คทาสุริยัน

ตอนที่ 6 — พลังที่ตื่นขึ้น

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 910 คำ

วันแรกของการฝึกฝนเริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศที่เคร่งเครียดแต่เต็มไปด้วยความหวัง หอคอยเวทมนตร์ที่เคยเงียบสงบพลันมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง ลิรินนำเอลาริสไปยังห้องโถงกว้างใหญ่ที่อยู่ชั้นล่างสุดของหอคอย ห้องโถงแห่งนี้มีสัญลักษณ์เวทมนตร์โบราณสลักอยู่บนพื้นหิน และมีผลึกแก้วขนาดใหญ่วางเรียงรายอยู่รอบๆ

"พลังเวทมนตร์ในตัวเจ้าเป็นเหมือนแม่น้ำที่เชี่ยวกราก เอลาริส" ลิรินกล่าว "หน้าที่ของข้าคือสอนให้เจ้าสร้างเขื่อน ‌เพื่อควบคุมกระแสน้ำนั้นให้ไหลไปในทิศทางที่ถูกต้อง"

ลิรินเริ่มต้นด้วยการสอนเอลาริสให้รู้จักการทำสมาธิ เธอสอนให้เอลาริสสัมผัสถึงพลังชีวิตที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย สัมผัสถึงพลังงานของโลกที่อยู่รอบตัว และรวมพลังงานทั้งสองเข้าด้วยกัน เอลาริสพบว่ามันยากกว่าที่คิดไว้มาก ในตอนแรกจิตใจของเธอยังคงวุ่นวายและไม่สงบ แต่ด้วยความมุ่งมั่น เธอพยายามอย่างเต็มที่

"จงรู้สึกถึงมัน... ​ไม่ใช่แค่เห็น... แต่จงรู้สึกถึงมันด้วยใจ" ลิรินกระตุ้น

เอลาริสหลับตาลง พยายามทำตามที่ลิรินบอก เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานอุ่นๆ ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย มันคือพลังที่เธอเคยกลัว แต่ตอนนี้มันกลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ‍ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเธอมาตลอด

หลังจากฝึกสมาธิไปได้หลายวัน เอลาริสก็เริ่มควบคุมพลังเวทมนตร์พื้นฐานได้บ้าง เธอสามารถทำให้ดอกไม้เหี่ยวเฉากลับมาบานสะพรั่งอีกครั้งได้ ทำให้ไฟเทียนดับลงด้วยการใช้ความคิด หรือทำให้ก้อนหินลอยขึ้นมาเล็กน้อยได้ แต่มันยังคงเป็นเพียงพลังเล็กน้อยเท่านั้น

เซรอสเองก็มีส่วนร่วมในการฝึกฝน เขาพาเอลาริสออกไปที่ลานฝึกซ้อมด้านนอกหอคอย และสอนการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ‌การใช้มีดสั้น และการหลบหลีกจากการโจมตีของศัตรู

"เวทมนตร์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เอลาริส" เซรอสกล่าวขณะที่เขาหลบหมัดของเธอ "เจ้าต้องแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะศัตรูของเจ้าจะไม่อ่อนข้อให้เจ้าเลยแม้แต่น้อย"

เอลาริสเจ็บปวดไปทั้งตัวจากการฝึกซ้อม แต่เธอก็ไม่เคยปริปากบ่น เธอรู้ว่าทุกอย่างที่เธอทำคือเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสำคัญ

วันหนึ่ง ‍ลิรินนำเอลาริสไปยังห้องใต้ดินของหอคอย ห้องแห่งนี้มืดมิดและเย็นยะเยือก มีแท่นบูชาหินขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง บนแท่นบูชามีผลึกแก้วขนาดมหึมาที่เปล่งประกายสีเงินและสีทองอ่อนๆ มันคือผลึกแห่งการเชื่อมโยง

"บัดนี้ ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของคทาสุริยันจันทราแล้ว เอลาริส" ลิรินกล่าว ​"คทายังไม่ถูกค้นพบ แต่จิตวิญญาณของมันยังคงอยู่บนโลกใบนี้ มันกำลังรอคอยที่จะถูกปลุกขึ้นโดยทายาทของราชวงศ์โบราณ"

ลิรินสั่งให้เอลาริสนั่งลงบนแท่นบูชา แล้วหลับตาลง เธอยื่นเครื่องรางสุริยันจันทราให้เอลาริสถือไว้ในมือ "จงสัมผัสถึงมัน สัมผัสถึงพลังที่อยู่ในตัวเจ้า และเชื่อมโยงกับพลังงานของคทา"

เอลาริสหลับตาลง ​เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากเครื่องราง เธอพยายามทำตามที่ลิรินบอก เธอจดจ่ออยู่กับพลังงานในตัวเธอ พยายามที่จะเชื่อมโยงมันเข้ากับพลังงานที่เธอรู้สึกว่ากำลังเรียกหาเธอจากผลึกแก้ว

ในตอนแรกมันเป็นความว่างเปล่า แต่เมื่อเวลาผ่านไป เอลาริสก็เริ่มสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานที่พุ่งเข้ามาในตัวเธอ มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่พลังงานที่ร้อนหรือเย็น ​แต่เป็นพลังงานที่บริสุทธิ์และทรงพลัง ราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติทั้งหมด

เธอเห็นภาพนิมิตอีกครั้ง แต่คราวนี้มันชัดเจนและสมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม เธอเห็นคทาสุริยันจันทราลอยอยู่ตรงหน้าเธอ มันเปล่งประกายสีทองและสีเงินอย่างน่าอัศจรรย์ใจ เธอยื่นมือออกไปสัมผัสกับคทา และทันทีที่นิ้วมือเธอแตะกับคทา พลังงานมหาศาลก็พลันพุ่งเข้าสู่ร่างของเธอ

เอลาริสรู้สึกราวกับว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของคทา คทาก็เป็นส่วนหนึ่งของเธอ เธอได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบา เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงของจิตวิญญาณโบราณ เสียงของคทาเอง

"ผู้พิทักษ์... ในที่สุดเจ้าก็มาแล้ว... ข้าเฝ้ารอเจ้ามาช้านาน..."

ในนิมิตนั้น เอลาริสเห็นภาพของราชินีแห่งแสงกำลังใช้คทาสุริยันจันทราผนึกมาลากอร์ เธอเห็นภาพของนักรบผู้กล้าหาญที่เคยถือครองคทา ภาพของเวทมนตร์ที่เคยรุ่งเรือง และภาพของโลกที่เคยสงบสุข

เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดของคทา ความเจ็บปวดที่เกิดจากการสูญเสียพลัง และความเจ็บปวดที่เกิดจากการที่โลกกำลังจะถูกกลืนกินด้วยความมืดมิด

แต่ในความเจ็บปวดนั้น เธอก็สัมผัสได้ถึงความหวัง ความหวังที่จะถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง ความหวังที่จะรักษาสมดุลของโลก และความหวังที่จะปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างจากความมืดมิด

เอลาริสเปิดตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอกำลังนั่งอยู่บนแท่นบูชาในห้องใต้ดิน ลิรินและเซรอสก้มลงมองเธอด้วยความเป็นห่วง

"เจ้าเชื่อมโยงกับคทาได้แล้วใช่หรือไม่ เอลาริส?" ลิรินถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

เอลาริสพยักหน้าเล็กน้อย ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความเข้าใจ "ใช่ค่ะ ท่านลิริน ฉันสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของมัน ฉันรู้สึกได้ถึงพลังของมัน"

ลิรินยิ้มอย่างพึงพอใจ "ยอดเยี่ยมมาก เอลาริส! นี่คือความก้าวหน้าครั้งสำคัญ เจ้าได้ค้นพบความสามารถที่แท้จริงของเจ้าแล้ว"

เซรอสเองก็มองเอลาริสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น เขาเห็นถึงประกายไฟที่ลุกโชนอยู่ในดวงตาของเธอ ประกายไฟที่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่น

หลังจากเหตุการณ์นั้น เอลาริสก็สามารถควบคุมพลังเวทมนตร์ได้ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด เธอสามารถสร้างโล่พลังงานป้องกันตัวเองได้ สามารถยิงลำแสงพลังงานทำลายล้างได้ และสามารถรักษาบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ได้ด้วยพลังของเธอเอง

เธอเริ่มเข้าใจว่าพลังเวทมนตร์ของเธอไม่ได้เป็นเพียงแค่พลังทำลายล้าง แต่มันคือพลังแห่งชีวิต พลังแห่งการรักษา และพลังแห่งการสร้างสรรค์

วันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังฝึกฝนการใช้เวทมนตร์อยู่กลางลานหิมะด้านนอกหอคอย เธอก็รู้สึกได้ถึงเสียงกระซิบแผ่วเบาที่พัดมากับสายลม เสียงนั้นฟังดูคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเป็นเสียงของคทาสุริยันจันทราที่กำลังพูดคุยกับเธอ

"ผู้พิทักษ์... เวลาใกล้เข้ามาแล้ว... จงเตรียมพร้อม..."

เอลาริสเงยหน้ามองท้องฟ้า ดวงจันทร์กำลังขึ้นสูง แสงของมันส่องสว่างกระทบกับผลึกแก้วบนยอดหอคอย ทำให้มันเปล่งประกายระยิบระยับ

เธอรู้สึกได้ถึงความเร่งด่วนที่เพิ่มขึ้น เวลาของเธอกำลังจะหมดลงแล้ว เธอจะต้องค้นหาคทาสุริยันจันทรา และหยุดยั้งมาลากอร์ให้ได้ ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะสายเกินไป

ลิรินและเซรอสกำลังยืนอยู่ข้างๆ เธอ ใบหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและเป็นกังวล พวกเขารู้ว่าภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเขาก็เชื่อมั่นในตัวเอลาริส

"เจ้าพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับโชคชะตาแล้วใช่หรือไม่ เอลาริส?" ลิรินถาม

เอลาริสพยักหน้า ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ฉันพร้อมค่ะ ท่านลิริน ฉันพร้อมที่จะเป็นผู้พิทักษ์แห่งแสง"

นี่คือจุดสิ้นสุดของการฝึกฝน และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ การเดินทางที่จะนำพาเธอไปสู่การต่อสู้ครั้งสุดท้าย เพื่อปกป้องโลกใบนี้จากความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา เธอจ้องมองไปยังหอคอยเวทมนตร์ที่ส่องแสงเรืองรองในยามค่ำคืน ที่นี่ได้กลายเป็นบ้านแห่งการเรียนรู้และเป็นที่ที่พลังของเธอได้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ เอลาริสรู้สึกขอบคุณลิรินและเซรอสที่คอยชี้แนะและปกป้องเธอมาตลอด

ความรู้สึกหนักอึ้งในใจยังคงอยู่ แต่ตอนนี้มันมาพร้อมกับความมั่นใจ เธอไม่ได้เป็นแค่เด็กสาวกำพร้าอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นผู้พิทักษ์แห่งแสง เป็นผู้ที่มีพลังและความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

เธอรู้ว่าการเดินทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอันตรายและอุปสรรคนับไม่ถ้วน แต่เธอก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน เธอพร้อมแล้วที่จะค้นหาคทาสุริยันจันทรา และพร้อมแล้วที่จะทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ให้สำเร็จ

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!