ป่าต้องห้ามแห่งคาร์เธนเป็นสถานที่ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านบิดเบี้ยวราวกับแขนของสัตว์ประหลาด ใบไม้สีดำมืดมิดปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง บดบังแสงอาทิตย์จนแทบมองไม่เห็น กลิ่นเหม็นเน่าและพลังงานความมืดที่เข้มข้นอบอวลไปทั่ว ทำให้รู้สึกหายใจติดขัด
เอลาริส ลิริน และเซรอส เดินทางเข้าสู่ป่าด้วยความระมัดระวัง ทุกย่างก้าวที่เดินไปข้างหน้าเต็มไปด้วยอันตราย เสียงของสัตว์ประหลาดที่ซุ่มซ่อนอยู่ในเงา เสียงหอบหายใจของปีศาจที่กำลังลาดตระเวน และเสียงกระซิบแผ่วเบาที่พัดมากับสายลม ซึ่งเป็นเสียงของวิญญาณที่ถูกความมืดกลืนกิน
"ระวังตัวไว้ให้ดี เอลาริส" เซรอสกระซิบ "ที่นี่เต็มไปด้วยปีศาจระดับสูงของมาลากอร์ และพลังงานความมืดจะทำให้เวทมนตร์ของเจ้าอ่อนแอลงเล็กน้อย"
เอลาริสพยักหน้า เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานความมืดที่กำลังกัดกินพลังของเธอ แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ เธอใช้สมาธิเพื่อรวมพลังเวทมนตร์ในตัวเธอให้เข้มข้นที่สุด
ลิรินเดินนำหน้า พลังเวทมนตร์ป้องกันของเธอสร้างบาเรียบางๆ คลุมรอบตัวพวกเขาทั้งสามคน เพื่อปกป้องพวกเขาจากพลังงานความมืดที่แผ่ออกมาจากป่า
พวกเขาเดินทางมาได้สักระยะหนึ่ง ก็มีเสียงกระหึ่มจากด้านหน้า เงาร่างขนาดใหญ่หลายตัวกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ มันคือปีศาจผู้พิทักษ์ที่เฝ้าชิ้นส่วนของมงกุฎแห่งความมืด พวกมันมีร่างกายกำยำ ดวงตาสีแดงฉาน และกรงเล็บแหลมคมที่เปล่งประกายสีม่วงเข้ม
"เตรียมตัวให้พร้อม!" เซรอสตะโกน เขาชักดาบสีเงินออกมาจากฝัก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
ปีศาจพุ่งเข้ามาโจมตีพวกเขาทันที การต่อสู้ที่ดุเดือดก็เริ่มต้นขึ้น
เซรอสพุ่งเข้าใส่ปีศาจด้วยความเร็ว ดาบของเขาฟาดฟันใส่ร่างของปีศาจอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เขาเคลื่อนไหวราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ ฟันปีศาจขาดสะบั้นไปทีละตัวๆ
ลิรินร่ายเวทมนตร์โจมตี เธอเสกคาถาเพลิงสีฟ้าอ่อนที่พุ่งเข้าใส่ปีศาจอย่างรุนแรง ทำให้พวกมันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เธอยังร่ายเวทมนตร์ป้องกันเพื่อปกป้องเซรอสจากกรงเล็บของปีศาจอีกด้วย
เอลาริสเองก็ไม่น้อยหน้า เธอใช้พลังเวทมนตร์ที่เธอฝึกฝนมาอย่างหนัก เธอสร้างโล่พลังงานสีขาวบริสุทธิ์เพื่อป้องกันการโจมตีของปีศาจ และยิงลำแสงพลังงานใส่พวกมัน
"อย่าประมาทพวกมัน เอลาริส!" เซรอสตะโกนเตือน ขณะที่เขาหลบการโจมตีของปีศาจตัวหนึ่งได้อย่างหวุดหวิด
ปีศาจตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่เอลาริสจากด้านหลัง เธอไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ทันใดนั้นเอง ลิรินก็ร่ายเวทมนตร์สายฟ้าสีม่วงเข้มใส่ปีศาจตัวนั้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มันล้มลงไปกองกับพื้น
เอลาริสรู้ว่าเธอต้องใช้พลังของเธอให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ เธอหลับตาลงเล็กน้อย พยายามรวบรวมพลังเวทมนตร์ในตัวเธอให้เข้มข้นที่สุด
"ฉันจะไม่ยอมแพ้!" เธอตะโกน
พลังงานสีขาวบริสุทธิ์พลันพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเอลาริส มันไม่ใช่แค่แสงเรืองรองอ่อนๆ อีกต่อไป แต่มันคือพลังมหาศาลที่ส่องประกายเจิดจ้า ราวกับว่าดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ได้มารวมตัวกันอยู่ในร่างของเธอ
เธอสร้างโล่พลังงานขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพวกเขาทั้งสามคน โล่นั้นแข็งแกร่งจนปีศาจไม่สามารถทะลุผ่านเข้ามาได้
"สุดยอดมาก เอลาริส!" ลิรินกล่าวด้วยความประหลาดใจ
เอลาริสยื่นมือออกไปข้างหน้า ลำแสงพลังงานสีขาวพุ่งออกจากมือของเธออย่างต่อเนื่อง พุ่งเข้าใส่ปีศาจอย่างรุนแรง ปีศาจหลายตัวถูกลำแสงนั้นเผาผลาญจนสลายกลายเป็นเถ้าธุลี
เซรอสฉวยโอกาสที่ปีศาจกำลังชะงักจากการโจมตีของเอลาริส พุ่งเข้าใส่ปีศาจที่เหลืออยู่ และจัดการพวกมันจนสิ้นซาก
การต่อสู้สิ้นสุดลง ปีศาจทุกตัวถูกกำจัดจนหมดสิ้น เหลือเพียงซากศพที่ไหม้เกรียมและกลิ่นเหม็นเน่าที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ
เอลาริสทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างอ่อนแรง เธอหอบหายใจถี่รัว พลังงานในร่างกายถูกใช้ไปจนหมดสิ้น แต่ใบหน้าของเธอกลับปรากฏรอยยิ้มเล็กๆ ขึ้นมาอย่างเหนื่อยอ่อน
"เราทำได้..." เธอพึมพำกับตัวเอง
ลิรินเดินเข้ามาหาเธอ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "เจ้าทำได้ดีมาก เอลาริส พลังของเจ้าเติบโตขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์"
เซรอสเองก็พยักหน้าเล็กน้อย "เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากจริงๆ เอลาริส เจ้าคือผู้พิทักษ์ที่แท้จริง"
เอลาริสรู้สึกอบอุ่นในใจ เธอได้รับคำชมจากคนที่เธอเคารพ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองมากที่สุด
พวกเขาเดินสำรวจบริเวณที่ต่อสู้กัน และในที่สุด เซรอสก็พบสิ่งที่พวกเขากำลังตามหาอยู่ มันคือชิ้นส่วนของมงกุฎแห่งความมืด ชิ้นส่วนนั้นเป็นโลหะสีดำสนิทที่เปล่งประกายความชั่วร้ายออกมา มันวางอยู่บนแท่นหินที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง
เซรอสใช้ผ้าคลุมสีดำห่อชิ้นส่วนของมงกุฎไว้อย่างระมัดระวัง "เราต้องนำมันกลับไปที่หอคอยเวทมนตร์ เพื่อให้ลิรินผนึกมันไว้ไม่ให้มาลากอร์ใช้งานได้อีก"
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าภารกิจของพวกเขายังไม่จบ พวกเขายังต้องค้นหาชิ้นส่วนที่เหลือของมงกุฎแห่งความมืด และต้องค้นหาคทาสุริยันจันทราให้พบ
"เราพักค้างคืนที่นี่ก่อนเถอะ" ลิรินกล่าว "คืนนี้เราจะฉลองชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ และพรุ่งนี้เราจะเดินทางกลับหอคอยเวทมนตร์"
ทั้งสามคนก่อกองไฟขึ้นมาเล็กๆ กลางป่าต้องห้าม แสงไฟส่องสว่างขับไล่ความมืดมิดออกไปชั่วขณะ
เอลาริสจ้องมองไปที่เปลวไฟ เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากไฟ และความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากสหายของเธอ
เธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอมีเซรอสผู้กล้าหาญ และลิรินผู้รอบรู้ คอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
การต่อสู้ในป่าต้องห้ามแห่งคาร์เธน คือบทพิสูจน์ที่แท้จริงของพลังของเอลาริส และมันเป็นบทพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสามคน
เอลาริสรู้ว่าเส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลและเต็มไปด้วยอันตราย แต่เธอก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน เธอพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้พิทักษ์แห่งแสง และพร้อมแล้วที่จะทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ให้สำเร็จ เธอมองไปที่ลิรินและเซรอสที่กำลังนั่งอยู่ข้างกองไฟ ใบหน้าของพวกเขากำลังยิ้มอย่างมีความสุขเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่พวกเขาออกเดินทางมาด้วยกัน
เอลาริสยิ้มตอบกลับไป ความรู้สึกผูกพันกับพวกเขานั้นลึกซึ้งยิ่งกว่าที่เธอเคยมีกับใคร เธอรู้ว่าเธอโชคดีแค่ไหนที่มีสหายเช่นพวกเขา
ความมืดมิดในป่าต้องห้ามยังคงโอบล้อมพวกเขาอยู่ แต่ในใจของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น แสงไฟจากกองไฟส่องสว่างกระทบใบหน้าของพวกเขา ทำให้เห็นถึงความกล้าหาญที่ซ่อนอยู่ภายใน
เอลาริสรู้ว่านี่เป็นเพียงการต่อสู้ครั้งแรกเท่านั้น การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับมาลากอร์ยังคงรออยู่ข้างหน้า แต่ตอนนี้เธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน เธอพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้พิทักษ์แห่งแสง และพร้อมแล้วที่จะทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ให้สำเร็จ

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก