คทาสุริยัน

ตอนที่ 58 — ป่าต้องมนตร์แห่งเวลา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,134 คำ

รุ่งอรุณทอแสงสีทองอาบรอยจารึกโบราณในวิหารสุริยันจันทรา เอลาริสและสหายออกเดินทางอีกครั้งหลังจากที่อาริสใช้เวลาทั้งคืนในการถอดรหัสบันทึกเก่าแก่ เขาพบเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ‘สถานที่ที่เวลาหยุดนิ่ง’ ซึ่งถูกเรียกว่า ‘ป่าต้องมนตร์แห่งเวลา’ ดินแดนลึกลับที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอาณาจักรที่พวกเขากำลังเดินทางผ่าน

“บันทึกกล่าวว่า ป่าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต ‌เพื่อปกป้องสิ่งล้ำค่าบางอย่าง” อาริสอธิบายขณะที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าสู่เส้นทางที่คดเคี้ยวเบื้องหน้า “เวลาในป่าแห่งนี้ไหลเวียนไม่เหมือนกับโลกภายนอก บางพื้นที่อาจเร็วจนทุกสิ่งผุพังในพริบตา บางพื้นที่อาจช้าจนแทบไม่เคลื่อนไหว และบางพื้นที่อาจหยุดนิ่งไปเลย”

“ฟังดูอันตรายกว่าที่คิด” เรเวนพึมพำ เขามองไปยังขอบฟ้าที่เริ่มมีหมอกหนาทึบลอยอ้อยอิ่ง ​“เราต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว”

ไคเดินนำหน้า เขากำดาบใหญ่ไว้แน่น “ไม่ว่าอันตรายจะรออยู่แค่ไหน เราก็จะผ่านมันไปให้ได้”

เอลาริสสัมผัสได้ถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้น การเดินทางครั้งนี้แตกต่างออกไปจากครั้งก่อนๆ ความรู้สึกเร่งรีบเริ่มเกาะกุมจิตใจ เพราะสุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังใกล้เข้ามาทุกที เธอรู้ดีว่าเธอต้องแข็งแกร่งขึ้น ‍ต้องควบคุมพลังในคทาให้ได้สมบูรณ์แบบ เพื่อเผชิญหน้ากับมาลากอร์

เมื่อพวกเขาเข้าใกล้ป่าต้องมนตร์แห่งเวลา บรรยากาศรอบกายก็เริ่มเปลี่ยนไป อากาศเย็นยะเยือกขึ้นอย่างประหลาด ต้นไม้รอบข้างมีรูปร่างแปลกตา ใบของมันมีสีสันที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็เขียวสดราวเพิ่งผลิใบ บ้างก็เหลืองซีดราวกับใกล้จะร่วงโรย ‌และบ้างก็กลายเป็นสีเทาซีดราวกับถูกดูดกลืนชีวิต

“ดูนั่นสิ” อาริสชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ทางด้านหนึ่งของลำต้นมีดอกไม้กำลังบานสะพรั่ง แต่ด้านตรงข้ามกลับมีกิ่งก้านที่แห้งเหี่ยวและลำต้นที่ผุพัง “เวลาคงไหลต่างกันในแต่ละส่วนของต้นไม้ต้นเดียว”

พวกเขาตัดสินใจเดินเท้าเข้าไปในป่า ความเงียบงันปกคลุมไปทั่ว มีเพียงเสียงฝีเท้าของพวกเขาที่ดังกระทบพื้นดิน เอลาริสรู้สึกถึงกระแสพลังเวทมนตร์ที่หนาแน่นผิดปกติ ‍มันบิดเบี้ยวและสับสนวุ่นวาย จนทำให้เธอรู้สึกมึนงงเล็กน้อย

ทันใดนั้น ไคที่เดินนำหน้าก็หยุดชะงัก “มีบางอย่างผิดปกติ” เขากระซิบ “ข้าได้ยินเสียง…”

ยังไม่ทันที่ไคจะพูดจบ ต้นไม้รอบกายพวกเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว กิ่งก้านที่ดูเหมือนไร้ชีวิตบิดเบี้ยวไปมา ​ราวกับกำลังยื่นมือออกมาคว้าจับ เถาวัลย์ที่เลื้อยพันตามลำต้นพุ่งเข้ามารัดขาของเรเวนอย่างรวดเร็ว

“ต้นไม้มีชีวิต!” เรเวนร้อง เขาพยายามปลดเถาวัลย์ออก แต่เถาวัลย์นั้นกลับรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ

“ระวัง! พวกมันเป็น ‘ไม้เถาพยับเงา’ ปีศาจพืชที่ถูกพลังของป่าแห่งนี้ชุบชีวิตขึ้นมา!” ​อาริสเตือน เขาร่ายเวทมนตร์เปลวไฟใส่เถาวัลย์ที่กำลังพุ่งเข้ามารัดเขา เปลวไฟลุกท่วมเถาวัลย์ให้มอดไหม้ไปอย่างรวดเร็ว

เอลาริสไม่รอช้า เธอชักคทาสุริยันจันทราออกมา แสงสีทองและสีเงินพุ่งออกจากปลายคทาเป็นลำแสงพลังงานเข้าโจมตีไม้เถาพยับเงาที่กำลังรัดเรเวนอยู่ ลำแสงนั้นแผดเผาเถาวัลย์ให้ขาดสะบั้น เรเวนหลุดพ้นจากพันธนาการได้อย่างหวุดหวิด

“พวกมันมีจำนวนมาก!” ไคตะโกน ​เขากำลังใช้ดาบใหญ่ฟาดฟันเถาวัลย์ที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทางอย่างไม่ลดละ แต่ยิ่งฟันเท่าไหร่ เถาวัลย์ก็ยิ่งงอกใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ

“เราต้องหาทางออกไปจากบริเวณนี้!” อาริสกล่าว เขาพยายามมองหาเส้นทางที่ปลอดภัยจากเวทมนตร์แห่งเวลาที่บิดเบี้ยวนี้

ในขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้กับไม้เถาพยับเงา เอลาริสก็รู้สึกถึงกระแสเวลาที่ไหลเวียนไม่สม่ำเสมอ รอบตัวเธอ บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของเธอช้าลงอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งก็เร็วขึ้นจนควบคุมไม่ได้ เธอพยายามใช้พลังจากคทาเพื่อสร้างเกราะป้องกัน แต่กระแสเวลาที่ปั่นป่วนทำให้เวทมนตร์ของเธอยากที่จะคงสภาพ

ทันใดนั้น เธอเหลือบไปเห็นดอกไม้สีฟ้าอ่อนดอกหนึ่งที่บานอยู่บนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเขา ดอกไม้นั้นเปล่งแสงเรืองรองบางๆ ราวกับมีพลังพิเศษซ่อนอยู่ “ดูนั่นสิ!” เอลาริสชี้ไปที่ดอกไม้ “มันอาจจะเป็นทางออก!”

อาริสมองตามที่เอลาริสชี้ ใบหน้าของเขาปรากฏแววตื่นเต้น “นั่นคือ ‘บุปผาแห่งเวลา’ บันทึกกล่าวไว้ว่ามันสามารถช่วยปรับสมดุลของกระแสเวลาได้ชั่วขณะ แต่มันเป็นดอกไม้ที่หายากมาก!”

“เราต้องไปที่นั่น!” ไคกล่าว เขายังคงฟันเถาวัลย์อย่างไม่ลดละ แต่ดูเหมือนพลังของเขาจะเริ่มลดลง

เอลาริสตัดสินใจ เธอรวบรวมพลังเวทมนตร์ทั้งหมดที่มี และพุ่งตัวออกไปทางดอกไม้นั้น เธอต้องหลบหลีกเถาวัลย์ที่พุ่งเข้ามาราวกับเขี้ยวเล็บของสัตว์ร้าย เธอใช้คทาปัดป้องและร่ายเวทมนตร์โจมตีเพื่อเปิดทางให้ตัวเอง

เมื่อเอลาริสเข้าใกล้บุปผาแห่งเวลา เธอก็รู้สึกถึงพลังอันอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากดอกไม้นั้น มันไม่ใช่พลังเวทมนตร์ที่รุนแรง แต่เป็นพลังที่สงบและเยือกเย็น เธอเอื้อมมือไปสัมผัสดอกไม้นั้นอย่างแผ่วเบา

ทันใดนั้น แสงสีฟ้าอ่อนจากบุปผาแห่งเวลาก็แผ่กระจายออกไปรอบทิศทาง กระแสเวลาที่ปั่นป่วนรอบตัวพวกเขาก็เริ่มสงบลง ไม้เถาพยับเงาหยุดการเคลื่อนไหวชั่วขณะ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยพลังบางอย่าง

“นี่แหละ!” อาริสตะโกน “มันช่วยได้! รีบไปกันเถอะ!”

พวกเขาใช้จังหวะนั้นในการหลบหนีออกจากบริเวณที่มีไม้เถาพยับเงาหนาแน่น วิ่งลึกเข้าไปในป่าที่ดูเหมือนจะสงบกว่าเดิม เมื่อพวกเขาพ้นจากรัศมีของบุปผาแห่งเวลา กระแสเวลาก็เริ่มกลับมาปั่นป่วนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้พวกเขาระมัดระวังตัวมากขึ้น

การเดินทางในป่าต้องมนตร์แห่งเวลาเต็มไปด้วยความท้าทาย พวกเขาต้องเผชิญกับภาพลวงตาที่เกิดจากการบิดเบือนของเวลา บางครั้งพวกเขาก็รู้สึกว่ากำลังเดินวนอยู่ในที่เดิมซ้ำๆ บางครั้งพวกเขาก็เห็นภาพอดีตหรืออนาคตที่พร่าเลือนปรากฏขึ้นมาตรงหน้า

เอลาริสต้องใช้พลังจากคทาสุริยันจันทราอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้พวกเขารับรู้ถึงกระแสเวลาที่แท้จริง และเพื่อปกป้องพวกเขาจากพลังงานที่บิดเบี้ยว เธอรู้สึกว่าพลังของเธอกำลังพัฒนาไปอีกขั้น เธอสามารถสัมผัสถึงความละเอียดอ่อนของกระแสเวลา และพยายามที่จะปรับสมดุลมันด้วยพลังของคทา

หลังจากเดินเท้ามาหลายชั่วโมง พวกเขาก็มาถึงบริเวณหนึ่งของป่าที่ดูแตกต่างออกไป ต้นไม้ที่นี่มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร ลำต้นของพวกมันดูเก่าแก่ราวกับยืนหยัดมานับพันปี แต่ใบของพวกมันกลับดูสดใสราวกับเพิ่งผลิใบใหม่ และที่แปลกประหลาดที่สุดคือ ทุกสิ่งรอบกายดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปหมด

นกที่กำลังจะบินค้างอยู่กลางอากาศ ใบไม้ที่กำลังจะร่วงหล่นหยุดอยู่เหนือพื้นดิน น้ำในลำธารหยุดนิ่งราวกับกระจกใส แม้แต่ละอองเกสรที่ลอยอยู่ในอากาศก็ยังหยุดนิ่ง เอลาริสสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่แผ่ออกมาจากบริเวณนี้ มันคือ ‘แก่นแท้แห่งเวลา’ อย่างไม่ต้องสงสัย

“ที่นี่แหละ” อาริสกระซิบ “สถานที่ที่เวลาหยุดนิ่ง”

พวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณนั้นอย่างระมัดระวัง ทุกก้าวที่เดินราวกับกำลังก้าวผ่านผืนผ้าที่มองไม่เห็น ความรู้สึกแปลกประหลาดนี้ทำให้เอลาริสรู้สึกขนลุกเล็กน้อย เธอรู้สึกราวกับกำลังก้าวเข้าไปในดินแดนแห่งความฝัน

ตรงกลางของบริเวณนั้น มีแท่นหินขนาดเล็กตั้งอยู่ บนแท่นหินนั้นมีแท่นบูชาที่ดูเก่าแก่ และบนแท่นบูชานั้นมีบางสิ่งเปล่งแสงเรืองรองออกมา มันคืออัญมณีสีฟ้าอ่อนขนาดเท่ากำปั้นเด็ก ประกายแสงของมันวาววับราวกับรวบรวมแสงแรกของโลกไว้ในตัวเอง

“อัญมณีแห่งแสงแรก…” เอลาริสพึมพำ เธอรู้สึกถึงแรงดึงดูดจากอัญมณีนั้น มันคล้ายกับว่าอัญมณีกำลังเรียกหาเธอ

เรเวนและไคมองหน้ากัน พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังอันบริสุทธิ์ของอัญมณีเช่นกัน

อาริสก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เขาตรวจสอบแท่นบูชาอย่างละเอียด ก่อนจะหันมามองเอลาริส “บันทึกกล่าวว่า มีเพียงทายาทแห่งสุริยันจันทราเท่านั้นที่จะสัมผัสอัญมณีนี้ได้ หากเป็นผู้อื่น อัญมณีจะดูดกลืนพลังชีวิตจนหมดสิ้น”

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ดีว่านี่คือโชคชะตาของเธอ เธอเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชาอย่างมั่นคง แสงจากอัญมณีส่องกระทบใบหน้าของเธอ ให้ประกายงดงาม เธอเอื้อมมือออกไปสัมผัสอัญมณีแห่งแสงแรกอย่างแผ่วเบา

ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอแตะต้องอัญมณี พลังงานมหาศาลก็ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของเธอ แสงสีฟ้าอ่อนเปล่งประกายเจิดจ้าออกมาจากอัญมณีและจากร่างของเอลาริสพร้อมกัน แสงนั้นสว่างจ้าจนทุกคนต้องหลับตาลง

เอลาริสรู้สึกราวกับว่าเธอได้เชื่อมโยงกับบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเธอเอง เธอเห็นภาพอดีตที่พร่าเลือน ภาพของบรรพชนของเธอที่กำลังร่ายเวทมนตร์อันทรงพลัง ภาพของคทาสุริยันจันทราที่ถูกสร้างขึ้น และภาพของมาลากอร์ที่ถูกผนึกไว้ในเงามืด

เมื่อแสงสว่างจางลง เอลาริสก็พบว่าเธอกำลังถืออัญมณีแห่งแสงแรกไว้ในมือ อัญมณีนั้นส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามราตรี เธอรู้สึกถึงพลังที่อัดแน่นอยู่ในอัญมณี มันคือพลังที่บริสุทธิ์และทรงอำนาจอย่างแท้จริง

“เราได้มันมาแล้ว” เอลาริสกล่าวเสียงสั่นเครือ ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มแห่งความสำเร็จและความหวัง “เราได้อัญมณีแห่งแสงแรกแล้ว”

พลังจากอัญมณีทำให้เธอรู้สึกสดชื่นและแข็งแกร่งขึ้นอย่างประหลาด ราวกับว่ามันได้เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในตัวเธอ เธอหันไปมองสหายที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ใบหน้าของพวกเขามีรอยยิ้มเช่นกัน

“ตอนนี้เราต้องกลับไปที่วิหารสุริยันจันทรา” อาริสกล่าว “เราต้องใช้อัญมณีนี้เพื่อปลดล็อกพลังที่แท้จริงของคทาสุริยันจันทรา และเพื่อค้นพบความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับสุริยคราสแห่งจันทร์คู่”

เอลาริสพยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว การเดินทางในป่าต้องมนตร์แห่งเวลาได้สอนให้เธอรู้ว่า พลังที่แท้จริงไม่ได้มาจากเวทมนตร์เพียงอย่างเดียว แต่มันมาจากจิตวิญญาณที่เข้มแข็ง ความมุ่งมั่น และความเชื่อมั่นในตัวเอง และการเดินทางครั้งนี้ ได้ทำให้เธอเข้าใกล้คำตอบแห่งโชคชะตาของเธอไปอีกก้าวหนึ่ง…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!