ลมพายุเลือด

ตอนที่ 18 — เขย่าขวัญใต้พิภพ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 944 คำ

ลมเย็นยะเยือกยังคงโหมกระหน่ำผ่านรอยร้าวขนาดใหญ่บนกระจกนิรภัยของชั้นที่ 78 ของตึกระฟ้าอันสง่างาม มันไม่ใช่ลมธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือเสียงกระซิบของความตายที่กำลังจะมาถึง ชาครีย์ "ชา" วงศา ‌ยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ใบหน้าคมเข้มฉายแววเด็ดเดี่ยว ดวงตาคมกริบสอดส่ายจับทุกความเคลื่อนไหวที่อาจเกิดขึ้นในเงามืดเบื้องหน้า เบื้องล่างคือภาพกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่พร่างพรายไปด้วยแสงไฟราวกับอัญมณีที่ประดับอยู่บนผืนกำมะหยี่สีดำ ทว่าภาพอันงดงามนั้นกลับถูกบดบังด้วยเงาแห่งอันตรายที่คุกคามเขาอยู่ในขณะนี้

เสียงฝีเท้าที่ดังแผ่วเบาบนพื้นหินอ่อนที่แตกกระจายคือสัญญาณบ่งบอกว่าศัตรูไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ชาครีย์ชักปืนพกคู่ใจ กระชับด้ามปืนให้แน่น ​กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เสียงหอบหายใจของเขาดังขึ้นเล็กน้อย ยิ่งกว่าเสียงลมที่พัดผ่านเข้ามา ราวกับว่ามันกำลังจะพรากเอาลมหายใจสุดท้ายของเขาไป

“ออกมาเถอะน่า” ชาครีย์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบขาด “ซ่อนตัวอยู่แบบนี้มันไม่ใช่นิสัยของนักสู้”

เงียบ... ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ‍มีเพียงเสียงลมที่หวีดหวิว ราวกับจะเยาะเย้ยความพยายามของเขา

ทันใดนั้นเอง เงาดำทะมึนขนาดใหญ่ก็พุ่งตรงเข้ามาจากมุมมืด ด้านขวาของเขา รวดเร็วจนแทบมองตามไม่ทัน ชาครีย์เบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว เมื่อดาบยาวเงาวับของศัตรูเฉียดผ่านร่างของเขาไปเพียงนิดเดียว

ชายร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำสนิทปรากฏตัวขึ้น ‌ใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากากเหล็กที่ดูน่าเกรงขาม ปลายดาบของเขาสะท้อนแสงไฟจากภายนอก เผยให้เห็นความคมกริบที่น่าสะพรึงกลัว

“แกมันก็แค่หนูสกปรก ที่หลงเข้ามาในรังของราชสีห์” เสียงแหบพร่าดังออกมาจากภายใต้หน้ากาก

“แล้วราชสีห์ตัวนี้จะพิสูจน์ให้เห็นว่าหนูตัวนี้มีเขี้ยวคมแค่ไหน” ชาครีย์สวนกลับ พร้อมกับเหนี่ยวไกปืน ยิงกระสุนนัดแรกพุ่งเข้าใส่หน้ากากของศัตรู

แต่กระสุนกลับแฉลวกระทบเข้ากับเกราะเหล็กจนเกิดประกายไฟ ‍แต่ไม่สามารถเจาะทะลุเข้าไปได้ ชาครีย์ขมวดคิ้วอย่างรวดเร็ว รูปร่างของชายตรงหน้าบ่งบอกว่าไม่ใช่ทหารธรรมดาแน่ๆ

ศัตรูหัวเราะเสียงดังในลำคอ “อาวุธของแกมันไร้ประโยชน์กับข้า! เตรียมตัวรับความตายไปเสีย!”

ว่าแล้ว ชายชุดเกราะก็พุ่งเข้าใส่ ชาครีย์ต้องยกปืนขึ้นปัดป้องดาบที่ฟันลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหว ​ชาครีย์ใช้จังหวะที่ศัตรูเสียหลักจากการปะทะ ยกเท้าถีบเข้าที่หน้าท้องของอีกฝ่ายเต็มแรง

ร่างของชายชุดเกราะกระเด็นถอยหลังไปชนกับผนัง แต่เขาก็ยังคงทรงตัวอยู่ได้ดี ชาครีย์ไม่รอช้า รีบยิงกระสุนอีกสองนัดเข้าใส่ แต่ก็ยังคงไร้ผล

“ฉันบอกแล้วไงว่าอาวุธของแกมันไร้ค่า!” ศัตรูตะโกน “ทีนี้ถึงตาข้าบ้าง!”

ชายชุดเกราะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง ​คราวนี้การเคลื่อนไหวดูรวดเร็วกว่าเดิม ดาบยาวของเขาฟาดฟันไปมาเป็นวงกว้าง ชาครีย์ต้องอาศัยความคล่องแคล่วและสัญชาตญาณดิบเพื่อหลบหลีกไปให้พ้นจากคมดาบที่อันตรายนั้น

“แกเป็นใครกันแน่?” ชาครีย์ถามขณะที่เขาหลบการฟันดาบที่เฉียดหัวไปเพียงเสี้ยววินาที

“ข้าคือเงาขององค์กร... ผู้ที่จะกวาดล้างสิ่งสกปรกเช่นแกให้หมดไป!”

“ถ้าอย่างนั้น แกก็คือขยะชิ้นหนึ่งที่ฉันต้องกำจัด!”

ชาครีย์ตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์ เขาถอยหลังไปที่รอยร้าวบนกระจก พยายามล่อให้ศัตรูเข้ามาใกล้

“คิดจะหนีรึไง?” ​ชายชุดเกราะเย้ยหยัน

“เปล่า! แค่จะพาแกไปเปิดหูเปิดตาชมวิวทิวทัศน์กรุงเทพฯ แบบเต็มตาหน่อย” ชาครีย์พูดพลางยักไหล่

เมื่อศัตรูเข้ามาใกล้ ชาครีย์ก็ฉวยโอกาสใช้มือซ้ายคว้าเศษกระจกที่แตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ฟาดเข้าใส่ดวงตาของชายชุดเกราะอย่างรวดเร็ว

“อ๊ากกก!” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังขึ้น ชาครีย์ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป เขาซัดหมัดขวาเข้าที่ใบหน้าของศัตรูอย่างเต็มแรง

ร่างของชายชุดเกราะเซถลาไปด้านหลัง ชาครีย์รีบกระชากปืนขึ้นมาเล็งไปที่รอยร้าวบนกระจก

“ถึงเวลาที่แกจะได้สัมผัสลมเย็นๆ ด้านนอกแล้ว!”

เขาเหนี่ยวไกปืน ยิงไปที่จุดอ่อนของเกราะที่ชายชุดเกราะป้องกันอยู่ ชิ้นส่วนเกราะบางส่วนกระเด็นออกไป เผยให้เห็นรอยแผลที่เกิดจากเศษกระจก

ชายชุดเกราะร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามจะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง แต่ชาครีย์ใช้ปืนยิงเข้าที่ขาซ้ำอีกหลายนัด

“ไม่!” ชายชุดเกราะตะโกนก่อนที่ขาของเขาจะอ่อนแรงจนทรุดลงไปกับพื้น

ชาครีย์ไม่ลังเล เขาพุ่งเข้าไปประชิดตัว “ถ้าแกคือเงา ฉันก็จะทำให้แกสลายไปกับแสงสว่าง!”

เขาใช้ท้ายปืนทุบเข้าที่หน้ากากของศัตรูอย่างแรง เสียงดัง “แคร้ง!” หน้ากากเหล็กที่แข็งแกร่งก็ปริแตกออก เผยให้เห็นใบหน้าของชายที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น

“แก...แกจะเสียใจ!”

“เสียใจงั้นเหรอ? ฉันเสียใจที่ไม่เจอแกเร็วกว่านี้ต่างหาก!” ชาครีย์พูดพลางกระชากปืนออกจากซอง พลิกมือกระแทกเข้าที่ลำคอของศัตรูอย่างแม่นยำ

ชายชุดเกราะหมดสติไป ชาครีย์มองดูร่างที่แน่นิ่งไปกับพื้น ก่อนจะหันไปมองรอยร้าวบนกระจกที่ยังคงมีลมพัดผ่านเข้ามา

“ยังไม่จบแค่นี้แน่” เขาพึมพำกับตัวเอง

ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นทั่วทั้งตึก เสียงไซเรนดังลบเสียงลมที่เคยพัดผ่านไป ชาครีย์รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาพักผ่อน

“ต้องรีบไปหาพวกที่อยู่ข้างล่าง” เขาตัดสินใจ

ขณะที่เขากำลังจะก้าวออกจากห้อง ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นจากชั้นล่างสุดของตึก แรงสั่นสะเทือนทำให้พื้นตึกโยกคลอน ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่ว

“บ้าเอ้ย! พวกมันคงรู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่” ชาครีย์สบถ

เขาตัดสินใจรีบลงไปที่ชั้นล่างสุด เพื่อสมทบกับทีมของเขา แต่เมื่อเขาไปถึงลิฟต์ เขาพบว่ามันใช้การไม่ได้

“แย่แล้ว” ชาครีย์มองไปยังโถงบันไดฉุกเฉิน “ต้องใช้บันไดสถานเดียว”

การเดินทางลงจากตึกระฟ้าแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ชาครีย์รีบวิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เพราะเขาไม่รู้ว่าจะมีอะไรรอเขาอยู่ระหว่างทาง

เมื่อเขาลงมาถึงชั้นที่ 50 เสียงปืนดังขึ้นมาจากด้านล่าง เป็นเสียงปืนกลที่ดังสนั่นหวั่นไหว

“พวกมันบุกเข้ามาแล้ว!” ชาครีย์คิดในใจ

เขาเร่งความเร็วในการลงบันได ยิ่งใกล้ถึงชั้นล่างเท่าไหร่ เสียงการต่อสู้ก็ยิ่งดังขึ้น เขาเห็นแสงไฟกะพริบจากช่องบันไดฉุกเฉินด้านล่าง

เมื่อชาครีย์ก้าวออกมาจากบันไดฉุกเฉิน เขาก็ต้องตะลึงกับภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า

โถงทางเดินหลักของตึกถูกปกคลุมไปด้วยควัน และมีร่างของหน่วยรักษาความปลอดภัยนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหลายคน

“เกิดอะไรขึ้น?” ชาครีย์ถามเสียงดัง

“ชา! แกมาแล้ว!” เสียงของ “มังกร” หนึ่งในทีมของเขาดังขึ้น “พวกมันมาเป็นกองทัพ! ตั้งแต่ชั้นล่างสุด!”

“พวกมันทำลายทางเข้าลับนั่นแล้วใช่ไหม?” ชาครีย์ถาม

“ใช่! พวกมันบุกเข้ามาจากฐานลับใต้ดินของพวกมันเอง! เราสู้ไม่ได้แล้ว!” มังกรตอบ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและสิ้นหวัง

ชาครีย์มองไปยังช่องทางเดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน และเสียงปืนที่ยังคงดังอยู่ไม่หยุด เขาเห็นว่าสถานการณ์เลวร้ายกว่าที่เขาคิดไว้มาก

“ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องหนีออกไปจากที่นี่ก่อน!” ชาครีย์ตัดสินใจ

“แต่... พวกเราจะไปทางไหน? พวกมันปิดล้อมเราหมดแล้ว!” มังกรโพล่งขึ้น

ชาครีย์กวาดสายตามองไปรอบๆ พลางครุ่นคิด เขาเห็นภาพร่างของศัตรูที่กำลังบุกเข้ามาจากอีกฝั่งหนึ่ง

“ทางออกเดียวของเรา คือต้องบุกเข้าไปในฐานลับของพวกมัน!” ชาครีย์ประกาศเสียงเด็ดขาด

“อะไรนะ! บ้าไปแล้วเหรอชา! ที่นั่นมันรังของพวกมันนะ!” มังกรอุทาน

“ถ้าเราไม่บุกเข้าไป เราก็ตายอยู่ที่นี่แน่! เชื่อฉันเถอะ!” ชาครีย์ยืนยัน

เขาชักปืนพกออกมาอีกครั้ง ดวงตาของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยว “เตรียมตัวให้พร้อม! เราจะไปถล่มรังของพวกมันถึงที่!”

ชาครีย์ไม่รอช้า เขาวิ่งนำหน้าเข้าไปในโถงทางเดินที่มืดมิด ซึ่งเป็นทางที่จะนำไปสู่ฐานลับใต้ดินขององค์กร เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของลูกทีมตามมาติดๆ

บรรยากาศภายในฐานลับใต้ดินนั้นแตกต่างจากเบื้องบนอย่างสิ้นเชิง ความเงียบสงัดและความมืดที่ปกคลุมไปทั่ว ราวกับว่าเขาได้ก้าวเข้าสู่โลกอีกใบหนึ่ง

นี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่แท้จริง การต่อสู้ในใจกลางของศัตรู!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ลมพายุเลือด

ลมพายุเลือด

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!