คทาสุริยัน

ตอนที่ 154 — เงามืดแห่งมาลากอร์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 943 คำ

ความมืดมิดที่แผ่ออกจากร่างของมาลากอร์ปกคลุมหุบเขาเงาจันทราจนมิด เมฆหมอกสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นบดบังแสงสุดท้ายของสุริยคราสที่กำลังจะสมบูรณ์ พลังงานชั่วร้ายของราชาปีศาจทำให้เอลาริสรู้สึกถึงความหนักอึ้งที่กดทับจิตวิญญาณ แต่เธอก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายสีทองและสีเงินเจิดจ้า ราวกับจะขับไล่ความสิ้นหวังที่กำลังคืบคลานเข้ามา

“เจ้าคิดว่าพลังเพียงแค่นั้นจะหยุดยั้งข้าได้งั้นรึ ทายาทผู้อ่อนแอ” มาลากอร์เย้ยหยัน ‌เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วหุบเขา “พลังของเจ้ายังห่างไกลจากบรรพชนของเจ้าเสียอีก”

มาลากอร์สะบัดปีกขนาดมหึมา พลังงานสีดำพวยพุ่งออกจากร่างของเขาเป็นลำแสงมรณะ พุ่งตรงเข้าใส่เอลาริสและสหายอย่างรวดเร็ว

“เกราะแห่งปฐพี!” ไคตะโกน เขากระแทกดาบใหญ่ลงบนพื้นดิน พลังแห่งปฐพีผุดขึ้นมาเป็นกำแพงหินขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันการโจมตีของมาลากอร์ ​กำแพงหินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แต่ก็ยังคงต้านทานการโจมตีไว้ได้

“ธนูแห่งแสง!” เรเวนปล่อยลูกศรออกไปอย่างรวดเร็ว ลูกศรเงินยวงนับสิบดอกพุ่งเข้าใส่มาลากอร์อย่างแม่นยำ แต่ลูกศรเหล่านั้นกลับสลายไปในอากาศ ก่อนที่จะแตะต้องร่างของราชาปีศาจได้

“มันไม่มีผล!” เรเวนสบถ

“พลังของมันแข็งแกร่งเกินไป!” อาริสกล่าว ‍เขาเริ่มร่ายเวทมนตร์โจมตี ‘อัสนีบาตแห่งสวรรค์’ ลำแสงฟ้าผ่าสีม่วงครามพุ่งลงมาจากท้องฟ้า เข้าปะทะกับมาลากอร์อย่างจัง บังเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น แต่ราชาปีศาจกลับยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่สะทกสะท้าน

เอลาริสรู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถเอาชนะมาลากอร์ได้ด้วยการโจมตีแบบธรรมดา เธอต้องใช้พลังที่แท้จริงของคทาสุริยันจันทราเพื่อผนึกประตูมิติให้ได้ก่อนที่สุริยคราสจะสมบูรณ์ เธอหลับตาลง ‌รวบรวมสมาธิทั้งหมด เธอเห็นภาพของบรรพชนที่กำลังใช้คทาผนึกมาลากอร์ในอดีต ภาพของพลังงานสุริยันจันทราที่หมุนวนเป็นเกลียวแสง พลังที่บริสุทธิ์และทรงอำนาจที่สุด

“พลังแห่งสุริยันจันทรา… จงสถิตแก่ข้า!” เอลาริสเปล่งเสียงก้อง คทาในมือของเธอเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม แสงสีทองและสีเงินรวมกันเป็นลำแสงขนาดใหญ่ ‍พุ่งขึ้นสู่ประตูมิติที่กำลังจะสมบูรณ์

มาลากอร์คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว “เจ้าคิดจะผนึกประตูมิติอย่างนั้นรึ?! ฝันไปเถอะ!” เขาสะบัดปีกอีกครั้ง พลังงานสีดำพุ่งเข้าโจมตีลำแสงของเอลาริสอย่างรุนแรง พลังทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือด สร้างคลื่นพลังงานที่ทำให้ผืนดินสั่นสะเทือน

เอลาริสต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อต้านทานพลังของมาลากอร์ เธอรู้สึกราวกับร่างกายกำลังจะฉีกขาด ​แต่เธอก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง เธอรู้ดีว่าเธอคือความหวังสุดท้ายของทุกอาณาจักร เธอจะไม่มีวันยอมแพ้

“เอลาริส! เราจะช่วยเจ้า!” ไคตะโกน เขาวิ่งเข้าหามาลากอร์อย่างไม่เกรงกลัว พยายามจะดึงความสนใจของราชาปีศาจไปจากเอลาริส

“ข้าก็ด้วย!” เรเวนปล่อยลูกศรเวทมนตร์นับสิบดอกเข้าโจมตีมาลากอร์อย่างต่อเนื่อง

อาริสเริ่มร่ายเวทมนตร์ที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่เขาเคยเรียนมา ​เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดให้กับเอลาริส

มาลากอร์หัวเราะเยาะ “พวกเจ้าช่างไร้ประโยชน์นัก! การต่อต้านของพวกเจ้ามีแต่จะทำให้พวกเจ้าต้องเจ็บปวด!” เขาสะบัดมือ พลังงานสีดำพุ่งเข้าใส่ไคและเรเวนอย่างรุนแรง ทำให้พวกเขากระเด็นไปคนละทิศละทาง อาริสพยายามจะช่วย แต่พลังของมาลากอร์ก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะต้านทานได้

เอลาริสเห็นสหายของเธอต้องเจ็บปวด ​ความโกรธแค้นและความสิ้นหวังเริ่มคืบคลานเข้ามาในจิตใจ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงพลังแห่งความรักและความผูกพันที่หล่อหลอมเธอและสหายเข้าไว้ด้วยกัน พลังเหล่านั้นทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น

“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำร้ายพวกเขา!” เอลาริสตะโกน พลังจากคทาสุริยันจันทราเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม แสงสีทองและสีเงินรวมกันเป็นเกลียวพลังงานที่หมุนวนอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าใส่ประตูมิติที่กำลังจะสมบูรณ์

มาลากอร์ตกใจ เขาไม่คิดว่าเอลาริสจะสามารถรวบรวมพลังได้มากถึงขนาดนี้ เขาพยายามจะหยุดยั้งเธอ แต่พลังจากคทาสุริยันจันทราก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะต้านทานได้ แสงสีทองและสีเงินพุ่งเข้าสู่ประตูมิติอย่างรุนแรง ทำให้ประตูมิติสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

แต่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ก็กำลังจะสมบูรณ์เช่นกัน ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เกือบจะทับซ้อนกันอย่างสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงขอบแสงบางๆ ที่ยังคงเรืองรองอยู่ ประตูมิติกำลังจะเปิดออกอย่างเต็มที่

เอลาริสรู้ดีว่าเธอมีเวลาเหลือไม่มาก เธอต้องผนึกประตูมิติให้ได้ก่อนที่มันจะสมบูรณ์ เธอหลับตาลงอีกครั้ง เธอเห็นภาพของโลกที่สวยงามที่เธอต้องปกป้อง เห็นภาพของสหายที่ยืนเคียงข้างเธอ เห็นภาพของบรรพชนที่เชื่อมั่นในตัวเธอ

“พลังแห่งสุริยันจันทรา… จงผนึก!” เอลาริสเปล่งเสียงก้อง พลังทั้งหมดที่มีในกายถูกส่งผ่านคทาเข้าสู่ประตูมิติ แสงสีทองและสีเงินพุ่งเข้าสู่ประตูมิติอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ประตูมิติสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

มาลากอร์คำรามด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามจะขัดขวางเอลาริส แต่พลังจากคทาก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะต้านทานได้

ทันใดนั้น แสงสีดำทะมึนก็พวยพุ่งออกมาจากประตูมิติ พลังงานชั่วร้ายของมาลากอร์ที่กำลังจะหลุดพ้นออกมาจากห้วงอเวจี เอลาริสรู้สึกถึงแรงกระชากมหาศาลที่พยายามจะดึงเธอเข้าไปในประตูมิติ แต่เธอก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องไม่ยอมแพ้

“เอลาริส!” เสียงของไค เรเวน และอาริสดังก้องขึ้น พวกเขากำลังพยายามจะลุกขึ้นมาช่วยเธอ

เอลาริสมองไปยังสหายของเธอ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอรู้ดีว่าเธอต้องทำสิ่งนี้ให้สำเร็จเพื่อพวกเขา เพื่อโลกใบนี้

เธอรวบรวมพลังสุดท้ายที่มีอยู่ทั้งหมด ส่งผ่านคทาเข้าสู่ประตูมิติ แสงสีทองและสีเงินเปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับจะเผาผลาญความมืดมิดให้มอดไหม้ไป ประตูมิติสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนจะเริ่มหดตัวลงอย่างช้าๆ

มาลากอร์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ประตูมิติที่เขารอคอยมานับพันปี กำลังจะถูกผนึกอีกครั้ง

เอลาริสหลับตาลง เธอรู้สึกถึงพลังที่มหาศาลที่ไหลผ่านร่างของเธอ เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความสงบสุขที่เข้ามาแทนที่ เธอรู้ดีว่าเธอทำสำเร็จแล้ว

แสงสีทองและสีเงินพุ่งเข้าสู่ประตูมิติเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ประตูมิติจะหดตัวลงจนเหลือเพียงจุดแสงเล็กๆ และหายไปในความมืดมิด

สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่กำลังจะสมบูรณ์ ก็พลันสลายไปเช่นกัน ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เคลื่อนออกจากกันอย่างช้าๆ แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องลงมาในหุบเขาเงาจันทราอีกครั้ง ขับไล่ความมืดมิดที่ปกคลุมไปทั่ว

มาลากอร์กรีดร้องด้วยความโกรธแค้นและสิ้นหวัง ร่างของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนจะสลายกลายเป็นละอองธุลีสีดำและหายไปในอากาศ เหลือไว้เพียงความว่างเปล่า

เอลาริสยืนหอบ หายใจถี่รัว คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายจางลงเล็กน้อย เธอรู้สึกถึงความอ่อนแรงที่ถาโถมเข้ามา แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความสงบสุขที่เข้ามาแทนที่ เธอทำสำเร็จแล้ว เธอได้ผนึกประตูมิติ และหยุดยั้งมาลากอร์จากการกลับมาสู่โลก

เธอหันไปมองสหายที่กำลังวิ่งเข้ามาหาเธอ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความโล่งใจและความสุข

“เอลาริส! เจ้าทำได้แล้ว!” ไคตะโกน เขาวิ่งเข้ามาสวมกอดเธออย่างแน่นหนา

เรเวนและอาริสเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าของพวกเขามีรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ

“เจ้าคือผู้พิทักษ์ที่แท้จริง เอลาริส” อาริสกล่าว

เอลาริสยิ้มอย่างอ่อนแรง เธอรู้ดีว่าการต่อสู้ยังไม่จบลงอย่างสมบูรณ์ มาลากอร์อาจจะถูกผนึกไว้ในเงามืดอีกครั้ง แต่พลังของเขาก็ยังคงอยู่ และอาจจะกลับมาได้ในอนาคต

แต่ในตอนนี้ พวกเขาได้ช่วยโลกไว้แล้ว และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง แสงอาทิตย์ที่อบอุ่นสาดส่องลงมาในหุบเขาเงาจันทรา ขับไล่ความมืดมิดให้หายไป

การเดินทางของเธออาจจะยังไม่จบลง แต่ในวันนี้ เธอได้ทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์แล้ว และเธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับอนาคตที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับอะไรก็ตาม…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!