คทาสุริยัน

ตอนที่ 21 — เสียงกระซิบจากพงไพรหัวใจโบราณ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,127 คำ

พงไพร ‘เอเธรอน’ ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางแห่งอาณาจักรที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองด้วยเวทมนตร์ ปัจจุบันเหลือเพียงความเงียบงันและความลึกลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของต้นไม้สูงใหญ่เสียดฟ้า ต้นไม้เหล่านี้คือพยานแห่งกาลเวลา เป็นผู้เฝ้ารอคอยการกลับมาของพลังที่กำลังเลือนหายไป ‌ลำแสงสุดท้ายของดวงตะวันในยามอัสดงสาดส่องรอดกิ่งก้านหนาทึบ ลงมากระทบผืนดินที่ปกคลุมด้วยมอสส์สีเขียวชอุ่ม ราวกับสายธารแห่งประกายทองที่ไหลรินลงมาจากฟากฟ้า อากาศในป่าแห่งนี้เย็นยะเยือกและชุ่มชื้น กลิ่นหอมของดินชื้นและพืชพรรณโบราณคละคลุ้งไปทั่ว สร้างบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม

เอลาริสก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น แม้จะสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น แต่กลับรับรู้ได้ด้วยจิตวิญญาณ ​พลังนั้นแผ่วเบาราวเสียงกระซิบ แต่ก็ทรงพลังพอที่จะทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว สหายร่วมเดินทางของเธอก้าวตามมาติดๆ ลอร์ดคีรอส อัศวินผู้สูงศักดิ์ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและระมัดระวัง มือยังคงจับด้ามดาบแน่น เมอร์ลิน ‍อาจารย์เวทผู้เร้นกาย เดินนำหน้าบ้าง ถอยหลังบ้าง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบทิศทาง ราวกับกำลังอ่านภาษาลับของธรรมชาติ ไลลา นักธนูผู้ปราดเปรียว เดินสำรวจเส้นทางอย่างเงียบเชียบ ‌สายตาจดจ่ออยู่กับร่องรอยเล็กๆ บนพื้นดิน และกวิน นักประวัติศาสตร์และผู้รอบรู้ด้านโบราณคดี เดินอยู่ข้างเอลาริส คอยชี้ชวนให้สังเกตสิ่งต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ในความมืดสลัว

“ที่นี่คือ ‘หัวใจโบราณ’ ‍ของเอเธรอนขอรับ ท่านเอลาริส” กวินกล่าวเสียงแผ่วเบา ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความตื่นเต้นระคนความยำเกรง “ตำนานเล่าว่านี่คือจุดศูนย์รวมพลังเวทมนตร์ของโลกใบนี้ เป็นสถานที่ที่เหล่าเทพเจ้าเคยใช้เป็นที่พำนัก และเป็นแหล่งกำเนิดของเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังจะจางหายไป”

เอลาริสพยักหน้ารับ เธอรู้ดีว่าการเดินทางมายังที่แห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ​พวกเขาต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย ทั้งปีศาจตัวเล็กตัวน้อยที่เฝ้าทาง ความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก และเส้นทางที่เต็มไปด้วยกับดักธรรมชาติ แต่ทั้งหมดนี้ก็คุ้มค่า เพราะเธอรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างภายในตัวเอง ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในป่าแห่งนี้ พลังเวทที่เคยหลับใหลอยู่ภายในกลับตื่นตัวขึ้นมา ​ราวกับได้รับการปลุกจากบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่

“ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาด” เอลาริสเอ่ยขึ้น ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังต้นไม้ขนาดยักษ์ที่สูงเสียดฟ้าที่สุด รากของมันแผ่ขยายออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา ลำต้นปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำและเถาวัลย์โบราณที่พันเกี่ยวกันจนมองไม่เห็นเนื้อไม้ ราวกับเป็นปราสาทที่สร้างจากธรรมชาติ “มันเหมือนกับเสียงกระซิบที่เรียกหาข้า”

เมอร์ลินหันมามองเอลาริสด้วยรอยยิ้มจางๆ “นั่นคือเสียงเรียกของ ​‘จิตวิญญาณแห่งเอเธรอน’ พลังเวทที่แท้จริงไม่เคยจางหายไปไหน มันเพียงแค่หลับใหล รอคอยผู้ที่คู่ควรมาปลุกให้ตื่นขึ้น” เขาพยักหน้าไปยังต้นไม้ยักษ์ “และนั่นคือ ‘ต้นไม้แห่งบรรพกาล’ เป็นศูนย์กลางของพลังทั้งหมด”

พวกเขาเดินทางต่อไปจนถึงโคนต้นไม้แห่งบรรพกาล ความยิ่งใหญ่ของมันทำให้ทุกคนต้องเงยหน้ามองจนคอตั้งบ่า รากขนาดใหญ่บางส่วนโผล่พ้นดินขึ้นมาเป็นประติมากรรมธรรมชาติที่ซับซ้อน ราวกับเป็นบันไดที่นำพาไปสู่โลกอีกใบหนึ่ง ใต้เงาของต้นไม้แห่งบรรพกาล มีแท่นหินโบราณตั้งอยู่ มันถูกสลักด้วยอักขระและสัญลักษณ์ที่เอลาริสไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยเห็นมาแล้วในความฝัน

“นี่คือ ‘แท่นบูชาแห่งพันธสัญญา’ ” กวินอธิบาย “เป็นที่ที่เหล่าทายาทราชวงศ์สุริยันจันทราในอดีตใช้ในการฝึกฝนพลัง และทำพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์”

เอลาริสสัมผัสแท่นหินด้วยปลายนิ้ว ความเย็นยะเยือกของหินซึมซาบเข้าสู่ปลายนิ้ว แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงพลังงานอันอบอุ่นที่ไหลเวียนสวนทางเข้ามาในร่างกาย ราวกับหินโบราณกำลังส่งพลังงานบางอย่างให้แก่เธอ ภาพอดีตบางส่วนฉายวาบเข้ามาในความคิดของเธอ เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ใบหน้าคุ้นเคยแต่ไม่อาจจำได้ สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ยืนอยู่บนแท่นหินแห่งนี้ กำลังร่ายรำท่ามกลางแสงจันทร์และแสงตะวัน

“ท่านเอลาริส ท่านต้องขึ้นไปยืนบนแท่นหินนั้น” เมอร์ลินกล่าว ใบหน้าของเขาจริงจังขึ้น “และเปิดใจรับพลังจากต้นไม้แห่งบรรพกาล ปลดปล่อยศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน”

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่านี่คือบททดสอบที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การฝึกฝนร่างกาย แต่เป็นการฝึกฝนจิตใจและจิตวิญญาณ เธอก้าวขึ้นไปยืนบนแท่นหินอย่างช้าๆ ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เมื่อเธอยืนอยู่บนนั้น อักขระโบราณที่สลักอยู่บนแท่นหินก็เรืองแสงสีทองอ่อนๆ ขึ้นมา ราวกับตอบรับการมาถึงของเธอ

“หลับตาลงเอลาริส” เมอร์ลินแนะนำ “และจงฟังเสียงของโลกใบนี้ ฟังเสียงของเวทมนตร์ที่ไหลเวียนอยู่ในทุกอณูของธรรมชาติ”

เอลาริสทำตาม เธอหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปลดปล่อยความกังวลและความกลัวทั้งหมดออกไป เหลือไว้เพียงความบริสุทธิ์ของจิตใจและความตั้งใจอันแน่วแน่ ในความมืดมิดของเปลือกตา เธอเริ่มได้ยินเสียงกระซิบที่ชัดเจนขึ้น ไม่ใช่เสียงของลมพัดหรือใบไม้ไหว แต่เป็นเสียงของสิ่งมีชีวิต เสียงของพลังงานที่เต้นระรัวราวกับหัวใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

เธอจินตนาการถึงรากของต้นไม้แห่งบรรพกาลที่หยั่งลึกลงไปในผืนดิน ดูดซับพลังงานจากแก่นโลก และกิ่งก้านที่ชูช่อขึ้นสู่ท้องฟ้า รับแสงตะวันและแสงจันทร์ พลังงานทั้งสองไหลเวียนผ่านลำต้นใหญ่ ก่อเกิดเป็นกระแสเวทมนตร์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด เอลาริสรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของต้นไม้นั้น รากของเธอกำลังหยั่งลึกลงไปในดิน และกิ่งก้านของเธอกำลังเอื้อมขึ้นสู่ฟ้า

จู่ๆ พลังงานมหาศาลก็พุ่งทะลักเข้าสู่ร่างกายของเธอ มันร้อนแรงราวกับเปลวไฟ แต่ก็เย็นสบายราวกับสายลม พลังงานนั้นไม่ได้ทำให้เธอเจ็บปวด แต่กลับเติมเต็มช่องว่างที่เคยว่างเปล่าภายในจิตวิญญาณของเธอ เอลาริสรู้สึกราวกับทุกเซลล์ในร่างกายของเธอกำลังสั่นสะเทือนตอบรับ เธอรู้สึกถึงเวทมนตร์ที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด ราวกับสายธารแห่งชีวิตที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ภายนอก ร่างกายของเอลาริสเริ่มเรืองแสงสีทองอ่อนๆ อักขระโบราณบนแท่นหินก็เปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นตามแรงพลังที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ แสงสว่างนั้นสาดส่องไปทั่วบริเวณ ทำให้ป่าเอเธรอนที่เคยเงียบสงัดพลันสว่างไสวขึ้นมาในพริบตา เหล่าสหายของเอลาริสต่างยืนมองด้วยความทึ่งและความอัศจรรย์ใจ

“นี่คือพลังที่แท้จริงของทายาทราชวงศ์สุริยันจันทรา” ลอร์ดคีรอสพึมพำ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวัง “พลังที่สามารถเปลี่ยนโลกได้”

เมอร์ลินยิ้มกว้าง “ใช่แล้วท่านอัศวิน พลังที่เคยหลับใหล กำลังจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง”

แสงสว่างจากเอลาริสเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นลำแสงพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านเมฆที่ปกคลุมเหนือป่า กระทั่งดวงจันทร์ที่กำลังจะปรากฏขึ้นมาก็ดูเหมือนจะส่องแสงเจิดจ้าขึ้นตามไปด้วย ในห้วงแห่งการเชื่อมโยงกับพลังงานมหาศาลนี้ เอลาริสเห็นภาพนิมิตบางอย่าง ภาพของคทาสุริยันจันทราที่เปล่งประกายอย่างรุนแรง ภาพของราชาปีศาจมาลากอร์ที่กำลังตื่นจากการหลับใหล และภาพของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่กำลังจะมาถึง

ภาพเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เธอหวาดกลัว แต่กลับเติมเต็มด้วยความมุ่งมั่น เธอรู้แล้วว่าภารกิจของเธอใหญ่หลวงเพียงใด และพลังที่เธอได้รับนี้คือสิ่งจำเป็นที่จะนำพาเธอไปสู่ชัยชนะ เธอคือความหวังสุดท้ายของโลกใบนี้ และเธอจะต้องไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง

เมื่อพลังงานเริ่มสงบลง แสงสว่างรอบตัวเอลาริสก็ค่อยๆ จางหายไป เหลือไว้เพียงร่างที่ยืนสงบนิ่งอยู่บนแท่นหิน เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอไม่ได้เป็นเพียงสีน้ำตาลธรรมดาอีกต่อไป แต่กลับเปล่งประกายสีทองอ่อนๆ ที่สะท้อนแสงจากดวงจันทร์ที่กำลังปรากฏขึ้นมาบนท้องฟ้า

เอลาริสรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน พลังเวทที่เคยเป็นเพียงแค่กระแสบางๆ ตอนนี้กลับไหลเวียนอยู่ในตัวเธออย่างเต็มเปี่ยม เธอรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่มากขึ้น ความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัว และความสามารถในการควบคุมเวทมนตร์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“ข้า… ข้ารู้สึกถึงมัน” เอลาริสกล่าวเสียงแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยพลัง “ข้ารู้สึกถึงพลังที่แท้จริง”

เมอร์ลินเดินเข้ามาหาเธอ “เยี่ยมมากเอลาริส เจ้าได้ปลุกพลังแห่งสายเลือดให้ตื่นขึ้นแล้ว แต่นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น การฝึกฝนที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น”

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล และเต็มไปด้วยอันตราย แต่ตอนนี้เธอไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว เธอมีสหายที่พร้อมจะร่วมเดินทางไปกับเธอ และมีพลังที่แท้จริงของบรรพบุรุษคอยหนุนนำ เธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับโชคชะตาของเธอ

ในช่วงเวลานั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงคำรามก้องกังวานมาจากส่วนลึกของป่า เสียงนั้นดุดันและน่ากลัว จนทำให้ผืนป่าทั้งป่าต้องสั่นสะเทือน เหล่าสหายของเอลาริสต่างหันขวับไปมองอย่างตื่นตัว

“เสียงอะไรน่ะ?” ไลลาถาม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความประหม่า

“ดูเหมือนว่าการตื่นขึ้นของพลังเวทมนตร์ของเจ้า จะดึงดูดความสนใจจากบางสิ่งบางอย่าง” เมอร์ลินกล่าว ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้น “เตรียมตัวให้พร้อม เหล่าผู้พิทักษ์ การผจญภัยที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว”

เอลาริสกำมือแน่น เธอรู้ว่านี่คือสัญญาณบ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่ในใจของเธอไม่ได้มีความกลัวอีกต่อไปแล้ว มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องโลกใบนี้ และความพร้อมที่จะใช้พลังที่เธอเพิ่งได้รับมาเพื่อเผชิญหน้ากับความมืดมิดที่กำลังจะมาถึง เธอคือเอลาริส ทายาทคนสุดท้ายของราชวงศ์สุริยันจันทรา และเธอจะทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!