คทาสุริยัน

ตอนที่ 7 — มงกุฎแห่งราชาปีศาจ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 713 คำ

ขณะที่เอลาริสกำลังฝึกฝนพลังเวทมนตร์อย่างเข้มข้นในหอคอยเวทมนตร์ ข่าวร้ายก็แพร่สะพัดไปทั่วทุกอาณาจักร รายงานการโจมตีจากกองทัพปีศาจมีมากขึ้นเรื่อยๆ หมู่บ้านและเมืองเล็กๆ ถูกทำลายลงอย่างไร้ความปราณี ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังกระตุ้นให้พวกมันออกอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง

ลิรินและเซรอสเริ่มเป็นกังวล พวกเขารู้ว่ามาลากอร์ไม่ได้อยู่เฉยๆ มันกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาอย่างเต็มรูปแบบ

วันหนึ่ง ‌ลิรินนำแผนที่โบราณขนาดใหญ่มาวางลงบนโต๊ะกลางห้องสมุด แผนที่นั้นเต็มไปด้วยสัญลักษณ์แปลกๆ และสถานที่ที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน

"มีรายงานจากสายข่าวลับว่ามาลากอร์กำลังรวบรวมชิ้นส่วนของ 'มงกุฎแห่งความมืด' " ลิรินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม "มันเป็นมงกุฎในตำนานที่ถูกสร้างขึ้นโดยราชาปีศาจเองเมื่อหลายพันปีก่อน มันมีพลังในการดูดกลืนพลังงานชีวิตและเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้สวมใส่"

เอลาริสเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ​"มงกุฎแห่งความมืด?"

"ใช่" ลิรินพยักหน้า "มงกุฎนี้ถูกทำลายเป็นชิ้นๆ และกระจัดกระจายไปทั่วโลกหลังจากการต่อสู้กับราชินีแห่งแสง แต่มาลากอร์กำลังพยายามรวบรวมชิ้นส่วนเหล่านั้นอีกครั้ง เพื่อปลดปล่อยพลังชั่วร้ายที่แท้จริงของมัน"

เซรอสกำหมัดแน่น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ "ถ้ามันรวบรวมมงกุฎได้สำเร็จ ‍มันจะแข็งแกร่งจนไม่มีใครต้านทานได้ แม้แต่พลังของคทาสุริยันจันทราก็อาจจะทำอะไรมันไม่ได้"

ความจริงนี้ทำให้เอลาริสรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก ภารกิจของเธอกำลังจะยากขึ้นอีกหลายเท่าตัว เธอไม่ได้แค่ต้องผนึกมาลากอร์ แต่เธอต้องหยุดยั้งมันจากการรวบรวมมงกุฎแห่งความมืดให้ได้

"เราต้องทำอะไรสักอย่าง" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

ลิรินชี้ไปที่จุดสามจุดบนแผนที่ "ตามรายงาน ชิ้นส่วนของมงกุฎถูกพบในสามสถานที่ ‌หนึ่งในนั้นอยู่ใน 'ป่าต้องห้ามแห่งคาร์เธน' ซึ่งเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังงานความมืดและปีศาจร้าย อีกสองที่ยังไม่แน่ชัด"

"เราจะไปที่ป่าต้องห้าม" เซรอสกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว "เราจะชิงชิ้นส่วนของมงกุฎจากพวกมันก่อนที่มาลากอร์จะรวบรวมมันได้สำเร็จ"

เอลาริสรู้ว่าการเดินทางไปที่ป่าต้องห้ามนั้นอันตรายมาก แต่เธอก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน เธอไม่ได้กลัวอีกต่อไปแล้ว ‍เธอรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ที่เธอต้องแบกรับไว้

"ฉันจะไปด้วยค่ะ" เอลาริสกล่าว "ฉันจะใช้พลังของฉันเพื่อช่วยพวกคุณ"

ลิรินมองเอลาริสด้วยความชื่นชม "ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดอย่างนั้น เอลาริส พลังของเจ้ากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และเจ้าคือความหวังเดียวของเรา"

เธอหยิบหนังสือเล่มเก่าคร่ำคร่าอีกเล่มออกมา "ข้าได้ศึกษาตำราโบราณเกี่ยวกับมงกุฎแห่งความมืด ​มงกุฎนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องประดับ แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นจากความชั่วร้าย มันสามารถดูดกลืนพลังชีวิตจากสิ่งมีชีวิตรอบตัว และเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นข้ารับใช้ของมาลากอร์ได้"

"ยิ่งไปกว่านั้น มงกุฎยังมีความสามารถในการควบคุมจิตใจของผู้ที่อ่อนแอ หากมาลากอร์สามารถรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดได้สำเร็จ มันจะไม่ใช่แค่แข็งแกร่งขึ้น แต่สติปัญญาและความชั่วร้ายของมันจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ​และมันอาจจะสามารถบงการทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้"

เซรอสกำหมัดแน่นอีกครั้ง "ถ้าเป็นเช่นนั้น เราต้องรีบจัดการมันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"

ลิรินพยักหน้า "แต่การเข้าไปในป่าต้องห้ามนั้นไม่ง่ายนัก ที่นั่นเต็มไปด้วยปีศาจร้ายที่แข็งแกร่ง และพลังงานความมืดที่เข้มข้นจะทำให้เวทมนตร์ของเจ้าอ่อนแอลง"

เอลาริสฟังอย่างตั้งใจ เธอรู้ว่าภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เธอก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน ​เธอได้ฝึกฝนมาอย่างหนัก และเธอเชื่อในพลังของเธอ

"ฉันไม่กลัวหรอกค่ะ" เอลาริสกล่าว "ฉันจะใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันมีเพื่อหยุดมาลากอร์ให้ได้"

ลิรินยิ้มให้เอลาริส "ข้ารู้ว่าเจ้าจะทำได้ เอลาริส"

ในค่ำคืนนั้น ทั้งสามคนเตรียมตัวสำหรับการเดินทางสู่ป่าต้องห้าม เซรอสลับคมดาบและตรวจสอบธนูของเขา เอลาริสตรวจสอบเครื่องรางสุริยันจันทราในมือของเธอ และลิรินก็เตรียมเวทมนตร์ป้องกันและเวทมนตร์โจมตีเพื่อใช้ในการต่อสู้

บรรยากาศในหอคอยเวทมนตร์เต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่ก็มีความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งอยู่ภายในใจของทุกคน พวกเขารู้ว่าภารกิจนี้คือชะตากรรมของโลกใบนี้ และพวกเขาคือความหวังสุดท้ายที่จะรักษามันไว้

เอลาริสหลับตาลง เธอสัมผัสได้ถึงพลังของคทาสุริยันจันทราที่เชื่อมโยงกับเธอ มันคือพลังที่บริสุทธิ์และทรงพลัง มันคือพลังแห่งแสงที่จะต่อสู้กับความมืดมิด

เธอเปิดตาขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว เธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมาลากอร์และกองทัพปีศาจของมัน เธอพร้อมแล้วที่จะปกป้องโลกใบนี้จากความมืดมิด

เซรอสเดินเข้ามาหาเธอ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น "เราจะทำมันด้วยกัน เอลาริส"

เอลาริสพยักหน้าเล็กน้อยแล้วยิ้มตอบกลับไป เธอรู้สึกอบอุ่นในใจ เธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอมีสหายผู้กล้าหาญที่จะร่วมต่อสู้กับเธอ

ในรุ่งเช้าของวันถัดมา ทั้งสามคนออกเดินทางจากหอคอยเวทมนตร์ พวกเขามุ่งหน้าสู่ป่าต้องห้ามแห่งคาร์เธน สถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายและความมืดมิด เพื่อชิงชิ้นส่วนของมงกุฎแห่งความมืดจากเงื้อมมือของราชาปีศาจมาลากอร์

การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเดินทางเพื่อต่อสู้กับปีศาจ แต่มันคือการเดินทางเพื่อปกป้องอนาคตของโลกใบนี้ และพวกเขาก็พร้อมแล้วที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ลิรินเดินมาตบไหล่เอลาริสเบาๆ "จงเชื่อมั่นในตัวเอง เอลาริส พลังที่อยู่ในตัวเจ้าคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก จงใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด"

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าลิรินและเซรอสเชื่อในตัวเธอ และนั่นก็เป็นแรงผลักดันให้เธอแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว

พวกเขาเดินออกไปจากหอคอยเวทมนตร์ แสงอรุณยามเช้าส่องกระทบใบหน้าของพวกเขา แต่ในใจของพวกเขากลับมีแต่ความมุ่งมั่นที่จะเผชิญหน้ากับความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา

ชะตากรรมของโลกใบนี้ขึ้นอยู่กับพวกเขาแล้ว และพวกเขาก็พร้อมแล้วที่จะแบกรับมันไว้บนบ่า

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!