คทาสุริยัน

ตอนที่ 13 — ผนึกคทา: คำถามที่ไม่เข้าใจ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,707 คำ

เอลาริสมองตามสายตาของลิรินขึ้นไปยังยอดเขาที่ถูกเมฆเทาหม่นบดบัง "ผนึกคทา... ทำไมต้องผนึกคะ? ถ้าคทาคือสิ่งเดียวที่จะผนึกมาลากอร์ได้ แล้วทำไมราชินีเซราฟีน่าถึงผนึกมันไว้ในที่ที่เข้าถึงยากขนาดนี้ล่ะคะ? การทำแบบนั้นมันไม่ได้ทำให้เราเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์หรือคะ?" น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและความหงุดหงิดเล็กน้อย ในเมื่อเวลาสุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังใกล้เข้ามาทุกที ‌ทุกนาทีมีค่า แต่คทาอันเป็นกุญแจสำคัญกลับถูกซ่อนเอาไว้ในที่ที่ยากจะเข้าถึงที่สุด

ลิรินถอนหายใจเบาๆ พลางก้าวเดินนำไปตามทางเดินแคบๆ ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและก้อนกรวด "คำถามของเจ้านั้นถูกต้องแล้วเอลาริส และราชินีเซราฟีน่าก็ทรงไตร่ตรองเรื่องนี้มาอย่างรอบคอบยิ่งกว่าใคร" เธอกล่าวพลางใช้มือสัมผัสเบาๆ กับต้นสนที่ปกคลุมด้วยหิมะ ​"คทาสุริยันจันทรานั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพลังที่ยิ่งใหญ่ พลังแห่งผู้พิทักษ์ที่แท้จริงคือเลือดเนื้อและจิตวิญญาณของราชวงศ์อาเรียสเองต่างหาก คทาเป็นเพียงสื่อนำ เป็นกุญแจที่ไขพลังนั้นออกมาได้เต็มที่ แต่กุญแจนั้นก็อันตรายไม่แพ้ประตูที่มันจะเปิด"

เซรอสที่เดินตามหลังเอลาริสเงียบๆ มาตลอด ก็ขมวดคิ้ว "อันตรายอย่างไรครับ?"

"พลังของคทานั้นบริสุทธิ์และมหาศาล ‍มันสามารถดึงดูดทั้งแสงสว่างและความมืดในเวลาเดียวกัน" ลิรินหันมามองเอลาริส ดวงตาของเธอลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร "หากผู้ถือครองยังไม่พร้อม ไม่ได้ฝึกฝนพลังภายในให้แข็งแกร่งพอ ไม่ได้เข้าใจถึงความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง ไม่ได้มีหัวใจที่บริสุทธิ์พอที่จะควบคุมมัน คทาจะกลืนกินผู้ถือครอง ‌พลังของมันจะทำลายล้างทั้งกายและใจ อาจถึงขั้นทำให้ผู้ถือครองกลายเป็นเครื่องมือของความมืดมิดเสียเองก็เป็นได้"

เอลาริสตัวเย็นวาบ เธอจินตนาการภาพตัวเองถูกพลังอันน่าเกรงขามนั้นกลืนกินไปชั่วขณะ "ราชินีเซราฟีน่าทรงรู้ว่ามันจะเกิดขึ้นกับท่านรึเปล่าคะ?"

"ไม่เชิง" ลิรินส่ายหน้า "ราชินีเซราฟีน่าทรงเป็นราชินีผู้ทรงพลังที่สุดเท่าที่ราชวงศ์อาเรียสเคยมีมา พระองค์ทรงเป็นผู้พิทักษ์ที่สมบูรณ์แบบ แต่แม้แต่พระองค์ก็ยังทรงระมัดระวังในการใช้พลังของคทา ‍พระองค์ทรงทราบดีว่าช่วงเวลาที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะมาถึงนั้น เป็นช่วงเวลาที่พลังของคทาจะถูกปลดปล่อยได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่พลังแห่งความมืดจะแข็งแกร่งที่สุดด้วยเช่นกัน"

"ดังนั้น ราชินีจึงทรงตัดสินใจผนึกคทาไว้ในสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด รอคอยผู้สืบทอดที่แท้จริงซึ่งมีจิตวิญญาณที่เข้มแข็งพอที่จะควบคุมมันได้ ราชินีทรงหวังว่าในช่วงเวลาที่คทาถูกผนึก ผู้สืบทอดจะมีเวลาฝึกฝนตัวเองให้พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับมาลากอร์" ลิรินหยุดเดิน ​เธอชี้ไปยังทางขึ้นที่สูงชันเบื้องหน้า "และเทือกเขาแห่งอรุณรุ่งแห่งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ผนึกคทาเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่แห่งการฝึกฝน สถานที่แห่งการทดสอบจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์มาตั้งแต่โบราณกาล"

"พวกเราต้องขึ้นไปบนนั้นทั้งหมดเลยหรือคะ?" เอลาริสมองยอดเขาที่สูงเสียดฟ้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจและหวาดหวั่น แม้เธอจะรู้สึกว่าพลังภายในตัวเริ่มตื่นขึ้นบ้างแล้ว ​แต่การผจญภัยในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายแบบนี้ยังคงเป็นเรื่องใหม่สำหรับเธอ

"ใช่" ลิรินตอบสั้นๆ ก่อนจะเริ่มก้าวเดินขึ้นไปอย่างช้าๆ แต่สม่ำเสมอ "หนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งจากธรรมชาติที่โหดร้ายของเทือกเขา และจากพลังความมืดของมาลากอร์ที่พยายามจะแทรกซึมเข้ามา แต่หากเจ้าต้องการพลังของคทา ​เจ้าต้องพิสูจน์ตัวเองว่าคู่ควร"

ทั้งสามเริ่มออกเดินทางขึ้นสู่เทือกเขาแห่งอรุณรุ่งอย่างช้าๆ อากาศหนาวเย็นกัดกินผิวหนังจนรู้สึกชา พายุหิมะเริ่มพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การมองเห็นเลวร้ายลงอย่างเห็นได้ชัด พื้นผิวของภูเขาปกคลุมไปด้วยหิมะหนากว่าครึ่งแข้ง ซ่อนก้อนหินและรากไม้ที่แข็งตัวอยู่เบื้องล่าง ทำให้ก้าวเดินแต่ละก้าวต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

เซรอสเดินนำหน้า คอยใช้ดาบเหล็กกล้าคมกริบของเขาตัดกิ่งไม้ที่ปกคลุมทาง หรือใช้ปลายดาบเคาะดูความแข็งแรงของพื้นหิมะก่อนที่เอลาริสและลิรินจะก้าวตามมา แสงจันทร์ที่เคยส่องเป็นประกายเงินยามต้องยอดเขา ถูกเมฆดำทะมึนกลืนกินไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมทุกสิ่ง

"ผมรู้สึกได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาด" เซรอสกล่าวเสียงเครียด ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ราวกับจะจับจ้องทุกสิ่งในความมืด "มันไม่ใช่แค่ความหนาวเย็นหรือความมืดธรรมดา แต่เหมือนมีบางสิ่งกำลังเฝ้ามองพวกเราอยู่"

เอลาริสพยักหน้า เธอเองก็รู้สึกเช่นนั้นเช่นกัน ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในอาณาเขตของเทือกเขาแห่งนี้ เส้นผมบนต้นคอของเธอก็ลุกชันอยู่ตลอดเวลา บางครั้งเธอก็รู้สึกเหมือนมีลมหายใจเย็นยะเยือกแผ่วเบาอยู่ข้างหู หรือเห็นเงาดำตะคุ่มๆ วูบไหวอยู่ตามซอกหินและต้นสนที่บิดเบี้ยวจากความหนาวเย็น

ลิรินหยุดเดินกะทันหัน เธอหลับตาลงชั่วขณะ ก่อนจะเปิดมันขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาของเธอฉายแววครุ่นคิด "พลังแห่งความมืดของมาลากอร์แข็งแกร่งเกินกว่าที่ข้าคาดไว้ มันได้แทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ส่วนลึกของเทือกเขาแห่งนี้แล้ว มันไม่ใช่แค่พลังงานที่แผ่เข้ามา แต่มันเริ่มกัดกินสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในที่นี้"

ทันใดนั้น เสียงคำรามต่ำๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า หิมะที่ปกคลุมอยู่บนต้นสนใกล้ๆ ร่วงกราวลงมาพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนของพื้นดิน

"ระวัง!" เซรอสตะโกน เขาชักดาบขึ้นตั้งท่าป้องกันทันที

จากเงาของกลุ่มต้นสน ร่างของสัตว์ป่าขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้น มันคือหมีสีขาวขนาดมหึมา ขนของมันขาวโพลนราวกับหิมะ แต่ดวงตาของมันกลับเรืองแสงสีแดงฉานราวกับถ่านไฟ มีร่องรอยของพลังงานมืดแผ่ออกมาจากตัวมันอย่างชัดเจน ฟันอันแหลมคมของมันยื่นยาวออกมาจากปากที่เผยอออก กรงเล็บยาวเฟื้อยที่เคยใช้ขย้ำเหยื่อตามธรรมชาติ บัดนี้กลับถูกเคลือบด้วยน้ำแข็งสีดำที่ส่งกลิ่นเหม็นสาบ

"หมีหิมะถูกกัดกินด้วยพลังของมาลากอร์" ลิรินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "มันไม่เหมือนหมีหิมะทั่วไปแล้ว มันจะโจมตีทุกสิ่งที่ขวางหน้า"

หมีหิมะคำรามอีกครั้ง พลางพุ่งเข้าใส่เซรอสด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ ร่างกายที่ใหญ่โตของมันเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วเกินคาด หิมะกระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณ เซรอสใช้ดาบป้องกันการโจมตีจากกรงเล็บอันแข็งแกร่งของหมีอย่างยากลำบาก เสียงโลหะปะทะกับกรงเล็บดังสนั่นหวั่นไหว

เอลาริสรู้สึกตื่นตระหนก หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความกลัว เธอไม่เคยเห็นการต่อสู้ที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อน ลิรินร่ายมนตร์ป้องกัน แต่ดูเหมือนพลังของหมีหิมะที่ถูกความมืดเข้าครอบงำจะแข็งแกร่งกว่าที่คิด คาถาของลิรินทำได้เพียงแค่ชะลอการเคลื่อนไหวของมันได้ชั่วขณะเท่านั้น

เซรอสถูกหมีหิมะต้อนจนมุม เขาพยายามหาจังหวะสวนกลับ แต่ขนาดและความดุดันของสัตว์ร้ายทำให้เขาลำบาก "เอลาริส! ลิริน! ถอยไปก่อน!" เขาตะโกนเตือน

แต่เอลาริสไม่สามารถถอยได้ เธอรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังเร่งเร้าอยู่ภายในตัวเธอ ภาพของเซรอสที่กำลังต่อสู้อย่างยากลำบาก ภาพของโลกที่กำลังถูกความมืดกลืนกิน ปลุกเร้าพลังบางอย่างในตัวเธอให้ตื่นขึ้นมา

เธอหลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ พลังเวทที่เธอเคยรู้สึกแผ่วเบาในยามฝึกฝน บัดนี้กลับพุ่งพล่านราวกับกระแสน้ำวนภายในกาย แสงสีฟ้าอ่อนๆ เปล่งประกายออกจากฝ่ามือของเธอโดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่แสงที่ร้อนแรง แต่เป็นแสงที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ทว่าเปี่ยมไปด้วยพลัง

"อัญเชิญสายลม... ผนึกธารา... เกล็ดน้ำแข็งโปรยปราย..." เธอพึมพำออกไปอย่างไม่รู้ตัว ราวกับถ้อยคำเหล่านั้นถูกสลักอยู่ในความทรงจำลึกๆ ของเธอมาตั้งแต่เกิด

ทันใดนั้น พายุหิมะที่โหมกระหน่ำอยู่แล้วก็ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ เกล็ดหิมะขนาดใหญ่กว่าปกติหลายเท่าก่อตัวขึ้นกลางอากาศ กลายเป็นลูกเห็บน้ำแข็งขนาดเท่ากำปั้น พุ่งเข้ากระแทกร่างของหมีหิมะอย่างไม่ยั้ง สัตว์ร้ายคำรามด้วยความเจ็บปวด มันเซถอยหลัง พลังของเอลาริสไม่ได้ทำร้ายมันถึงตาย แต่ก็ทำให้มันได้รับบาดเจ็บและหยุดชะงัก

เซรอสใช้โอกาสนั้น แทงดาบเข้าใส่จุดอ่อนของหมีหิมะที่บริเวณลำคออย่างรวดเร็ว เสียงคำรามสุดท้ายดังขึ้นก่อนที่ร่างมหึมาของมันจะล้มลงแน่นิ่ง หิมะรอบตัวย้อมไปด้วยเลือดสีเข้มที่ตัดกับความขาวโพลน

เอลาริสลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอไม่เชื่อว่าเธอเป็นคนทำสิ่งนั้นได้ เธอมองไปยังมือของตัวเองที่ยังคงมีแสงสีฟ้าอ่อนๆ จางๆ ก่อนที่มันจะหายไป

"เจ้า... เจ้าทำได้แล้วเอลาริส" ลิรินเดินเข้ามาหาเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชมระคนประหลาดใจ "เจ้าปลดปล่อยพลังน้ำแข็งออกมาได้เองโดยสัญชาตญาณ มันเป็นพลังของราชวงศ์อาเรียส พลังแห่งการควบคุมธาตุ น้ำแข็งที่เยือกเย็นแต่บริสุทธิ์"

เซรอสเก็บดาบเข้าฝัก เขายืนมองเอลาริสด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความหวัง "เยี่ยมมากเอลาริส นี่คือสัญญาณที่ดี พลังของเจ้ากำลังตื่นขึ้น"

ความสำเร็จครั้งแรกในการใช้พลังทำให้เอลาริสรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาก เธอรู้แล้วว่าเธอไม่ได้ไร้ประโยชน์ เธอมีความสามารถที่จะช่วยเหลือเพื่อนๆ ได้ เธอมีความสามารถที่จะต่อสู้เพื่อโลกนี้ได้

พวกเขาเดินทางต่อด้วยความระมัดระวังยิ่งขึ้น หลังจากผ่านเหตุการณ์หมีหิมะ พลังงานความมืดรอบตัวดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม ราวกับมาลากอร์กำลังจับจ้องพวกเขาอยู่ตลอดเวลา การเดินทางขึ้นไปบนภูเขาเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่เอลาริสก็รู้สึกได้ว่าเธอแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อยทุกครั้งที่ก้าวเดิน เธอเริ่มเรียนรู้ที่จะใช้สัญชาตญาณสัมผัสถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ และควบคุมพลังน้ำแข็งในตัวได้อย่างไม่ตั้งใจบ้างเป็นครั้งคราว

ในที่สุด เมื่อพายุหิมะเริ่มเบาบางลง พวกเขาก็มาถึงบริเวณที่ดูเหมือนจะเป็นปากถ้ำขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังม่านน้ำแข็งยักษ์ ลิรินหยุดยืนอยู่หน้าปากถ้ำ ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่สัญลักษณ์โบราณที่สลักอยู่บนก้อนหินเหนือปากถ้ำ สัญลักษณ์นั้นคือดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่เกี่ยวพันกันอย่างซับซ้อน

"ที่นี่แหละ" ลิรินกล่าวเสียงเคร่งขรึม "ถ้ำน้ำแข็งแห่งพันธสัญญา สถานที่ที่ราชินีเซราฟีน่าทรงผนึกคทาสุริยันจันทราไว้"

อากาศภายในถ้ำหนาวเย็นยะเยือกยิ่งกว่าภายนอก และความมืดมิดก็หนาทึบจนแสงไฟจากคบเพลิงของเซรอสแทบจะส่องไม่ถึง ผนังถ้ำเป็นน้ำแข็งสีน้ำเงินเข้มที่สะท้อนแสงไฟเป็นประกายระยิบระยับ ทางเดินแคบและลื่น บางครั้งก็ต้องลอดอุโมงค์น้ำแข็งที่ต่ำจนต้องก้มตัว

พวกเขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงโถงถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง กลางโถงมีแท่นบูชาที่ทำจากน้ำแข็งบริสุทธิ์ ด้านบนของแท่นบูชามีอักขระโบราณสลักเอาไว้อย่างวิจิตรบรรจง และเหนือแท่นบูชานั้นเอง มีบางสิ่งเรืองแสงอยู่เบาๆ เป็นแสงสีทองอ่อนๆ ที่ผสมผสานกับแสงสีเงิน ส่องสว่างอยู่ภายในผลึกน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ถูกตรึงไว้กับเพดานถ้ำ

"นั่นคือคทาสุริยันจันทรา" ลิรินกระซิบเสียงแผ่ว พลางชี้ไปยังผลึกน้ำแข็งนั้น

เอลาริสเงยหน้ามองด้วยความตื่นตะลึง คทาสุริยันจันทราถูกผนึกไว้ภายในผลึกน้ำแข็งอย่างสมบูรณ์แบบ แสงสีทองและเงินที่เปล่งประกายออกมาจากภายในนั้นดูบริสุทธิ์และทรงพลังอย่างน่าอัศจรรย์ ความรู้สึกที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนไหลเวียนไปทั่วร่าง ราวกับว่าคทานั้นกำลังเรียกหาเธอ

แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ชื่นชมกับภาพเบื้องหน้า ลิรินก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากะทันหัน เธอใช้มือข้างหนึ่งกุมศีรษะไว้แน่น ใบหน้าของเธอซีดเผือด

"ลิริน! เป็นอะไรไป?" เอลาริสรีบเข้าไปพยุง

"ข้ารู้สึก...ถึงพลังงานความมืดที่เข้มข้นเกินไป" ลิรินกล่าวเสียงสั่น "มันไม่ใช่แค่พลังงานที่แผ่เข้ามา แต่มัน...มันกำลังเคลื่อนที่...อยู่ใต้พื้นดินแห่งนี้"

ทันใดนั้น พื้นถ้ำน้ำแข็งก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องดังมาจากเบื้องล่างของพื้นถ้ำ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่า แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและความมืดมิดที่ไม่อาจบรรยายได้ ผลึกน้ำแข็งที่ผนึกคทาอยู่ด้านบนเริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ แสงสีทองและเงินภายในคทาเริ่มกะพริบถี่ขึ้น

"ไม่จริง..." ลิรินพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว "มาลากอร์...มันมาถึงที่นี่แล้ว...มันกำลังพยายามจะทำลายผนึกจากด้านล่าง!"

พื้นถ้ำสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รอยร้าวบนผลึกน้ำแข็งขยายตัวอย่างรวดเร็ว แสงสีทองและเงินของคทาภายในนั้นกะพริบวูบไหวราวกับกำลังต่อสู้กับพลังงานอันมืดมิดที่มองไม่เห็น เอลาริสสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านมาจากพื้นดิน แรงกดดันนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย มันกำลังพยายามพังทลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางทาง มันคือพลังของมาลากอร์ที่แท้จริง!

เสียงคำรามดังสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง คราวนี้ใกล้เข้ามาจนเอลาริสรู้สึกถึงลมหายใจเย็นยะเยือกที่พุ่งออกมาจากรอยแยกบนพื้นถ้ำที่เริ่มปรากฏขึ้น กลิ่นเหม็นสาบและกลิ่นกำมะถันคละคลุ้งไปทั่ว

เซรอสชักดาบออกอีกครั้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล "เราต้องทำอะไรสักอย่าง! ถ้าผนึกแตก คทาจะตกไปอยู่ในมือของมัน!"

แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันคิดหาทางออก รอยร้าวบนพื้นถ้ำก็ขยายออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นโพรงถ้ำที่มืดมิดและลึกลงไปเบื้องล่าง พร้อมกับดวงตาคู่หนึ่งที่เรืองแสงสีแดงฉานขนาดมหึมา ปรากฏขึ้นจากความมืดนั้น มันคือดวงตาที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายและความแค้นเคือง... และมันกำลังจ้องมองตรงมาที่เอลาริส!

"มาลากอร์..." ลิรินกระซิบชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบาด้วยความสิ้นหวัง

แรงสั่นสะเทือนระลอกสุดท้ายรุนแรงจนผลึกน้ำแข็งที่ผนึกคทาสุริยันจันทราอยู่บนเพดานถ้ำแตกละเอียดออกเป็นเสี่ยงๆ คทาสุริยันจันทราที่เปล่งแสงทองและเงินเจิดจ้าหลุดร่วงลงมาจากเบื้องบน พุ่งตรงลงมายังแท่นบูชาน้ำแข็งเบื้องล่าง แต่ในขณะเดียวกัน กรงเล็บขนาดมหึมาสีดำที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมก็พุ่งทะลุขึ้นมาจากโพรงเบื้องล่าง หมายจะคว้าคทาเอาไว้ก่อนที่มันจะถึงพื้น!

เอลาริสเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพนั้น สัญชาตญาณของเธอสั่งให้พุ่งเข้าไปทันที โดยไม่สนอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้า เธอรู้ดีว่าเธอต้องคว้าคทาไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม... เพราะถ้าคทาตกไปอยู่ในมือของมาลากอร์ ทุกอย่างก็จะจบสิ้น!

ร่างของเอลาริสพุ่งทะยานไปข้างหน้า หมายจะคว้าคทาที่กำลังร่วงหล่น ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง กรงเล็บสีดำขนาดมหึมาของมาลากอร์ก็พุ่งขึ้นมาถึงแท่นบูชาน้ำแข็ง มันไม่ได้มุ่งเป้าไปที่คทา แต่กลับพุ่งตรงมาที่เอลาริสที่กำลังพุ่งตัวเข้าหาคทาอย่างรวดเร็ว!

วินาทีนั้นเอง ทุกสิ่งราวกับหยุดนิ่ง แสงทองและแสงเงินจากคทาที่ร่วงหล่นสะท้อนบนใบหน้าของเอลาริสที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น กรงเล็บสีดำที่ใหญ่โตของมาลากอร์ห่างจากตัวเธอเพียงแค่คืบเดียว... เธอจะคว้าคทาได้ทันก่อนที่กรงเล็บแห่งความมืดจะตะครุบตัวเธอหรือไม่? หรือนี่จะเป็นจุดจบของพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์เสียแล้ว... ก่อนที่มันจะเริ่มต้นอย่างแท้จริง?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!