คทาสุริยัน

ตอนที่ 22 — ป่าต้องมนตร์แห่งเมอริเดียน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,418 คำ

สายลมพัดหวีดหวิว กวาดเอาละอองไอน้ำเย็นฉ่ำจากผืนป่าทึบเข้ามาปะทะใบหน้าของเอลาริส มันเป็นความเย็นที่ลึกซึ้งกว่าความหนาวธรรมดา ราวกับจะแทรกซึมเข้าไปในห้วงวิญญาณ ท่ามกลางหมู่ไม้สูงเสียดฟ้าที่บดบังแสงตะวันจนผืนป่าแลดูมืดสลัวตลอดเวลา พวกเขาก้าวเท้าเข้าสู่เขตนอกของ ‘ป่ากระซิบแห่งเมอริเดียน’ ดินแดนที่ร่ำลือกันว่าเป็นที่พำนักของเวทมนตร์โบราณและเหล่าสิ่งมีชีวิตที่โลกภายนอกลืมเลือนไปนานแล้ว

“ข้าไม่เคยเห็นต้นไม้สูงขนาดนี้มาก่อนเลย” ‌ลีร่าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความตื่นตาตื่นใจ ดวงตาคมกริบของเธอกวาดมองยอดไม้ที่คล้ายจะจรดฟ้าเบื้องบน “พวกมันดูเก่าแก่จนน่าประหลาดใจ ราวกับได้เห็นประวัติศาสตร์ของโลกนี้เติบโตไปพร้อมกับพวกมัน”

ต้นไม้แต่ละต้นมีลำต้นมหึมาจนต้องใช้คนหลายคนโอบรอบ เปลือกไม้ปกคลุมด้วยมอสและเฟิร์นสีเขียวจัด รากแก้วขนาดใหญ่แผ่ขยายปกคลุมพื้นดินราวกับใยแมงมุมยักษ์ บางส่วนของรากเหล่านี้เปล่งแสงเรืองรองบางๆ ​ในความมืดสลัว สร้างบรรยากาศลึกลับน่าพิศวง กลิ่นดินชื้น กลิ่นใบไม้เน่าเปื่อย และกลิ่นหอมหวานของดอกไม้นิรนามปะปนกันไปในอากาศ

เคออสที่ก้าวเดินนำหน้าอยู่ก่อนหันมามองเอลาริสด้วยแววตาเป็นห่วง “เจ้าไหวหรือไม่เอลาริส? พลังในป่าแห่งนี้หนาแน่นกว่าที่ใดที่เราเคยผ่านมา ข้ารู้สึกได้ถึงมัน”

เอลาริสพยักหน้าช้าๆ ‍“ข้าไหวค่ะเคออส แต่...มันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังเรียกหาข้าอยู่ตลอดเวลา” เธอวางมือทาบลงบนหน้าอกเบื้องซ้าย หัวใจของเธอกำลังเต้นแรง คล้ายจะสั่นสะเทือนไปกับจังหวะชีวิตของป่า พลังเวทที่เคยสงบนิ่งในกายบัดนี้กลับตื่นตัว ร้อนระอุราวกับลาวาที่กำลังปะทุขึ้นมาใต้ผิวหนัง มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าหวาดหวั่นในคราวเดียวกัน

ตลอดการเดินทางที่ผ่านมานับตั้งแต่เธอรู้ความจริงเกี่ยวกับสายเลือดและโชคชะตา ‌เอลาริสได้พบเจอกับผู้คนมากมาย ได้เห็นโลกในมุมที่กว้างใหญ่กว่าที่เคยจินตนาการไว้มาก เธอได้เรียนรู้ที่จะควบคุมพลังเวทบางส่วนที่เพิ่งตื่นขึ้น แต่มันก็ยังเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ของมหาสมุทรที่หลับใหลอยู่ภายในกายเธอ อาจารย์เวทคนก่อนที่พวกเขาเคยพบพานได้แนะนำให้มาที่ป่ากระซิบแห่งเมอริเดียนนี้ เพื่อตามหาผู้พิทักษ์แห่งความรู้โบราณ ผู้ที่อาจจะนำทางเธอไปสู่ความเข้าใจในพลังที่แท้จริงและคทาสุริยันจันทรา

“นั่นอย่างไร!” ‍ลีร่าร้องขึ้นพร้อมชี้นิ้วไปยังทิศทางเบื้องหน้า ผ่านม่านหมอกจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ระหว่างต้นไม้ พวกเขามองเห็นแสงเรืองรองสีฟ้าอ่อนประดับอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ มันไม่ใช่แสงจากธรรมชาติตามปกติ แต่เป็นประกายเวทมนตร์ที่ส่องสว่างนำทาง ราวกับจะเชื้อเชิญให้พวกเขาเข้าไปใกล้

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ขึ้น พวกเขาก็พบว่าแสงสีฟ้าอ่อนนั้นมาจากกลุ่มของดอกไม้นิรนามที่บานสะพรั่งอยู่รอบกระท่อมหลังเล็กที่ปลูกอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ​โดยมีบันไดไม้เลื้อยพันขึ้นไปสู่ทางเข้า กระท่อมทำจากไม้ที่ดูเก่าแก่แต่แข็งแรง หลังคามุงด้วยใบไม้ขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะถูกร่ายมนตร์ให้คงความสดใหม่ตลอดเวลา มันกลมกลืนกับป่าจนแทบจะมองไม่เห็นหากไม่สังเกตดีๆ

“คงจะเป็นที่นี่ล่ะ” เคออสเอ่ยเสียงเรียบ แต่ดวงตาของเขาก็ฉายแววระมัดระวัง เขาชักดาบจากฝักเล็กน้อย ไม่ได้ตั้งใจจะโจมตี ​แต่เป็นการเตรียมพร้อมหากมีภัยอันตราย

เอลาริสรู้สึกถึงกระแสพลังงานที่สงบนิ่งและบริสุทธิ์แผ่ออกมาจากกระท่อมหลังนั้น มันไม่เหมือนพลังของมาลากอร์ที่มืดมิดและบิดเบี้ยว แต่เป็นพลังที่เก่าแก่ เปี่ยมด้วยปัญญาและความเมตตา “ท่านเคออส ท่านลีร่า ข้ารู้สึกว่าเราปลอดภัยที่นี่”

พวกเขาปีนบันไดขึ้นไปสู่กระท่อมทีละก้าวอย่างระมัดระวัง เมื่อมาถึงหน้าประตูไม้สลักลายโบราณที่ดูเหมือนจะแกะสลักจากลำต้นของต้นไม้เอง ​เอลาริสยกมือขึ้นเคาะเบาๆ

เสียงเปิดประตูแกร๊กเบาๆ พร้อมกับร่างของชายชราผู้หนึ่งปรากฏกาย ใบหน้าของเขามีรอยเหี่ยวย่นมากมายบ่งบอกถึงกาลเวลาที่ผ่านไปนับศตวรรษ แต่ดวงตาของเขากลับเปี่ยมด้วยประกายแห่งความรู้และความสดใส ผมและหนวดเคราสีขาวยาวเฟื้อยราวกับสายน้ำตก ไหลลงมาจนจรดเอว เขาสวมชุดคลุมสีเขียวเข้มที่ดูเหมือนจะถักทอจากใบไม้และเถาวัลย์

“ในที่สุดพวกเจ้าก็มาถึง” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่กังวาน ราวกับเสียงกระซิบของป่า “ข้ารอคอยพวกเจ้ามานานแล้ว โดยเฉพาะเจ้า...เอลาริส ทายาทแห่งสุริยันจันทรา”

เอลาริสเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ “ท่าน...ท่านรู้ชื่อข้าได้อย่างไรคะ?”

ชายชราส่งยิ้มอย่างอ่อนโยน “ป่าแห่งนี้กระซิบทุกสิ่งให้ข้าฟังเสมอ พลังที่หลับใหลในตัวเจ้าได้ส่งเสียงเรียกหาข้ามานานแล้ว ขอเชิญเข้ามาข้างในเถิด การเดินทางของพวกเจ้าย่อมเหน็ดเหนื่อย”

พวกเขาเดินตามชายชราเข้าไปในกระท่อม ภายในนั้นกว้างขวางเกินกว่าที่เห็นจากภายนอก ผนังเต็มไปด้วยชั้นหนังสือที่สูงจรดเพดาน หนังสือโบราณนับพันเล่มเรียงรายอยู่บนชั้น ส่งกลิ่นหอมของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ โต๊ะไม้กลางห้องเต็มไปด้วยแผนที่โบราณ คริสตัลเรืองแสง และวัตถุเวทมนตร์แปลกตามากมาย แสงสว่างภายในห้องมาจากคริสตัลที่ลอยอยู่กลางอากาศ ไม่ใช่เทียนหรือตะเกียง

“ข้าชื่ออาริออน เป็นผู้พิทักษ์แห่งเมอริเดียนและผู้เฝ้ารอคอยพันธสัญญาแห่งสุริยันจันทรา” ชายชราแนะนำตัวเองพร้อมผายมือเชิญให้นั่งลงบนเบาะรองนั่งที่ทำจากมอสยักษ์นุ่มสบาย “และข้ารู้ว่าภารกิจของเจ้าคืออะไร”

เอลาริสเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การค้นพบสายเลือด การปรากฏตัวของมาลากอร์ การผจญภัยกับเคออสและลีร่า และความจำเป็นในการค้นหาคทาสุริยันจันทราเพื่อผนึกราชาปีศาจก่อนสุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะมาถึง อาจารย์อาริออนฟังอย่างตั้งใจ พยักหน้าเป็นระยะๆ

“เรื่องราวของเจ้าเป็นดั่งตำนานที่ถูกเขียนขึ้นใหม่” อาจารย์อาริออนกล่าวเมื่อเอลาริสเล่าจบ “คทาสุริยันจันทราไม่ใช่เพียงอาวุธ แต่มันคือกุญแจสู่สมดุลของโลกใบนี้ เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกเวทมนตร์และโลกมนุษย์ เป็นหัวใจของพลังแห่งบรรพกาล และเป็นพันธสัญญาที่ราชวงศ์ของเจ้าได้ทำไว้กับเทพเจ้าผู้สร้าง”

“แต่...ข้าจะควบคุมพลังนั้นได้อย่างไรคะ? บางครั้งมันก็รุนแรงจนข้าเองยังกลัว” เอลาริสสารภาพ ความกลัวที่เธอเก็บซ่อนไว้ในใจเริ่มปรากฏออกมา

อาจารย์อาริออนยิ้ม “พลังเวทก็เหมือนกับกระแสน้ำในลำธาร หากเจ้าปล่อยให้มันไหลเชี่ยวไร้ทิศทาง มันก็อาจจะทำลายทุกสิ่ง แต่หากเจ้ารู้จักควบคุมและนำทางมัน มันก็จะกลายเป็นพลังที่สร้างสรรค์และทรงประสิทธิภาพ” เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะมองเข้าไปในดวงตาของเอลาริสอย่างลึกซึ้ง “การควบคุมพลังไม่ได้มาจากความแข็งแกร่งทางกายเพียงอย่างเดียว แต่มาจากจิตใจที่มั่นคง และความเข้าใจในตัวตนของเจ้าเอง”

“ข้าจะสอนเจ้า” อาจารย์อาริออนกล่าวต่อ “ที่นี่...ในป่ากระซิบแห่งเมอริเดียนแห่งนี้ คือสถานฝึกฝนที่ราชวงศ์ของเจ้าเคยใช้ฝึกฝนพลังมานับพันปี ก่อนที่เวทมนตร์จะเริ่มเลือนหายไปจากโลก มันเป็นสถานที่ที่พลังงานบริสุทธิ์ยังคงไหลเวียนอยู่”

เคออสหันไปมองเอลาริส “นี่คือโอกาสที่เจ้าจะเติบโต เจ้าต้องใช้มันให้เต็มที่”

ลีร่าพยักหน้าเห็นด้วย “พวกเราจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะยากลำบากเพียงใด”

เอลาริสรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ เธอโชคดีที่มีสหายร่วมเดินทางที่ไม่เคยทอดทิ้งกัน “ข้าพร้อมแล้วค่ะอาจารย์อาริออน ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่”

อาจารย์อาริออนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ดีมาก! การฝึกฝนของเจ้าจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ มันจะไม่ใช่การฝึกที่ง่ายดาย แต่ข้าเชื่อมั่นในพลังที่อยู่ในตัวเจ้า”

ค่ำคืนนั้น พวกเขาได้พักผ่อนในกระท่อมบนต้นไม้ อากาศเย็นสบายและเสียงกระซิบของป่ากล่อมให้หลับใหล เอลาริสรู้สึกถึงความสงบที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับมาลากอร์และสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ แต่การได้มาถึงที่แห่งนี้ ได้พบกับอาจารย์อาริออน และได้รับคำมั่นว่าจะได้รับการฝึกฝนอย่างจริงจัง ก็ทำให้เธอมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

เมื่อรุ่งเช้ามาถึง แสงแรกของวันสาดส่องผ่านม่านหมอกหนาทึบ อาจารย์อาริออนได้พาเอลาริสและสหายของเธอไปยังลานหินโบราณที่ซ่อนอยู่ใจกลางป่า ลานหินนั้นปกคลุมด้วยมอสสีเขียว และมีแท่นหินแกะสลักรูปทรงแปลกตาตั้งอยู่กลางลาน ราวกับเป็นศูนย์รวมพลังงานบางอย่าง

“นี่คือลานฝึกฝนแห่งบรรพกาล” อาจารย์อาริออนอธิบาย “ทุกย่างก้าวที่เจ้าเดินบนผืนป่าแห่งนี้ ทุกลมหายใจที่เจ้าสูดดมอากาศบริสุทธิ์ จะช่วยปลุกพลังที่หลับใหลในตัวเจ้า”

“การฝึกแรกของเจ้าคือการเรียนรู้ที่จะ ‘สัมผัส’ พลัง” อาจารย์อาริออนเริ่มต้นบทเรียน “เวทมนตร์ไม่ได้อยู่แค่ในตำรา หรืออยู่ในคาถาที่ร่ายออกมา แต่มันอยู่ในทุกอณูของโลกใบนี้ ในสายลม ในก้อนหิน ในหยาดน้ำค้าง และในตัวเจ้าเอง”

เขาให้เอลาริสนั่งลงบนแท่นหินกลางลาน ให้หลับตาและพยายามสัมผัสถึงพลังงานรอบตัวเธอ เอลาริสทำตามอย่างว่าง่าย เธอหลับตาลง หายใจเข้าออกลึกๆ พยายามปล่อยวางความคิดปรุงแต่งทั้งหมด

ในตอนแรก เธอสัมผัสได้เพียงความมืดมิดและความว่างเปล่า แต่เมื่อเวลาผ่านไป ไม่นานนัก เธอเริ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างที่แผ่ซ่านเข้ามาในกาย มันไม่ใช่ความร้อนจากไฟ แต่เป็นความอบอุ่นที่อ่อนโยนและมีชีวิตชีวา เธอรู้สึกเหมือนเส้นเลือดทุกเส้นในร่างกายกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้น

“ดีมากเอลาริส” เสียงของอาจารย์อาริออนดังขึ้นแผ่วเบาในห้วงความคิดของเธอ “เจ้ากำลังสัมผัสได้ถึงกระแสแห่งมานา พลังงานเวทมนตร์ที่หล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง”

เอลาริสพยายามจดจ่อ เธอรู้สึกเหมือนเธอเป็นส่วนหนึ่งของป่า ต้นไม้ สายลม และสายน้ำ พลังงานจากธรรมชาติไหลเวียนเข้าสู่กายเธอ และพลังงานจากกายเธอก็แผ่ขยายออกไปเชื่อมโยงกับธรรมชาติ มันเป็นความรู้สึกที่น่าอัศจรรย์ใจ

แต่แล้ว ทันใดนั้น กระแสพลังงานที่สงบนิ่งก็เริ่มปั่นป่วน ความอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่ควบคุมไม่ได้ พลังเวทในกายเธอพลุ่งพล่านราวกับภูเขาไฟกำลังจะระเบิด แสงสีฟ้าอ่อนเริ่มเปล่งประกายออกมาจากมือของเธอ และมันก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเคออสและลีร่าที่เฝ้ามองอยู่ต้องถอยห่างออกไป

“เอลาริส! ใจเย็นๆ!” เคออสตะโกนเตือน

เอลาริสพยายามควบคุมมัน แต่พลังนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เธอจะจัดการได้ ความกลัวเริ่มเข้าครอบงำจิตใจ และความกลัวนั้นยิ่งทำให้พลังงานบิดเบี้ยวและรุนแรงขึ้น แสงสีฟ้าอ่อนเริ่มกลายเป็นสีเขียวเข้มสลับกับสีแดงฉาน บ่งบอกถึงความปั่นป่วนภายใน

อาจารย์อาริออนก้าวเข้ามาใกล้ เขาจ้องมองเอลาริสด้วยสายตาที่สงบนิ่ง แต่เปี่ยมด้วยพลัง “เอลาริส! อย่าให้ความกลัวครอบงำเจ้า! พลังนี้เป็นของเจ้า! เจ้าคือผู้ควบคุมมัน ไม่ใช่ทาสของมัน! จงจดจ่อที่หัวใจของเจ้า! หายใจเข้าออกลึกๆ! จงสงบจิตใจ!”

เสียงของอาจารย์อาริออนราวกับกระแสธารเย็นฉ่ำที่ไหลรินเข้ามาดับไฟที่กำลังโหมกระหน่ำในใจของเอลาริส เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี เธอหลับตาลงอีกครั้ง พยายามนึกถึงความสงบที่สัมผัสได้เมื่อครู่

ช้าๆ...ช้าๆ...แสงสีแดงฉานเริ่มจางหายไป เหลือเพียงแสงสีฟ้าอ่อนที่สงบนิ่งอีกครั้ง พลังงานที่เคยบิดเบี้ยวเริ่มกลับมาไหลเวียนอย่างเป็นระเบียบ เธอรู้สึกว่าเธอสามารถควบคุมมันได้อีกครั้ง เหมือนสายน้ำที่ค่อยๆ ไหลกลับเข้าสู่ลำธาร

เมื่อพลังงานสงบลง เอลาริสก็เปิดตาขึ้น เธอรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก แต่ก็มีความภาคภูมิใจเล็กๆ ที่เธอสามารถควบคุมมันได้ในที่สุด

“ดีมากเอลาริส” อาจารย์อาริออนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าเพิ่งเรียนรู้บทเรียนที่สำคัญที่สุดบทหนึ่ง พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ และการควบคุมที่แท้จริงมาจากภายใน ไม่ใช่จากภายนอก”

“วันนี้พอแค่นี้ก่อน พักผ่อนเถิด” อาจารย์อาริออนกล่าว “พรุ่งนี้ การฝึกฝนของเจ้าจะเข้มข้นยิ่งขึ้น”

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้สึกว่าการเดินทางของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เธอจะต้องแข็งแกร่งขึ้น เพื่อทำตามพันธสัญญา เพื่อปกป้องโลกใบนี้ และเพื่อเผชิญหน้ากับราชาปีศาจมาลากอร์ที่กำลังรอคอยเธออยู่เบื้องหน้า

ป่ากระซิบแห่งเมอริเดียนได้ต้อนรับทายาทแห่งสุริยันจันทรา และบทเรียนแรกของเธอได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ด้วยความหวัง ความกลัว และความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง เพื่ออนาคตของทุกอาณาจักรที่กำลังรอคอยความมืดมิดจากสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่จะมาถึงในไม่ช้า

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!