอากาศเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาเริ่มไอเล็กน้อย เขาต้องรีบหาทางออก ก่อนที่จะอ่อนแรงไปเสียก่อน
เขาใช้ความรู้สึกสัมผัสทิศทางของลมที่พัดเข้ามา พยายามหาทางที่อากาศถ่ายเทได้ดีที่สุด เขาวิ่งไปตามทางเดินแคบๆ ของเขาวงกต พลางปะทะกับเงาดำที่ยังเหลืออยู่เป็นระยะๆ
"แกจะหนีไปไหน!" เสียงตะโกนดังมาจากรอบทิศทาง
ชาครีย์สังเกตเห็นว่าแผ่นโลหะบางแผ่นเริ่มมีรูเล็กๆ ที่ปล่อยควันสีเขียวขุ่นออกมา นั่นคือแหล่งกำเนิดของพิษ!
"ไอ้พวกสารเลว!" เขาพึมพำ
เขาใช้จังหวะที่แผ่นโลหะบางแผ่นเปิดออก เขาพุ่งทะยานออกไปด้านนอกเขาวงกตได้อย่างรวดเร็ว!
"ไม่น่าเชื่อ!" ชายสวมเกราะร้องอุทานด้วยความตกใจ "แกหลุดออกมาได้ยังไง!"
ชาครีย์ไม่ได้ตอบ แต่เขากลับวิ่งตรงไปยังที่ที่ชายสวมเกราะยืนอยู่! เขาต้องจัดการต้นตอของปัญหาให้ได้
"แกจะไปไหน!"
ชาครีย์ไม่รอให้ชายสวมเกราะได้ทันตั้งตัว เขาพุ่งตัวกระโดดขึ้นไปบนระเบียงที่ชายสวมเกราะยืนอยู่! การต่อสู้ระหว่างชาครีย์กับชายสวมเกราะเริ่มขึ้นอย่างดุเดือด!
แต่แล้ว… เสียงไซเรนดังขึ้นมาจากภายนอกตึก! เสียงไซเรนนั้นดังลั่นไปทั่วทั้งเมือง
"อะไรกัน! พวกแกเรียกใครมาอีก!" ชาครีย์ตะโกนถาม
"ไม่ใช่พวกข้า!" ชายสวมเกราะตอบอย่างตกใจ "แต่… พวกมันมาถึงแล้ว!"
ทันใดนั้นเอง! รอยร้าวบนกระจกนิรภัยที่ชั้นที่ 78 ก็ขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว! ไม่ใช่ด้วยฝีมือของพวกเงาทมิฬ แต่เป็น… พลังบางอย่างที่รุนแรงกว่า!
"นี่มัน… พายุ… เลือด?" ชาครีย์อุทาน ด้วยความตกใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
แสงสีแดงฉานราวกับเลือดสาดกระจายเข้ามาพร้อมกับเสียงคำรามที่ดังยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่า!
จบตอนที่ 8

ลมพายุเลือด
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก