คทาสุริยัน

ตอนที่ 250 — ร่องรอยแห่งเงามืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 770 คำ

การเดินทางครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เอลาริสและสหายออกเดินทางจากวิหารสุริยันจันทรา มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามเส้นทางที่คทาสุริยันจันทราชี้บอกถึงการปรากฏตัวของ ‘แก่นแท้แห่งความมืดมิด’ ซึ่งเป็นเศษเสี้ยวพลังงานของมาลากอร์ที่หลงเหลืออยู่ หลังจากที่เขาถูกผนึกไว้ในเงามืดอีกครั้ง

ระหว่างทาง พวกเขาได้พบกับหมู่บ้านเล็กๆ ‌แห่งหนึ่งที่ถูกคุกคามโดยปีศาจขนาดเล็กที่เอลาริสสัมผัสได้ในนิมิต ปีศาจเหล่านั้นมีรูปร่างคล้ายสัตว์ป่า แต่มีผิวหนังสีดำสนิทและดวงตาสีแดงฉาน พวกมันกำลังสร้างความหวาดกลัวให้แก่ชาวบ้าน และขโมยอาหารและสิ่งของ

“พวกมันคือ ‘ปีศาจเงา’ เป็นปีศาจชั้นต่ำที่เกิดจากพลังงานชั่วร้ายที่กระจัดกระจาย” อาริสอธิบายขณะที่พวกเขากำลังซุ่มดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ ​“พวกมันไม่แข็งแกร่งเท่าอสูรวารี หรืออสูรเงา แต่ถ้ามีจำนวนมากก็สามารถสร้างความเดือดร้อนได้”

เอลาริสพยักหน้า เธอหยิบคทาสุริยันจันทราออกมาจากเอว แสงจากคทาเปล่งประกายแผ่วเบา “เราต้องช่วยพวกเขา”

“แต่พวกมันมีจำนวนมากเกินไป” เรเวนเตือน “เราอาจจะถูกล้อมได้ง่ายๆ”

“เราจะจัดการพวกมันอย่างรวดเร็ว” ‍ไคกล่าว เขากำดาบใหญ่แน่น พร้อมที่จะพุ่งเข้าใส่ปีศาจ

เอลาริสหลับตาลง เธอรวบรวมพลังเวทมนตร์ในกาย เธอสัมผัสได้ถึงพลังแห่งสุริยันและจันทราที่ไหลเวียนอยู่ในคทา เธอเลือกที่จะใช้เวทมนตร์เยียวยาและสร้างสรรค์ เพื่อขับไล่ปีศาจเหล่านี้โดยไม่ทำลายชีวิต

“พลังแห่งสุริยันจันทรา… จงขับไล่ความมืดมิด!” ‌เอลาริสเปล่งเสียงก้อง แสงสีทองและสีเงินพุ่งออกจากคทาเป็นคลื่นพลังงานขนาดใหญ่ คลื่นพลังงานนั้นแผ่กระจายออกไปทั่วบริเวณที่ปีศาจเงากำลังอาละวาด

ปีศาจเงากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อถูกพลังแห่งแสงที่บริสุทธิ์เข้าปะทะ ร่างกายของพวกมันเริ่มสลายกลายเป็นละอองธุลีสีดำ และหายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว

ชาวบ้านที่กำลังหวาดกลัวต่างพากันตกตะลึง เมื่อเห็นปีศาจเงาหายไปในพริบตา เมื่อคลื่นพลังงานสงบลง ‍พวกเขาก็เห็นเอลาริสและสหายยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่าง

“พวกเจ้าคือผู้ใด?” หัวหน้าหมู่บ้านผู้เฒ่าถามด้วยความสงสัย

“พวกเราคือนักเดินทาง” เอลาริสกล่าว “พวกเรามาที่นี่เพื่อช่วยพวกท่านจากภัยคุกคามของปีศาจ”

เมื่อชาวบ้านรู้ว่าพวกเขาคือผู้ที่มาช่วย พวกเขาก็ต่างพากันออกมาขอบคุณ เอลาริสและสหายได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น พวกเขาได้พักค้างคืนในหมู่บ้าน และได้รับรู้เรื่องราวความเดือดร้อนจากปีศาจเงาที่เกิดขึ้นในหลายหมู่บ้านรอบๆ

“ดูเหมือนว่าปีศาจเงาจะปรากฏขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่” ​อาริสกล่าวขณะที่พวกเขากำลังนั่งล้อมรอบกองไฟ “นั่นหมายความว่าแก่นแท้แห่งความมืดมิดของมาลากอร์อาจจะแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และเราจะต้องตามหามันให้ครบทุกชิ้น”

“ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าเราต้องเดินทางไปทั่วอาณาจักร” ไคกล่าว

“และเราต้องรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด” เรเวนเสริม “ว่าแก่นแท้เหล่านั้นอยู่ที่ไหนบ้าง”

เอลาริสพยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว “เราจะต้องทำสิ่งนี้ให้สำเร็จ เพื่อให้โลกกลับมาสงบสุขอย่างแท้จริง”

ในเช้าวันรุ่งขึ้น ​พวกเขาได้รับแผนที่จากชาวบ้าน ซึ่งเป็นแผนที่ที่แสดงตำแหน่งของหมู่บ้านและเมืองต่างๆ ในบริเวณนั้น เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราเพื่อตรวจสอบตำแหน่งของแก่นแท้แห่งความมืดมิด คทาเปล่งแสงสีทองและสีเงิน และชี้ไปยังจุดหลายจุดบนแผนที่

“ดูเหมือนว่าแก่นแท้แห่งความมืดมิดจะกระจายตัวอยู่ตามป่าทึบ และถ้ำลึก” อาริสกล่าว ​“เราจะต้องเดินทางไปยังจุดเหล่านั้นเพื่อทำลายมัน”

การเดินทางครั้งใหม่นี้เต็มไปด้วยความท้าทาย พวกเขาต้องเผชิญกับปีศาจเงาจำนวนมากที่ปรากฏขึ้นในทุกเส้นทางที่พวกเขาไป เอลาริสต้องใช้พลังของคทาสุริยันจันทราอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับไล่ปีศาจเหล่านั้น เธอใช้ทั้งเวทมนตร์แสงเพื่อทำลาย และเวทมนตร์เยียวยาเพื่อปกป้องผู้คน

ในแต่ละครั้งที่พวกเขาทำลายแก่นแท้แห่งความมืดมิดชิ้นหนึ่ง เอลาริสจะรู้สึกถึงพลังของมาลากอร์ที่อ่อนแอลงเล็กน้อย และคทาสุริยันจันทราก็จะเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น ราวกับว่ามันกำลังดูดซับพลังงานบริสุทธิ์กลับคืนมา

ครั้งหนึ่ง พวกเขาต้องเดินทางเข้าไปในถ้ำลึกที่มืดมิดและเต็มไปด้วยปีศาจเงาจำนวนมาก ถ้ำแห่งนั้นเต็มไปด้วยพลังงานชั่วร้ายที่เข้มข้น จนทำให้เอลาริสรู้สึกอึดอัด

“ระวัง!” ไคเตือนเมื่อปีศาจเงาตัวใหญ่กว่าปกติปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด มันคือ ‘หัวหน้าปีศาจเงา’ ที่เกิดจากการรวมตัวของปีศาจเงาจำนวนมาก

หัวหน้าปีศาจเงาพุ่งเข้าใส่พวกเขาด้วยความเร็วเหนือคาด กรงเล็บแหลมคมของมันพยายามจะฉีกร่างไคเป็นชิ้นๆ

“ไฟบรรพกาล!” เอลาริสร่ายเวทมนตร์ เปลวไฟสีทองคำพุ่งออกจากฝ่ามือเข้าปะทะกับหัวหน้าปีศาจเงาอย่างจัง บังเกิดเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด เปลวไฟนั้นแผดเผาผิวหนังสีดำสนิทของมันให้ไหม้เกรียม

แต่หัวหน้าปีศาจเงาก็แข็งแกร่งกว่าปีศาจเงาทั่วไป มันสามารถต้านทานการโจมตีของเอลาริสได้ และพุ่งเข้าใส่เธออีกครั้ง

“ธนูแห่งแสง!” เรเวนปล่อยลูกศรออกไปรวดเร็วราวสายฟ้า ลูกศรปักเข้าที่ดวงตาของหัวหน้าปีศาจเงาอย่างแม่นยำ แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งมันได้

“เราต้องทำลายแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่อยู่ภายในตัวมัน!” อาริสเตือน

เอลาริสหลับตาลง เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี เธอสัมผัสได้ถึงแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่เต้นอยู่ภายในร่างของหัวหน้าปีศาจเงา มันคือจุดศูนย์รวมของพลังงานชั่วร้ายที่มาลากอร์ทิ้งไว้

“พลังแห่งสุริยันจันทรา… จงสถิตแก่ข้า!” เอลาริสเปล่งเสียงก้อง คทาในมือของเธอเปล่งประกายเจิดจ้า แสงสีทองและสีเงินพุ่งออกจากคทาเป็นลำแสงบริสุทธิ์ พุ่งตรงเข้าสู่แก่นแท้แห่งความมืดมิดที่อยู่ภายในร่างของหัวหน้าปีศาจเงา

หัวหน้าปีศาจเงากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนจะระเบิดออกเป็นละอองธุลีสีดำ และหายไปในอากาศ เหลือไว้เพียงความว่างเปล่า

เอลาริสยืนหอบ เธอรู้สึกอ่อนแรงลงเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่สามารถทำลายแก่นแท้แห่งความมืดมิดได้

“เจ้าทำได้แล้ว เอลาริส!” ไคกล่าว เขาวิ่งเข้ามาสวมกอดเธออย่างแน่นหนา

เรเวนและอาริสเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าของพวกเขามีรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ

“นี่เป็นเพียงแค่ชิ้นแรก” อาริสกล่าว “เรายังมีอีกหลายชิ้นที่ต้องตามหา”

เอลาริสพยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว การเดินทางยังคงอีกยาวไกล แต่เธอรู้ดีว่าเธอไม่ได้เดียวดาย เธอมีสหายที่กล้าหาญเคียงข้าง และเธอมีคทาสุริยันจันทราที่ทรงพลังอยู่ในมือ เธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายทุกรูปแบบ เพื่อทำลายร่องรอยแห่งเงามืดของมาลากอร์ และเพื่อนำแสงสว่างและความสงบสุขกลับคืนสู่ทุกอาณาจักรอย่างแท้จริง…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!