ลมเย็นยะเยือกยังคงโหมกระหน่ำผ่านรอยร้าวขนาดใหญ่บนกระจกนิรภัยของชั้นที่ 78 ของตึกระฟ้าอันสง่างาม มันไม่ใช่ลมธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือเสียงกระซิบของความตายที่กำลังจะมาถึง ชาครีย์ "ชา" วงศา ยืนนิ่งราวกับรูปสลักกลางพายุที่บ้าคลั่ง สายตาคมกริบจับจ้องไปยังกลุ่มควันสีขาวขุ่นที่กำลังลอยเข้ามาอย่างช้าๆ มันไม่ได้มาพร้อมกับเสียงคำรามของพายุ แต่มาอย่างเงียบเชียบ ราวกับจะฉวยโอกาสที่ศัตรูกำลังสับสน
"นี่มันอะไรกันแน่?" เสียงของชาครีย์แฝงความสงสัยและความระแวง เขาไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน การโจมตีที่ใช้สภาพอากาศเป็นอาวุธเป็นสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง
กลุ่มควันสีขาวขุ่นนั้นค่อยๆ แผ่ขยายออกไปทั่วห้องโถงกว้าง มันไม่ได้มีกลิ่นฉุนรุนแรง แต่กลับมีกลิ่นเย็นยะเยือกปะปนกับกลิ่นอายบางอย่างที่ทำให้ชาครีย์รู้สึกไม่สบายใจ เขาขยับเข้าใกล้กำแพงที่ยังมีกระจกนิรภัยค่อนข้างสมบูรณ์ พยายามกวาดสายตาหาทางหนีทีไล่
"ไอ้พวกเวรนี่ คิดจะเล่นแร่แปรธาตุอะไรกันอีก" ชาครีย์พึมพำกับตัวเอง เขากระชับด้ามปืนพกที่อยู่ในมือให้แน่นขึ้น ท่ามกลางม่านหมอกที่เริ่มหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ ทัศนวิสัยเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังมาจากทิศทางที่ควันเข้ามา ชาครีย์ชักปืนออกมาเล็งไปยังทิศทางนั้น ดวงตาของเขาเพ่งมองเข้าไปในม่านหมอก พยายามจับสังเกตความเคลื่อนไหว
"ใคร?" เขาตะโกนถาม เสียงของเขาถูกกลืนกินไปบางส่วนโดยเสียงลมที่ยังคงหวีดหวิว
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ชาครีย์กัดฟัน เขาไม่ชอบการรอคอย ความไม่แน่นอนยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด
"ออกมาเดี๋ยวนี้!" เขาตะโกนอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเขาหนักแน่นขึ้น
กลุ่มควันสีขาวขุ่นเริ่มจางลงเล็กน้อย เผยให้เห็นร่างๆ หนึ่งที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากม่านหมอก ร่างนั้นสวมชุดดำสนิทที่กลมกลืนไปกับเงา ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยหน้ากากที่ทำจากวัสดุบางเบาคล้ายใยแมงมุม แต่กลับดูแข็งแกร่ง และมีแว่นตาทรงกลมขนาดใหญ่ครอบคลุมดวงตา
"ไม่ต้องตะโกนหรอก...เราได้ยิน" เสียงที่ลอดออกมาจากหน้ากากนั้นราบเรียบ เย็นชา และปราศจากอารมณ์ใดๆ
ชาครีย์เล็งปืนไปที่ร่างนั้นอย่างแม่นยำ "แกเป็นใคร? แล้วที่ทำนี่มันหมายความว่ายังไง?"
"เป็นใครไม่สำคัญ...สำคัญที่ว่าทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่" ร่างนั้นตอบ
"ฉันมาเพื่อหยุดพวกแก" ชาครีย์ตอบอย่างไม่ลังเล
"หยุด? ฮ่าๆๆ" เสียงหัวเราะที่แหบแห้งดังออกมาจากหน้ากาก "แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เทพเจ้าหรือไง? การมาของแกที่นี่...คือความผิดพลาด"
"ความผิดพลาดของฉันคือการปล่อยให้พวกแกมีโอกาสทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้" ชาครีย์ไม่เสียเวลาต่อปากต่อคำ เขาเห็นจังหวะที่ร่างนั้นก้าวเข้ามาในระยะที่เขามั่นใจ
ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นกลางโถง ท่ามกลางม่านหมอกที่เริ่มจางหายไป แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ ร่างของศัตรูนั้นกลับเคลื่อนไหวได้ว่องไวอย่างไม่น่าเชื่อ มันหลบกระสุนได้อย่างหวุดหวิด ชาครีย์ตาเบิกกว้าง เขาไม่เคยเจอใครที่เคลื่อนไหวได้เร็วขนาดนี้มาก่อน
"นี่มันอะไรกัน?" ชาครีย์อุทาน
"นั่นคือสิ่งที่แกจะไม่มีวันรู้" ร่างนั้นตอบ พร้อมกับพุ่งเข้าหาชาครีย์ด้วยความเร็วสูง ชาครีย์รีบยิงสวนไปอีกหลายนัด แต่ก็ไม่โดนเลยสักนัด
ร่างนั้นเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว ชาครีย์ต้องทิ้งปืนพก แล้วยกแขนขึ้นปัดป้องการโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรง ศัตรูของเขาไม่ได้ใช้อาวุธ แต่ใช้เพียงหมัดและเท้าที่พุ่งเข้าใส่ราวกับสายฟ้า
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดกลางโถงที่กว้างขวาง ชาครีย์พยายามตั้งรับและหาจังหวะสวนกลับ แต่ความเร็วและพละกำลังของศัตรูนั้นเหนือกว่าที่เขาเคยเจอมา
"แกฝึกมาจากไหน? สำนักไหน?" ชาครีย์ถามพลางปัดป้องการโจมตี
"ถามอะไรไร้สาระ" ศัตรูตอบ เสียงหอบเล็กน้อย
ชาครีย์รับหมัดหนักๆ เข้าที่สีข้าง เขากระอักเลือดเล็กน้อย แต่ยังกัดฟันสู้ เขาเห็นรอยร้าวบนกระจกนิรภัยที่อยู่ไม่ไกล ร่างของศัตรูนั้นเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ แม้จะมีลมพายุพัดเข้ามา
"ถ้าแกไม่บอก ฉันก็จะทำให้แกพูดเอง!" ชาครีย์รวบรวมกำลังทั้งหมด แล้วสวนกลับด้วยการเตะตัดขา แต่ศัตรูนั้นกระโดดหลบได้อย่างเหลือเชื่อ
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดต่อเนื่อง ศัตรูนั้นดูเหมือนจะมีพลังกายที่เหนือมนุษย์ ชาครีย์เริ่มเสียเปรียบ เขาพยายามถอยออกมา ตั้งหลัก และมองหาทางอื่น
"แกพยายามจะหนีเหรอ? อย่าเลย...มันเปล่าประโยชน์" ศัตรูพูดขึ้น
"ใครบอกว่าจะหนี?" ชาครีย์ยิ้มมุมปาก เขากวาดสายตาไปยังรอยร้าวบนกระจกอีกครั้ง "ฉันแค่จะหาที่ที่เหมาะจะจบเรื่องนี้"
ว่าแล้ว ชาครีย์ก็วิ่งพุ่งตรงไปยังรอยร้าวบนกระจกนิรภัยที่ใหญ่ที่สุด เขากระโดดถีบเข้าที่ขอบรอยร้าวนั้นอย่างแรง
โครม!
กระจกนิรภัยแตกละเอียดออกเป็นเสี่ยงๆ ลมพายุที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมพัดกรูเข้ามาในห้องโถง พร้อมกับกลุ่มควันสีขาวขุ่นที่หนาทึบกว่าเดิมอีกหลายเท่า
ชาครีย์รีบหมอบลงกับพื้น เขาเห็นศัตรูของเขาชะงักเล็กน้อยจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
"โง่! แกคิดว่าจะทำอะไรได้?" ศัตรูตะโกนผ่านเสียงลมที่ดังกระหึ่ม
"ทำให้แกมองไม่เห็นไง!" ชาครีย์ตอบ เขากลิ้งตัวหลบไปยังที่กำบัง
กลุ่มควันสีขาวขุ่นหนาทึบจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด ชาครีย์พยายามตั้งสติ เขาได้กลิ่นเย็นๆ ที่รุนแรงขึ้น กลิ่นที่ทำให้ผิวหนังของเขารู้สึกชาไปหมด
"นี่มัน...แก๊สอะไรกัน?" ชาครีย์ถาม
"แก๊สที่ทำให้ทุกอย่าง...หยุดนิ่ง" ศัตรูตอบ เสียงของเขาฟังดูห่างไกลออกไป
ชาครีย์รู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มแข็งทื่อ กล้ามเนื้อเริ่มเกร็ง เขาพยายามขยับแต่ก็ทำได้ยากขึ้นทุกที
"แก...ทำอะไรกับฉัน?" ชาครีย์ถามอย่างยากลำบาก
"ทำให้แกเป็นส่วนหนึ่งของความเย็น...ตลอดกาล"
ชาครีย์รู้สึกได้ถึงความเย็นที่กัดกินเข้าไปในร่างกาย เขาพยายามนึกถึงวิธีที่จะต่อสู้กับสิ่งนี้ แต่สมองของเขาก็เริ่มช้าลง
ทันใดนั้นเอง เสียงดังมาจากที่ไหนสักแห่ง ชาครีย์มองเห็นเงารางๆ เคลื่อนไหวผ่านม่านหมอก มันไม่ใช่ศัตรูของเขา
"ชา! รับนี่ไป!"
เสียงนั้นคือเสียงของ "เมษา" ชาครีย์เห็นมือของเมษายื่นอุปกรณ์บางอย่างมาให้เขา มันเป็นกระบอกฉีดยา
ชาครีย์พยายามเอื้อมมือออกไปรับ แต่ร่างกายของเขากลับไม่ยอมขยับตามใจสั่ง
"เร็วเข้าชา!" เมษาตะโกน
ในที่สุด ชาครีย์ก็รวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย พุ่งมือออกไปคว้ากระบอกฉีดยามาได้ เขาฉีดมันเข้าที่ต้นแขนของตัวเองทันที
ความรู้สึกชาที่เคยปกคลุมร่างกายเริ่มคลายออกทีละน้อย ความเย็นที่เกาะกินเริ่มถอยร่น
"เมษา...แกมาทำอะไรที่นี่?" ชาครีย์ถาม เสียงของเขายังคงอ่อนแรง
"ฉันตามแกมาไง! พวกมันใช้แก๊สอะไรไม่รู้ ฉันเตรียมยาแก้พิษมาให้" เมษาตอบ เธอก้าวเข้ามาใกล้ชาครีย์มากขึ้น
"แล้ว...ไอ้คนเมื่อกี้ล่ะ?" ชาครีย์มองไปรอบๆ ม่านหมอกเริ่มจางลง แต่ศัตรูของเขาหายไปแล้ว
"ไม่รู้สิ...มันหายไปเร็วมาก" เมษากล่าว "แต่เราไม่มีเวลาแล้ว ชา! ตรงนี้ไม่ปลอดภัยแล้ว"
เมษาช่วยพยุงชาครีย์ให้ลุกขึ้นยืน
"แล้ว...แผนของเราล่ะ?" ชาครีย์ถาม
"แผนเปลี่ยน...ตอนนี้เราต้องหาทางลงจากตึกนี่ก่อน แล้วค่อยไปคิดเรื่องอื่น" เมษาตอบ
ทั้งสองมองหน้ากัน สายตาของชาครีย์ยังคงแฝงความมุ่งมั่น แม้จะเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่เฉียดตายมาก็ตาม
"ไม่...เราต้องทำตามแผนเดิม" ชาครีย์กล่าว "ฉันจะไปฐานลับของพวกมันให้ได้"
"แต่นายเพิ่งจะ..." เมษายังพูดไม่ทันจบ
"ฉันไม่เป็นไร" ชาครีย์ขัดขึ้น "ฉันยังมีเรื่องที่ต้องสะสางอีกเยอะ"
เขาหันกลับไปมองรอยร้าวบนกระจกนิรภัยขนาดใหญ่ที่บัดนี้กลายเป็นช่องทางสู่ภายนอกอย่างสมบูรณ์ ลมพายุยังคงพัดกระหน่ำเข้ามาเป็นระยะ แต่ความเย็นนั้นไม่ได้น่ากลัวเท่าแก๊สพิษที่เขาเพิ่งเผชิญหน้ามา
"เมษา...แกจะไปกับฉันไหม?" ชาครีย์ถาม
เมษามองชาครีย์อย่างพิจารณา เธอรู้ดีว่าชาครีย์เป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเพียงใด
"แน่นอน...ฉันจะไปกับนาย" เมษากล่าว
ชาครีย์พยักหน้า เขาหยิบปืนพกที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ตรวจสอบแม็กกาซีน และมองไปรอบๆ
"โอเค...เราไปกัน"
ทั้งสองเริ่มต้นก้าวเดินเข้าไปในโถงที่มืดสลัวมากขึ้นเรื่อยๆ แสงไฟที่เคยสว่างไสวบนชั้นที่ 78 บัดนี้ดับลงเกือบทั้งหมด เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงกะพริบเป็นระยะๆ
ชาครีย์และเมษาเดินลึกเข้าไปในโถงใหญ่ พวกเขาต้องเผชิญกับซากปรักหักพังที่เกิดจากการต่อสู้ และความว่างเปล่าที่น่าขนลุก
"ดูเหมือนว่า...จะมีคนอื่นเข้ามาที่นี่ก่อนเรา" เมษากล่าว
"ใช่...และดูเหมือนว่าคนนั้น...จะหนีไปแล้ว" ชาครีย์ตอบ
ทันใดนั้นเอง เสียงกึกก้องก็ดังขึ้นจากส่วนลึกของโถง ชาครีย์และเมษารีบหมอบลงทันที
"นั่นเสียงอะไร?" เมษาถาม
"เหมือน...เสียงเครื่องจักร" ชาครีย์ตอบ
พวกเขาค่อยๆ คลานเข้าไปใกล้แหล่งกำเนิดเสียง เมื่อเข้าไปใกล้ พวกเขาก็ได้เห็นสิ่งที่น่าตกตะลึง
เบื้องหน้าของพวกเขา คือทางเข้าลับที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้พื้นโถง มันถูกเปิดออก เผยให้เห็นบันไดเหล็กที่ทอดยาวลงไปสู่ความมืดเบื้องล่าง
"นี่มัน...ทางเข้าฐานลับ" ชาครีย์อุทาน
"ใช่...และดูเหมือนว่า...เราไม่ได้เป็นคนเดียวที่รู้เรื่องนี้" เมษากล่าว
ชาครีย์มองเข้าไปในความมืดนั้นอย่างครุ่นคิด เขาเห็นว่ามีร่องรอยการต่อสู้เกิดขึ้นบริเวณทางเข้าลับด้วย
"เราจะลงไปไหม?" เมษาถาม
"แน่นอน" ชาครีย์ตอบ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "เรามาถึงที่นี่แล้ว...เราจะไม่ถอย"
ชาครีย์และเมษามองหน้ากัน พวกเขารู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้จะอันตรายยิ่งกว่าเดิม แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน
ชาครีย์ก้าวเท้าแรกไปบนบันไดเหล็กที่ทอดลงสู่ความมืดเบื้องล่าง เมษาเดินตามไปติดๆ ท่ามกลางเสียงลมพายุที่ยังคงโหมกระหน่ำอยู่ภายนอก
การเดินทางสู่ฐานลับขององค์กรที่ทรงอำนาจเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้านั้น...อาจจะร้ายกาจกว่าที่พวกเขาเคยคาดคิดไว้เสียอีก

ลมพายุเลือด
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก