โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 785 คำ
การเดินทางสู่ "หอคอยแห่งกาลเวลา" นั้นแตกต่างจากการเดินทางที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง หลังจากออกจากนครใต้พิภพ พวกเขาต้องมุ่งหน้าไปยังทิศเหนือสุด ผ่าน "ทุ่งน้ำแข็งนิรันดร์" ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะตลอดกาล และต้องข้าม "ป่าแห่งความเงียบงัน" ที่เล่าลือกันว่าเป็นที่สถิตของวิญญาณโบราณ
ทุ่งน้ำแข็งนิรันดร์นั้นงดงาม แต่ก็โหดร้าย อากาศหนาวเย็นยะเยือกจนกระดูกสั่น หิมะโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย พื้นดินปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งหนาทึบที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เสียงลมพัดหวีดหวิวราวกับเสียงคร่ำครวญของวิญญาณที่ถูกจองจำ
"ระวังตัวให้ดีนะทุกคน" ลูน่าเตือนขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไปในทุ่งน้ำแข็ง "ที่นี่มีสัตว์วิเศษที่ปรับตัวเข้ากับความหนาวเย็นได้ดี และยังมีพายุหิมะที่สามารถพัดพาเราหายไปได้ในพริบตา"
เอลาริสกำอัญมณีแห่งสุริยันและจันทราแห่งจิตวิญญาณในมือแน่น อัญมณีทั้งสองเปล่งแสงอบอุ่นออกมา ช่วยให้ร่างกายของนางอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย คัมภีร์แห่งแสงและตำราแห่งจิตวิญญาณที่พกติดตัวก็ให้ความรู้สึกปลอดภัย พลังเวทที่ไหลเวียนอยู่ในตัวนางเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม ทำให้นางรับรู้ถึงพลังงานรอบข้างได้ดีขึ้น
"ข้าไม่ชอบความหนาวเลยจริงๆ" ไคบ่นอุบ ฟันของเขากระทบกันกึกกัก "ข้าชอบทะเลทรายร้อนๆ มากกว่า"
เรเวนเดินนำหน้าอย่างระมัดระวัง ดาบของเขาพร้อมที่จะชักออกมาได้ทุกเมื่อ ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างไม่ลดละ เขาสามารถทนทานต่อความหนาวเย็นได้ดีกว่าคนอื่นๆ
ไม่นานนัก พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตประหลาด "หมาป่าหิมะ" ร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยขนสีขาวราวกับหิมะ มีดวงตาสีฟ้าเรืองแสง มันสามารถเคลื่อนที่บนพื้นน้ำแข็งได้อย่างรวดเร็วและโจมตีด้วยกรงเล็บและฟันที่คมกริบ
"พวกมันโจมตีเป็นฝูง!" เรเวนตะโกน เขารับมือกับหมาป่าหิมะที่พุ่งเข้ามาจากด้านหน้า
ไคใช้ความเร็วและความคล่องตัวของเขาหลบหลีกการโจมตีของหมาป่าหิมะที่โผล่ขึ้นมาจากใต้หิมะ และใช้มีดสั้นตอบโต้กลับไป
ลูน่าร่ายเวทเพื่อสร้างเกราะป้องกันและโจมตีหมาป่าหิมะด้วยเวทมนตร์สายลมที่คมกริบราวกับน้ำแข็ง
เอลาริสใช้พลังของนางเพื่อสร้างลำแสงสีทองพุ่งเข้าใส่หมาป่าหิมะ แสงของนางดูเหมือนจะทำให้พวกมันอ่อนแอลง แต่ก็ยังไม่สามารถกำจัดพวกมันได้อย่างเด็ดขาด
"พลังของพวกมันมาจากความหนาวเย็น!" เอลาริสสังเกตเห็น "เราต้องใช้พลังแห่งความร้อนเพื่อขับไล่พวกมัน!"
เอลาริสหลับตาลง พยายามจะสื่อสารกับพลังของอัญมณีแห่งสุริยัน นางรู้สึกได้ถึงพลังงานแห่งความร้อนที่ไหลเวียนอยู่ในอัญมณี นางยกอัญมณีแห่งสุริยันขึ้น แสงสีแดงอมส้มจากอัญมณีแผ่ขยายออกไป ส่องสว่างเข้าสู่ใจกลางของทุ่งน้ำแข็ง
ทันใดนั้นเอง พลังงานแห่งความร้อนก็แผ่ซ่านออกไปจากตัวเอลาริส หิมะรอบๆ ตัวพวกเขาก็เริ่มละลาย หมาป่าหิมะที่เคยดุร้ายก็เริ่มอ่อนแรงและล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว
"สุดยอดไปเลยเอลาริส!" ไคอุทานด้วยความประหลาดใจ "เจ้าทำให้หิมะละลายได้ด้วย!"
"พลังของเจ้าช่วยขับไล่ความหนาวเย็น" ลูน่ากล่าวด้วยความชื่นชม
เมื่อทุ่งน้ำแข็งกลับคืนสู่ความสงบ พวกเขาก็เดินทางต่อไปจนกระทั่งมาถึง "ป่าแห่งความเงียบงัน"
ป่าแห่งความเงียบงันนั้นน่าขนลุก ต้นไม้ที่นี่มีลักษณะแปลกประหลาด กิ่งก้านแห้งกรังไร้ใบ มีแต่ต้นไม้ที่ไม่มีชีวิตชีวา และอากาศที่เงียบสงัดราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ หลงเหลืออยู่เลย
"ป่าแห่งนี้อันตรายกว่าที่คิด" ลูน่าเตือน "มันคือที่สถิตของวิญญาณโบราณที่ถูกจองจำ พวกมันจะพยายามดูดกลืนพลังชีวิตของเรา"
"แล้วเราจะข้ามไปได้อย่างไร" เรเวนถาม
"เราต้องใช้พลังแห่งจิตวิญญาณเพื่อปลดปล่อยพวกมัน" ลูน่ากล่าว "แต่พลังของข้าอาจจะไม่เพียงพอ"
เอลาริสเดินเข้าไปใกล้ป่าแห่งความเงียบงัน นางรู้สึกได้ถึงพลังงานเวทมนตร์ที่อ่อนโยนแต่ลึกล้ำจากป่าแห่งนี้ มันไม่ใช่พลังงานด้านมืด แต่มันคือพลังงานที่สามารถบิดเบือนจิตใจและสร้างความสิ้นหวังได้
นางยกตำราแห่งจิตวิญญาณขึ้นมาเปิดอ่าน เนื้อหาภายในตำราบอกเล่าถึงวิธีที่จะใช้พลังแห่งสุริยันจันทราเพื่อปลดปล่อยวิญญาณที่ถูกจองจำ และเดินทางข้ามป่าแห่งความเงียบงันได้อย่างปลอดภัย
"ข้ารู้แล้ว!" เอลาริสกล่าว "เราไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับพวกมัน แต่เราต้องใช้พลังแห่งสุริยันจันทราเพื่อปลดปล่อยพวกมัน"
เอลาริสหลับตาลง พยายามรวบรวมพลังเวททั้งหมดที่นางมี แสงสีทองจากอัญมณีแห่งสุริยัน จันทราแห่งจิตวิญญาณ และตำราแห่งจิตวิญญาณไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของนางอย่างเต็มเปี่ยม นางยกฝ่ามือขึ้นช้าๆ แสงสีทองเข้มข้นก่อตัวขึ้นกลางฝ่ามือ ก่อนที่จะแผ่ขยายออกไปเป็นลำแสงสีทองอร่ามราวกับลำแสงแห่งดวงอาทิตย์ที่กำลังพุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางของป่าแห่งความเงียบงัน
ทันใดนั้นเอง วิญญาณโบราณที่เคยถูกจองจำก็เริ่มปรากฏตัวออกมาจากต้นไม้ที่แห้งกรัง พวกมันไม่ได้โจมตีพวกเขา แต่พวกมันกลับลอยเข้าหาลำแสงสีทองอย่างช้าๆ ราวกับถูกดึงดูดด้วยแสงสว่างนั้น
แสงสีทองห่อหุ้มวิญญาณเหล่านั้นไว้ และทันใดนั้น วิญญาณเหล่านั้นก็เริ่มเปล่งประกายสีขาวบริสุทธิ์ ก่อนที่จะลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าและหายไปในที่สุด
"พวกมันถูกปลดปล่อยแล้ว!" ไคอุทานด้วยความประหลาดใจ "เจ้าช่วยพวกมันได้!"
"พลังของเจ้าช่วยปลดปล่อยจิตวิญญาณที่ถูกจองจำ" ลูน่ากล่าวด้วยความชื่นชม
เมื่อวิญญาณเหล่านั้นหายไป ป่าแห่งความเงียบงันก็กลับคืนสู่ความสงบ ต้นไม้ที่เคยแห้งกรังก็เริ่มแตกหน่อออกใบอีกครั้ง ดอกไม้ป่าเริ่มเบ่งบาน และเสียงนกร้องก็ดังแว่วมาตามสายลม
พวกเขาทั้งสี่เดินผ่านป่าแห่งความเงียบงันไปอย่างช้าๆ ป่าแห่งนี้บัดนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความงดงาม ไม่มีสิ่งใดมาขัดขวางการเดินทางของพวกเขาได้อีกต่อไป
เมื่อมาถึงอีกฝั่งหนึ่งของป่า พวกเขาก็พบกับหอคอยขนาดใหญ่ที่สูงเสียดฟ้า มันสร้างขึ้นจากหินสีดำสนิท ประดับประดาด้วยอัญมณีเรืองแสงสีม่วงนับพัน มันคือ "หอคอยแห่งกาลเวลา" ที่เคยคิดว่ามีอยู่แค่ในตำนาน
"ในที่สุดเราก็มาถึง" เอลาริสเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความเหนื่อยล้า ความโล่งใจ และความตื่นเต้น
เบื้องหน้าของพวกเขาคือแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานอัญมณีสีม่วงเข้มที่เปล่งประกายราวกับดวงดาวบนฟากฟ้า มันคือ "ดาราแห่งความสมดุล" หนึ่งในสามส่วนของคทาสุริยันจันทราที่พวกเขาออกตามหา
แต่แล้ว เสียงหัวเราะอันเยือกเย็นก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดของหอคอย ร่างเงาดำทะมึนปรากฏขึ้น มันคือ "เดธลอร์ด" สมุนสุดท้ายของราชาปีศาจมาลากอร์!
"ข้ารอคอยพวกเจ้ามานานแล้ว" เดธลอร์ดกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย "ดาราแห่งความสมดุลจะต้องเป็นของท่านมาลากอร์ และพวกเจ้า... จะต้องตายที่นี่!"
การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และครั้งนี้ พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยเจอมาทั้งหมด

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก