ลมพายุเลือด

ตอนที่ 14 — พายุเลือดสะท้านบัลลังก์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 979 คำ

ลมเย็นยะเยือกยังคงโหมกระหน่ำผ่านรอยร้าวขนาดใหญ่บนกระจกนิรภัยของชั้นที่ 78 ของตึกระฟ้าอันสง่างาม มันไม่ใช่ลมธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือเสียงกระซิบของความตายที่กำลังจะมาถึง ชาครีย์ "ชา" วงศา ‌ยืนนิ่งราวกับรูปสลักโบราณ ร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเขาคือพยานแห่งการต่อสู้ที่ดุเดือดเกินกว่าจะบรรยายได้ ฝุ่นละอองคลุ้งกระจายทั่วโถงทางเดินอันหรูหรา ปกคลุมพื้นหินอ่อนราคาแพงให้กลายเป็นสมรภูมิแห่งความสิ้นหวัง

แสงไฟนีออนสีแดงสาดส่องเข้ามาจากซากอาคารที่กำลังถล่ม เผยให้เห็นภาพของเหล่าลูกสมุนของ “เงา” ที่ล้มตายเกลื่อนกลาด อาวุธปืนกระจัดกระจายไปทั่ว ​บางกระบอกยังคงมีควันกรุ่นลอยออกมา กลิ่นอายของดินปืนและเลือดคละคลุ้งผสมปนเปกันจนน่าเวียนหัว ชาครีย์พยายามหายใจเข้าลึกๆ แต่ทุกครั้งที่ทำเช่นนั้น มันยิ่งทำให้ซี่โครงที่หักอยู่แล้วส่งเสียงประท้วง ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของนักสู้กลับดังกว่าเสียงของความเจ็บปวด

“เป็นไงบ้าง คุณชา?” ‍เสียงแหบพร่าของ “พราว” ดังลอดออกมาจากเครื่องสื่อสารที่ติดอยู่ข้างหู เสื้อผ้าของเธอขาดวิ่น ใบหน้าเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบเลือด ดวงตาที่เคยเปล่งประกายกลับฉายแววอ่อนล้า “ฉัน… ฉันพยายามติดต่อหน่วยสนับสนุน ‌แต่สัญญาณขาดหายไปหมด สรุปคือเราติดแหง็กอยู่บนนี้”

ชาครีย์เม้มปากแน่น การเสียการสื่อสารหมายถึงการตัดขาดจากโลกภายนอก โอกาสที่จะได้รับความช่วยเหลือลดน้อยลงไปอีก “ไม่ต้องห่วง ฉันยังไหว” เขาตอบเสียงเข้ม พยายามซ่อนความอ่อนแรงที่เริ่มคืบคลานเข้ามา ‍“ว่าแต่… กลุ่มนั้นยังอยู่ไหม?”

“ไม่แล้ว” พราวตอบ “พวกมันถอยไปแล้วหลังจากที่… หลังจากที่พวกมันโดนชุดสุดท้ายเข้าไป” ใบหน้าของเธอซีดเผือด ราวกับกำลังนึกถึงภาพอันโหดร้ายที่เพิ่งผ่านมา

“ดี” ชาครีย์พึมพำ ​ความโล่งอกเข้ามาแทนที่ความกังวลชั่วขณะ เขาพิงตัวเองเข้ากับผนังอิฐที่โชคดีว่ายังคงแข็งแรงอยู่ “พวกเราต้องหาทางลงไปข้างล่างให้ได้”

“แต่… แต่ว่า… ชั้นล่างมัน… มัน…” พราวอึกอัก น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ

“รู้แล้ว” ​ชาครีย์ตัดบท “รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราไม่มีทางเลือกอื่น” เขาเหลือบมองไปยังรอยร้าวขนาดมหึมาที่เผยให้เห็นท้องฟ้าสีดำมืดที่กำลังคุกคาม “ถ้าเราอยู่ที่นี่ต่อไป ความตายก็จะมาหาเราเอง”

เขาค่อยๆ ขยับตัวออกจากผนัง พยายามประคองร่างกายที่ปวดระบม ​พลางสำรวจอาวุธที่ยังพอเหลืออยู่ ปืนพกคู่ใจยังคงอยู่ในซองเหน็บเอว แม้จะเสียหายไปบ้างจากการต่อสู้ แต่เขาก็เชื่อมั่นในฝีมือของตนเองที่จะทำให้มันกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง มีดสั้นที่เหน็บไว้ที่ข้อเท้าก็ยังคงคมกริบ

“คุณพราว” ชาครีย์เอ่ยขึ้น “คุณพอจะทราบไหมว่าลิฟต์หนีภัยอยู่ที่ไหน?”

“เท่าที่ฉันจำได้… มันควรจะอยู่ทางเดินด้านขวา” พราวตอบเสียงแผ่ว “แต่… แต่ฉันไม่แน่ใจว่ามันจะยังใช้งานได้หรือเปล่า”

“ไปดูกัน” ชาครีย์ตัดสินใจ เขาพยุงตัวเองให้ยืนตรง ก่อนจะก้าวเดินอย่างเชื่องช้าไปยังทิศทางที่พราวบอก ท่ามกลางเศษซากและความมืดที่ค่อยๆ กลืนกินทุกสิ่ง

ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง แต่ก็แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอด แต่มันคือการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม และการเปิดโปงความลับดำมืดขององค์กรที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้

ทันใดนั้น เสียงโลหะเสียดสีกันก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหน้า ชาครีย์หยุดชะงักทันที เขากระชับปืนในมือให้แน่น พลางเอียงหูฟังเสียงนั้น

“มีคนอยู่” เขาพึมพำกับตัวเอง

“ใคร?” พราวถามอย่างระแวง

“ไม่รู้” ชาครีย์ตอบ “แต่เสียงมันไม่ใช่เสียงพวกเรา”

เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปในทางเดินนั้น แสงจากไฟฉายที่ติดอยู่ที่ข้อมือของเขาส่องนำทางไปข้างหน้า ความมืดมิดและเศษซากที่เกะกะทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างยากลำบาก

แล้วเขาก็เห็น…

ร่างๆ หนึ่งกำลังง่วนอยู่กับการพยายามเปิดประตูลิฟต์หนีภัย เป็นชายร่างท้วม สวมชุดทำงานสีดำ ใบหน้าเปื้อนเหงื่อ แต่สิ่งที่ทำให้ชาครีย์ขมวดคิ้วคือ แผ่นป้ายที่ห้อยอยู่ที่คอของชายคนนั้น… มันเป็นสัญลักษณ์ของ “เงา”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ชาครีย์ตะโกนเสียงดัง

ชายคนนั้นสะดุ้งโหยง หันขวับมามองด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นชาครีย์ยืนอยู่ตรงหน้าเขา

“แก… แกเป็นใคร?” ชายคนนั้นถามเสียงสั่น

“คำถามนั้นฉันควรจะถามแกมากกว่า” ชาครีย์ตอบ เสียงเย็นเยียบ “แกมาทำอะไรที่นี่?”

“ฉัน… ฉันแค่… แค่ลงไปข้างล่าง” ชายคนนั้นพยายามแก้ตัว

“ลงไปข้างล่าง?” ชาครีย์หัวเราะหึๆ ในลำคอ “ไปทำอะไร? ไปรายงานความเสียหายให้นายของแกฟังหรือไง?”

ชายคนนั้นหน้าซีดเผือด เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นช้าๆ แต่สิ่งที่ปรากฏในมือของเขาคือปืนพกขนาดเล็ก

“อย่าเข้ามานะ!” เขาขู่

ชาครีย์ไม่ตอบ เขากระโจนเข้าใส่ชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว แม้ร่างกายจะบาดเจ็บ แต่ความคล่องแคล่วของเขาก็ยังไม่เสื่อมคลาย ปืนในมือของชายคนนั้นลั่นออกไป แต่กระสุนกลับพุ่งเฉียดศีรษะของชาครีย์ไปอย่างหวุดหวิด

ชาครีย์ใช้ขาของเขาเตะปืนออกจากมือของชายคนนั้น เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโถงทางเดิน ก่อนที่มันจะกลิ้งไปตกอยู่ภายใต้กองเศษซาก

“แกมันโง่!” ชาครีย์คำราม เขาใช้หมัดซ้ายที่ยังพอมีแรงต่อยเข้าที่ใบหน้าของชายคนนั้นอย่างแรงจนเขาล้มลงไปกองกับพื้น

“ฉัน… ฉันไม่สู้กับแกก็ได้!” ชายคนนั้นร้องขอ “ปล่อยฉันไปเถอะ!”

“ปล่อยไป?” ชาครีย์ก้าวเข้าไปใกล้ “แล้วแกจะไปบอกใครว่าเจอฉันที่นี่? ไม่… ไม่ทาง”

เขาคว้าคอเสื้อของชายคนนั้นขึ้นมา ก่อนจะกระชากให้ลุกขึ้นยืน

“บอกมาว่า… องค์กรของแกอยู่ไหน?” ชาครีย์ถาม เสียงเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

“ฉัน… ฉันไม่รู้!” ชายคนนั้นดิ้นรน

“โกหก!” ชาครีย์บีบคอเขาแรงขึ้น “ถ้าแกไม่บอก… ฉันจะทำให้แกตายอย่างทรมาน!”

ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นรอบตัว!

“บ้าเอ้ย!” ชาครีย์สบถ เขาปล่อยมือจากคอของชายคนนั้น ร่างกายของเขากระตุกเล็กน้อยเมื่อสัญญาณดังขึ้น

“เกิดอะไรขึ้น?” พราวถามอย่างตื่นตระหนก

“ไม่รู้” ชาครีย์ตอบ “แต่มันไม่ใช่สัญญาณดีแน่”

เสียงโลหะบดขยี้กันดังขึ้นจากทางเดินด้านหน้า เสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“พวกมันกลับมาแล้ว!” ชาครีย์ร้องบอกพราว “หาที่หลบ!”

เขาหันไปมองชายคนนั้นที่กำลังพยายามคลานหนีไปตามทางเดินก่อนจะตัดสินใจ ทิ้งเขาไว้เบื้องหลัง ชาครีย์รู้ดีว่าเวลามีจำกัด

“คุณพราว!” เขาตะโกน “เราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”

“แต่… ลิฟต์…” พราวยังคงยืนนิ่งด้วยความตกใจ

“ทิ้งมันไป!” ชาครีย์ตัดสินใจเด็ดขาด “เราต้องหาทางอื่น!”

เขาพุ่งไปยังประตูบานใหญ่ที่น่าจะเป็นทางเข้าสำนักงานใหญ่ขององค์กร เขาเคยเห็นมันจากภาพถ่ายก่อนหน้านี้

“ช่วยฉันเปิดประตูนี้หน่อย!” ชาครีย์ตะโกนบอกพราว

พราวรีบวิ่งเข้ามาช่วยทันที พวกเขาทั้งสองคนออกแรงงัดประตูบานยักษ์นั้นอย่างสุดกำลัง เสียงสัญญาณเตือนภัยดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะเร่งให้พวกเขาไปสู่หายนะ

“เร็วเข้า!” ชาครีย์เร่งเร้า

ในที่สุด ประตูบานนั้นก็ค่อยๆ แง้มออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเบื้องหลัง…

มันไม่ใช่สำนักงานธรรมดา แต่เป็นทางลาดที่ทอดตัวลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง และเบื้องหน้าของพวกเขาก็คือ…

แถวของทหารติดอาวุธเต็มยศ ที่กำลังยืนล้อมกรอบ พร้อมที่จะกราดยิงเข้ามา!

“ถอย!” ชาครีย์ผลักพราวให้ถอยหลังกลับมา

“ไม่! เราจะไปไหน?” พราวถามอย่างสิ้นหวัง

“ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่!” ชาครีย์ตะโกน ดวงตาของเขามองไปยังทางลาดนั้นอย่างพิจารณา

“คุณชา! ข้างล่างนั่น… มันคือ…” เสียงพราวขาดหายไป

ทันใดนั้นเอง เสียงปืนก็ดังขึ้น!

กระสุนพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างไม่หยุดยั้ง ชาครีย์ผลักพราวให้หลบไปอีกทาง เขาชักปืนพกคู่ใจออกมา ก่อนจะยิงสวนกลับไป การต่อสู้ที่ดุเดือดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้… พวกเขาติดกับ!

“ไปทางนั้น!” ชาครีย์เห็นช่องว่างเล็กๆ ที่พอจะให้เขาและพราวหลบเข้าไปได้ เขาคว้ามือพราวไว้แน่น ก่อนจะวิ่งฝ่าวงล้อมของกระสุนเข้าไป

แต่แล้ว… ทันใดนั้นเอง เสียงระเบิดก็ดังขึ้น!

พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาแยกออกเป็นสองส่วน!

ภาพสุดท้ายที่ชาครีย์เห็นคือ แสงสว่างวาบจากระเบิดลูกหนึ่งที่อยู่ตรงทางลาดนั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลง…

เขาตกลงไปในความมืดมิด… ร่างกายที่บอบช้ำยิ่งถูกซ้ำเติมด้วยแรงกระแทกอันรุนแรง…

… และกลิ่นอายบางอย่างที่คุ้นเคย… กลิ่นอายของความลับและความอันตราย… มันกำลังรอคอยพวกเขาอยู่เบื้องล่าง… ในฐานลับใต้ดินอันดำมืด…

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ลมพายุเลือด

ลมพายุเลือด

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!