หลังจากชัยชนะในป่าต้องห้าม คณะผู้กล้าได้เดินทางกลับหอคอยเวทมนตร์พร้อมกับชิ้นส่วนแรกของมงกุฎแห่งความมืด ลิรินได้เริ่มทำการผนึกชิ้นส่วนนั้นทันที เพื่อไม่ให้มาลากอร์สามารถใช้งานได้อีก ขณะที่เอลาริสและเซรอสก็ใช้เวลาในการพักฟื้นร่างกายและจิตใจ
แต่ความตึงเครียดไม่ได้จางหายไปไหน เวลาเหลือน้อยลงทุกที สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึง และพวกเขายังไม่พบ 'คทาสุริยันจันทรา'
วันหนึ่ง ลิรินเรียกเอลาริสและเซรอสมาที่ห้องสมุด เธอวางตำราโบราณหลายเล่มลงบนโต๊ะ ใบหน้าของเธอดูเหน็ดเหนื่อยแต่แววตาของเธอกลับเปล่งประกายด้วยความเข้าใจ
"ข้าได้ไขปริศนาโบราณสำเร็จแล้ว" ลิรินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น "ข้าได้ค้นพบความจริงเกี่ยวกับคทาสุริยันจันทราและพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์"
เอลาริสและเซรอสจ้องมองลิรินด้วยความกระหายใคร่รู้
"คทาสุริยันจันทราไม่ใช่แค่อาวุธสำหรับผนึกมาลากอร์" ลิรินอธิบาย "แต่มันคือกุญแจสำคัญในการทำลายคำสาปที่มาลากอร์สร้างขึ้นเมื่อหลายพันปีก่อน"
"คำสาปอะไรคะ?" เอลาริสถาม
"เมื่อมาลากอร์ถูกผนึกโดยราชินีแห่งแสง มันได้สาปแช่งโลกใบนี้ให้เวทมนตร์ค่อยๆ เลือนหายไป ความเชื่อของผู้คนที่มีต่อเวทมนตร์ก็ลดลง และโลกก็เข้าสู่ยุคที่เน้นตรรกะและวิทยาการ" ลิรินกล่าว "คำสาปนี้จะทำให้โลกอ่อนแอลง และเมื่อมาลากอร์ถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง มันจะสามารถควบคุมโลกได้อย่างง่ายดาย"
เซรอสกำหมัดแน่น "นั่นหมายความว่า การที่เราไม่เชื่อในเวทมนตร์มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เป็นแผนการของมาลากอร์ทั้งหมดงั้นหรือ?"
"ถูกต้อง" ลิรินพยักหน้า "มาลากอร์รู้ว่าถ้าผู้คนยังเชื่อในเวทมนตร์และมีพลังเวทมนตร์อยู่ มันจะยากที่จะกลับมามีอำนาจอีกครั้ง มันจึงสร้างคำสาปนี้ขึ้นมาเพื่อบั่นทอนกำลังของโลก"
"แล้วคทาจะทำลายคำสาปนี้ได้อย่างไรคะ?" เอลาริสถาม
ลิรินเปิดคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่ง เผยให้เห็นภาพวาดของราชินีแห่งแสงกำลังร่ายเวทมนตร์กับคทาสุริยันจันทราบนยอดเขาสูงท่ามกลางแสงของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่
"คทาสุริยันจันทรามีพลังในการเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของโลก และสามารถดึงพลังงานสุริยันและจันทรามาใช้ได้อย่างเต็มที่ แต่การที่จะทำลายคำสาปและปลุกพลังของคทาให้สมบูรณ์ จะต้องทำพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ 'เทือกเขาแห่งอรุณรุ่ง' ในช่วงเวลาของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่เท่านั้น"
"แต่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้วนะคะ" เอลาริสกล่าวด้วยความกังวล
"ใช่" ลิรินพยักหน้า "เรามีเวลาน้อยมาก เอลาริส เจ้าจะต้องฝึกฝนพลังของเจ้าให้สมบูรณ์ที่สุด และเราจะต้องเดินทางไปยังเทือกเขาแห่งอรุณรุ่งให้ทันเวลา"
ลิรินอธิบายเพิ่มเติมว่า การทำลายคำสาปไม่ได้หมายถึงแค่การปลุกพลังของคทาให้สมบูรณ์ แต่ยังเป็นการปลุกจิตวิญญาณแห่งเวทมนตร์ให้กลับคืนสู่โลกอีกครั้ง ผู้คนจะกลับมาเชื่อในเวทมนตร์ และเวทมนตร์จะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง
"แต่ถ้าเราทำไม่สำเร็จล่ะคะ?" เอลาริสถาม
ลิรินมองเอลาริสด้วยสายตาที่จริงจัง "ถ้าเราทำไม่สำเร็จ มาลากอร์จะถูกปลดปล่อยออกมาอย่างสมบูรณ์ และโลกใบนี้จะถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดไปตลอดกาล"
ความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงถาโถมเข้ามาในจิตใจของเอลาริส เธอรู้ว่าภารกิจนี้คือชะตากรรมของโลกใบนี้ และเธอคือความหวังสุดท้ายที่จะรักษามันไว้
"ฉันจะทำมันให้สำเร็จค่ะ ท่านลิริน" เอลาริสกล่าวด้วยเสียงที่หนักแน่น "ฉันจะปลุกพลังของคทาให้สมบูรณ์ และฉันจะทำลายคำสาปของมาลากอร์ให้ได้"
เซรอสเดินเข้ามาหาเอลาริส ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น "ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ เอลาริส เราจะต่อสู้ไปด้วยกัน"
ลิรินยิ้มให้เอลาริส "ข้ารู้ว่าเจ้าทำได้ เอลาริส เจ้าคือผู้พิทักษ์แห่งแสงที่แท้จริง"
ในค่ำคืนนั้น เอลาริสใช้เวลาในการฝึกฝนพลังเวทมนตร์อย่างหนัก เธอพยายามเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของคทาสุริยันจันทราอีกครั้ง เพื่อทำความเข้าใจถึงพลังที่แท้จริงของมัน
เธอเห็นภาพของราชินีแห่งแสงกำลังทำพิธีศักดิ์สิทธิ์บนเทือกเขาแห่งอรุณรุ่ง ภาพของดวงจันทร์คู่ที่กำลังถูกบดบังด้วยสุริยคราส และภาพของแสงเวทมนตร์ที่พวยพุ่งออกมาจากคทาสุริยันจันทรา พลังนั้นบริสุทธิ์และทรงพลังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เอลาริสรู้สึกได้ว่าพลังของเธอเองก็กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มควบคุมพลังงานสุริยันและจันทราได้ดีขึ้น เธอสามารถสร้างแสงสว่างจากมือของเธอ และสามารถควบคุมกระแสลมได้ตามต้องการ
ลิรินเข้ามาหาเอลาริสในยามดึก "เจ้าพร้อมแล้วใช่หรือไม่ เอลาริส?"
เอลาริสพยักหน้า "ฉันพร้อมแล้วค่ะ ท่านลิริน ฉันพร้อมที่จะทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์"
ลิรินยื่นแผนที่โบราณให้เอลาริส "นี่คือเส้นทางสู่เทือกเขาแห่งอรุณรุ่ง มันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกซ่อนไว้จากสายตาของปีศาจ แต่ก็เต็มไปด้วยอุปสรรคและอันตรายมากมาย"
เอลาริสรับแผนที่มา เธอจ้องมองไปที่เส้นทางที่ทอดยาวไปสู่ยอดเขาสูงสุดของโลก มันคือเส้นทางแห่งโชคชะตาของเธอ
เธอรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เธอก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน เธอพร้อมแล้วที่จะปกป้องโลกใบนี้จากความมืดมิด และพร้อมแล้วที่จะนำเวทมนตร์กลับคืนสู่โลกอีกครั้ง
ในรุ่งเช้าของวันถัดมา คณะผู้กล้าเตรียมตัวสำหรับการเดินทางครั้งสุดท้าย พวกเขารู้ว่านี่คือภารกิจที่สำคัญที่สุดในชีวิต และพวกเขาคือความหวังสุดท้ายของโลกใบนี้
เอลาริส สวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ที่ถูกเตรียมไว้ให้โดยลิริน เธอถือเครื่องรางสุริยันจันทราในมือแน่น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว
เซรอส สวมชุดเกราะหนังสีดำเข้ม ถือดาบสีเงินเล่มโปรดของเขา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวเอลาริส
ลิริน สวมชุดคลุมสีม่วงเข้ม ถือคัมภีร์เวทมนตร์เล่มโปรดของเธอ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวังและกำลังใจ
ทั้งสามคนเดินออกจากหอคอยเวทมนตร์ มุ่งหน้าสู่เทือกเขาแห่งอรุณรุ่ง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่จะเป็นจุดตัดสินชะตากรรมของโลกใบนี้
สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึง และพวกเขาต้องไปให้ถึงที่นั่นให้ทันเวลา ก่อนที่ความมืดมิดจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างไปตลอดกาล เอลาริสรู้สึกได้ถึงเสียงกระซิบของคทาสุริยันจันทราในใจ เสียงนั้นกำลังเรียกหาเธอ กำลังชี้ทางให้เธอไปสู่เทือกเขาแห่งอรุณรุ่ง
เธอรู้ว่าคทาสุริยันจันทราไม่ได้เป็นเพียงแค่อาวุธ แต่มันคือเพื่อนร่วมทาง เป็นส่วนหนึ่งของตัวเธอ เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เธอทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ให้สำเร็จ
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้า ดวงจันทร์สองดวงเริ่มโคจรเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังรอคอยเวลาที่ความมืดมิดจะมาถึง
ความรู้สึกตื่นเต้นและความกลัวปะปนกันอยู่ในใจของเอลาริส แต่ความมุ่งมั่นของเธอก็ยังคงแข็งแกร่งกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง
เธอคือผู้พิทักษ์แห่งแสง เธอคือความหวังสุดท้ายของโลกใบนี้ และเธอจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องมันให้สำเร็จ

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก