ความหวาดกลัวและความมุ่งมั่นได้หล่อหลอมรวมกันอยู่ในจิตใจของเอลาริสตลอดหลายวันที่ผ่านมา เธอพยายามจะทำความเข้าใจนิมิตที่เธอเห็น พยายามตีความหมายของเครื่องรางในมือ และพยายามทำความเข้าใจพลังประหลาดที่อยู่ในตัวเธอ คุณยายสังเกตเห็นความผิดปกติของหลานสาว แต่เอลาริสก็ทำได้เพียงโกหกบอกว่าเธอไม่สบาย และเก็บความลับทั้งหมดไว้ในใจ เธอรู้ว่าถ้าเล่าเรื่องนี้ออกไป ก็คงไม่มีใครเชื่อเธอ
ค่ำคืนนั้น มหันตภัยที่เอลาริสเคยเห็นในนิมิตก็พลันกลายเป็นความจริง หมู่บ้านเอเธอร์เบิร์กที่เคยเงียบสงบพลันถูกปลุกขึ้นด้วยเสียงกรีดร้องอันน่าสะพรึงกลัวและเสียงระเบิดกึกก้องจากทางทิศตะวันออก
เอลาริสสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เธอรีบวิ่งไปที่หน้าต่าง หัวใจเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ กองทัพปีศาจตัวสูงใหญ่ รูปร่างบิดเบี้ยว ดวงตาสีแดงฉาน ปีกค้างคาวขนาดมหึมากำลังบินวนอยู่เหนือหลังคาบ้าน พวกมันถืออาวุธที่ทำจากโลหะสีดำมืดมิดและปล่อยไอความชั่วร้ายออกมา กลุ่มควันดำทะมึนลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า บดบังแสงดาวจนมิด
"ปีศาจ! พวกปีศาจมาแล้ว!" เสียงชาวบ้านกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว บ้านเรือนหลายหลังเริ่มลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีดำประหลาดที่ไม่ใช่ไฟธรรมดาๆ มันแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าอย่างรวดเร็ว
"เอลาริส! อยู่ในบ้านนะลูก!" คุณยายตะโกนบอกหลานสาวด้วยเสียงสั่นเครือ และรีบวิ่งออกไปดูสถานการณ์ เอลาริสอยากจะวิ่งตามไป แต่ขาของเธอกลับแข็งทื่อด้วยความกลัว
ภาพของมาลากอร์ในความฝันย้อนกลับมาหลอกหลอนเธอ นี่คือจุดเริ่มต้นของความมืดมิดที่กำลังจะกลืนกินโลกใบนี้จริงๆ
"ไม่นะ..." เธอพึมพำกับตัวเอง หมู่บ้านเอเธอร์เบิร์ก บ้านของเธอ... กำลังจะถูกทำลาย
ในขณะที่ความกลัวกำลังกัดกินหัวใจของเธอ เสียงกรีดร้องของคุณยายก็ดังขึ้นจากข้างนอก "อ๊ายยยย!"
เอลาริสรู้สึกราวกับมีเข็มแหลมคมนับพันเล่มทิ่มแทงหัวใจ เธอไม่สามารถยืนนิ่งดูสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ต่อไปได้อีกแล้ว ไม่ว่าเธอจะมีพลังหรือไม่ เธอจะต้องออกไปปกป้องคุณยายและทุกคนในหมู่บ้านที่เธอรัก
เธอคว้าเครื่องรางสุริยันจันทราที่ยังคงอยู่ในกระเป๋าเสื้อ แนบมันไว้กับอก และวิ่งออกจากบ้านไปทันที
ภาพที่เธอเห็นภายนอกนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าที่จินตนาการไว้มาก ปีศาจตัวหนึ่งกำลังจับคุณยายเหวี่ยงไปมา ชาวบ้านหลายคนล้มลงกองกับพื้น บางคนก็หนีตายกันอย่างอลหม่าน
"คุณยาย!" เอลาริสกรีดร้อง เธอกำลังจะวิ่งเข้าไปหา แต่มีปีศาจอีกตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาขวางทางมันมีใบหน้าเหมือนสัตว์ประหลาดที่ออกมาจากนิทานหลอกเด็ก มันเงื้อกรงเล็บแหลมคมหมายจะโจมตีเธอ
ในเสี้ยววินาทีนั้น ความกลัวและความโกรธหลั่งไหลเข้ามาในตัวเอลาริสพร้อมกัน มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน ปลุกให้พลังที่ซ่อนเร้นในตัวเธอตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์
"อย่าแตะต้องคุณยายของฉัน!" เธอตะโกน พลังงานสีขาวบริสุทธิ์พลันพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเธอ แสงนั้นสว่างจ้าจนปีศาจต้องยกมือขึ้นมาบังหน้า มันส่งเสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด
พลังงานที่พุ่งออกมาจากเอลาริสนั้นรุนแรงและป่าเถื่อนกว่าที่เคยเป็นมา มันไม่ใช่แค่แสงเรืองรองอ่อนๆ อีกต่อไป แต่มันคือพายุพลังงานที่โหมกระหน่ำ แรงกระแทกของมันซัดปีศาจตัวนั้นกระเด็นออกไปไกลหลายสิบเมตร จนร่างของมันไปกระแทกเข้ากับผนังบ้านหลังหนึ่ง และสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปในทันที
เอลาริสเองก็ตกใจกับพลังที่เธอปลดปล่อยออกมา เธอหอบหายใจอย่างหนัก ตัวสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้า แต่ในใจกลับมีบางอย่างที่แตกต่างออกไป มันคือความรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่งค้นพบ
เธอเห็นปีศาจอีกหลายตัวกำลังพุ่งเข้ามาหาเธอ พลังที่เธอใช้ไปเมื่อครู่ยังไม่เพียงพอที่จะหยุดพวกมันได้ทั้งหมด เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป พลังงานในร่างกายเธอเริ่มหมดลงอย่างรวดเร็ว และความอ่อนแรงก็เริ่มคืบคลานเข้ามา
ขณะที่ปีศาจตัวหนึ่งกำลังจะถึงตัวเธอ ทันใดนั้นเอง ลูกศรสีเงินที่ส่องประกายก็พุ่งเข้าปักอกปีศาจตัวนั้นอย่างแม่นยำ มันส่งเสียงกรีดร้องแล้วล้มลงขาดใจตายไปในทันที
เงาร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งกระโดดลงมาจากหลังคาบ้าน เขาเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว มือหนึ่งถือธนู อีกมือหนึ่งเหน็บดาบสีเงินไว้ที่เอว ร่างกายของเขาปกคลุมด้วยชุดเกราะหนังสีเข้ม และใบหน้าของเขาแข็งกร้าว ดวงตาคมกริบมองสำรวจสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
"หลบไปซะ เด็กน้อย!" ชายคนนั้นตะโกน เขาพุ่งเข้าไปกลางวงล้อมของปีศาจอย่างไม่เกรงกลัว ดาบสีเงินในมือของเขาตวัดไปมาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ตัดร่างของปีศาจขาดสะบั้นไปทีละตัวๆ การเคลื่อนไหวของเขาเฉียบคมและทรงพลังราวกับเขาไม่ใช่คน แต่เป็นอัศวินในตำนานที่หลุดออกมาจากหน้ากระดาษ
เขาคือ เซรอส อัศวินผู้ผันตัวมาเป็นนักล่าปีศาจอย่างที่ใครหลายคนรู้จัก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นบ่งบอกถึงประสบการณ์การต่อสู้นับไม่ถ้วน และดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่อาจสั่นคลอนได้
เอลาริสมองดูเซรอสด้วยความทึ่ง เธอไม่เคยเห็นใครที่แข็งแกร่งได้เท่านี้มาก่อน เขาคือความหวังที่กำลังจะมาถึงท่ามกลางความสิ้นหวังนี้
เซรอสจัดการปีศาจส่วนใหญ่ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็ยังมีปีศาจอีกไม่กี่ตัวที่ยังหลงเหลืออยู่ เขาเหลือบมองมาที่เอลาริส เห็นแสงสว่างที่ยังคงเรืองรองจางๆ รอบตัวเธอ เขาเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ แสงนี้... มันคือพลังเวทมนตร์โบราณที่หายไปจากโลกนี้แล้ว
"เจ้า..." เขาพึมพำกับตัวเอง
ปีศาจตัวสุดท้ายที่ตัวใหญ่ที่สุด กระโดดเข้ามาโจมตีเซรอสจากด้านหลัง เขาหลบได้อย่างหวุดหวิด แต่กรงเล็บของปีศาจก็ยังสร้างรอยแผลให้ที่แขนของเขาได้ ปีศาจหัวเราะอย่างชั่วร้าย
เอลาริสเห็นรอยแผลของเซรอส ความกลัวเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความห่วงใย เธอเห็นนักรบผู้กล้าหาญกำลังต่อสู้เพื่อปกป้องเธอและชาวบ้าน เธอต้องช่วยเขา
เธอรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดในตัวเธอ พลังงานที่เคยหมดไปพลันกลับคืนมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันควบคุมได้ดีขึ้นกว่าเดิม
"ถอยไปซะ!" เธอตะโกน พลังงานสีขาวพุ่งออกจากมือของเธออีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่พลังระเบิด แต่เป็นเหมือนกระแสไฟฟ้าที่พันธนาการปีศาจตัวนั้นไว้ มันดิ้นรนอย่างทุรนทุราย แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากพันธนาการของเอลาริสได้
เซรอสใช้โอกาสนั้น กระโดดขึ้นไปบนหลังปีศาจแล้วปักดาบลงไปที่หัวของมันอย่างแรง ปีศาจกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแล้วก็สลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปในที่สุด
ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงไฟที่ยังคงลุกไหม้และเสียงสะอื้นของชาวบ้าน
เอลาริสทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างอ่อนแรง เธอหอบหายใจถี่รัว พลังงานในร่างกายถูกใช้ไปจนหมดสิ้น แต่ใบหน้าของเธอกลับปรากฏรอยยิ้มเล็กๆ ขึ้นมาอย่างเหนื่อยอ่อน เธอทำได้ เธอปกป้องคุณยายและทุกคนได้
เซรอสเดินเข้ามาหาเธอ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ จ้องมองเธอด้วยความใคร่รู้ "เจ้า... มีพลังเวทมนตร์?" เขาถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ
เอลาริสเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและความกลัว "ฉัน... ฉันไม่รู้..."
เซรอสสังเกตเห็นเครื่องรางสุริยันจันทราที่ห้อยอยู่ตรงหน้าอกของเธอ เขาเบิกตากว้างอีกครั้ง ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"มันคือเครื่องรางแห่งราชวงศ์โบราณ... เจ้าเป็นใครกันแน่?" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดกว่าเดิม
เอลาริสไม่รู้จะตอบอะไร เธอรู้เพียงว่าชายลึกลับคนนี้รู้เรื่องบางอย่างที่เธอไม่รู้ และเขาอาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เธอไขปริศนาเหล่านี้ได้
เซรอสกวาดสายตามองไปรอบๆ หมู่บ้านที่กำลังลุกเป็นไฟ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล "ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว พวกมันจะกลับมาอีก และคราวนี้พวกมันจะแข็งแกร่งกว่าเดิม"
เขาก้มลงมองเอลาริสอีกครั้ง "เจ้าต้องไปกับข้า ข้าจะพาเจ้าไปยังที่ที่ปลอดภัย และข้าจะช่วยให้เจ้าเข้าใจพลังที่อยู่ในตัวเจ้า"
เอลาริสลังเล เธอไม่รู้จักเขา เธอไม่รู้ว่าเขาคือใคร มาจากไหน แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้มีเจตนาร้าย และเขาคือคนเดียวที่ปรากฏตัวขึ้นมาในยามคับขัน และรู้เรื่องที่เธอไม่รู้
เธอมองไปยังคุณยายที่กำลังถูกชาวบ้านประคองขึ้นมา คุณยายมองมาที่เธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ ราวกับรู้ว่าเอลาริสต้องไปแล้ว
"ไปเถอะลูก" คุณยายกระซิบด้วยเสียงที่แหบแห้งแต่เต็มไปด้วยความเข้มแข็ง "ไปทำในสิ่งที่เจ้าต้องทำ"
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าคุณยายกำลังอนุญาตให้เธอทำตามชะตาของเธอ เธอจับเครื่องรางในมือแน่น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่รออยู่ข้างหน้า ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม
เซรอสยื่นมือมาให้เธอ เอลาริสจับมือของเขา มือของเขากว้างและแข็งแรงราวกับก้อนหิน มันให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด
"ไปกันเถอะ" เซรอสกล่าว "เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล และอันตรายกว่าที่เจ้าคิดนัก"
เอลาริสลุกขึ้นยืน ตามเซรอสไปโดยไม่ลังเล เธอเหลือบมองหมู่บ้านเอเธอร์เบิร์กที่กำลังถูกไฟเผาผลาญ ความรู้สึกเจ็บปวดเสียใจพลันถาโถมเข้ามา แต่เธอก็รู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น เธอต้องจากไป เพื่อปกป้องโลกใบนี้... และเพื่อปกป้องทุกคนที่เธอรัก
นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่แท้จริง จุดเริ่มต้นของพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ที่เธอจะต้องทำตามให้สำเร็จ ก่อนที่เธอจะหันหลังเดินตามเซรอสไป เธอเหลือบไปเห็นเงาร่างลางๆ บนเนินเขาไกลๆ ร่างนั้นมีขนาดใหญ่และดูน่าเกรงขาม มันจ้องมองมาที่หมู่บ้านที่กำลังลุกไหม้ด้วยดวงตาสีแดงฉาน แม้จะอยู่ไกล แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงรังสีแห่งความชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากมัน ร่างนั้นคือมาลากอร์ ปีศาจในนิมิตของเธอ
ความกลัวจับใจเอลาริสอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้ทำให้เธอหยุดนิ่ง แต่มันเป็นเชื้อเพลิงที่จุดประกายความมุ่งมั่นให้ลุกโชนขึ้นในใจของเธอ เธอจะไม่มีวันยอมให้ราชาปีศาจผู้นั้นทำลายโลกนี้ได้
เธอหันหลังกลับไปอย่างเด็ดเดี่ยวตามเซรอสไปอย่างรวดเร็ว ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล เธอรู้ว่าเธอต้องเรียนรู้การควบคุมพลังของเธอ ต้องค้นหาคทาสุริยันจันทรา และต้องหยุดยั้งมาลากอร์ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก