การเดินทางออกจากพงไพรเอลดอเรียดูราวกับเป็นอีกโลกหนึ่ง เอลาริสรู้สึกถึงพลังเวทของคทาสุริยันจันทราที่ไหลเวียนอยู่ในกายอย่างต่อเนื่อง มันเป็นพลังงานที่อบอุ่นและให้ความรู้สึกมั่นคง เธอไม่ได้เป็นเพียงเด็กสาวที่ต้องพึ่งพาผู้อื่นอีกต่อไป แต่เป็นผู้ที่มีอำนาจในการปกป้องและนำทางสหายของเธอ
“ท่านเอลดาราบอกว่าสุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังใกล้เข้ามา” คาเรนเอ่ยขึ้นขณะที่พวกเขากำลังเดินเท้าผ่านป่าโปร่ง “เราต้องเร่งเดินทางไปยัง ‘ดินแดนสนธยา’ ที่ซึ่งมาลากอร์ถูกผนึกไว้ในอดีต”
“ดินแดนสนธยา?” ลีโอทวนคำ “ข้าเคยได้ยินมาว่ามันเป็นสถานที่ที่น่ากลัวและเต็มไปด้วยอันตราย”
“ใช่แล้ว” คาเรนพยักหน้า “มันคือดินแดนที่มืดมิดที่สุดในโลก เป็นที่ที่พลังงานด้านลบสะสมอยู่หนาแน่นที่สุด และเป็นที่ที่รอยร้าวของมิติระหว่างโลกของเราและมิติแห่งความมืดมิดบางที่สุด”
เอลาริสรู้สึกถึงความหนักอึ้งในอก เธอรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะไม่ง่าย แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง เพื่อทำตามพันธสัญญาที่บรรพบุรุษของเธอได้ทำไว้
พวกเขามุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทิศที่เมฆดำทะมึนเริ่มก่อตัวขึ้นปกคลุมท้องฟ้าอย่างน่ากลัว ยิ่งเดินทางเข้าไปใกล้ดินแดนสนธยามากเท่าไร บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งมืดมิดและหดหู่มากขึ้นเท่านั้น ต้นไม้รอบตัวดูแห้งเหี่ยวและตายซาก อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นและไอเย็นยะเยือก พลังเวทในธรรมชาติที่เคยมีชีวิตชีวาในพงไพรเอลดอเรีย ได้เลือนหายไปจนเกือบหมดสิ้น
“ข้ารู้สึกไม่ค่อยดีเลย” ลีโอพึมพำ มือของเขากำดาบแน่น “เหมือนมีบางสิ่งกำลังเฝ้ามองเราอยู่”
เซเรฟพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบตัวอย่างระมัดระวัง “ข้ารู้สึกได้ถึงพลังงานที่ชั่วร้าย มันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ”
เอลาริสยกคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองและสีเงินเรืองรองจากคทาช่วยขับไล่ความมืดมิดรอบตัวได้บ้างเล็กน้อย พลังเวทของเธอที่ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ ทำให้เธอสามารถรับรู้ถึงกระแสพลังงานที่ชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากเบื้องหน้าได้อย่างชัดเจน มันเป็นพลังงานที่เย็นชาและมืดมิด ราวกับเป็นตัวตนของความสิ้นหวัง
เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงเขตชายแดนของดินแดนสนธยา ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้พวกเขาต้องตกตะลึง พื้นดินแห้งแล้งแตกระแหง ต้นไม้กลายเป็นซากเหลือเพียงกิ่งก้านที่บิดงอราวกับมือปีศาจ ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึนตลอดเวลา ไม่เคยมีแสงแดดส่องถึง และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ‘รอยร้าวแห่งมิติ’ มันเป็นรอยแยกขนาดใหญ่บนท้องฟ้าที่เปล่งแสงสีม่วงดำออกมาอย่างน่าขนลุก ราวกับเป็นประตูสู่มิติอื่น
“นี่คือรอยร้าวแห่งมิติ...” คาเรนพึมพำ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่น “มันเปิดกว้างกว่าที่ข้าเคยเห็นในตำรา”
“นั่นหมายความว่ามาลากอร์กำลังแข็งแกร่งขึ้น” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “และสุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังใกล้เข้ามาเต็มที”
ทันใดนั้น เสียงคำรามก้องฟ้าก็ดังขึ้นจากรอยร้าวแห่งมิติ ก่อนที่เงาร่างขนาดมหึมาจะทะลักออกมาจากรอยแยกนั้น พวกมันคืออสูรกายรูปร่างประหลาดที่มีปีกค้างคาวและกรงเล็บแหลมคม ดวงตาของพวกมันเปล่งแสงสีแดงก่ำ พวกมันพุ่งตรงเข้ามาหาคณะของเอลาริสราวกับฝูงผึ้ง
“เตรียมรับมือ!” ลีโอตะโกน เขาชักดาบออกมาจากฝัก แสงดาบสะท้อนกับความมืดมิด
เซเรฟรีบง้างคันธนู ลูกธนูอาบยาพิษพุ่งตรงไปยังอสูรกายอย่างรวดเร็ว เจาะเข้าที่หัวใจของพวกมัน ทำให้พวกมันร่วงหล่นลงมาอย่างง่ายดาย
คาเรนร่ายมนตร์ป้องกัน สร้างกำแพงพลังงานโปร่งแสงขึ้นมาคุ้มกันพวกเขาจากกรงเล็บของอสูรกาย
เอลาริสยกคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองและสีเงินปะทุออกมาจากคทา เธอโบกคทาไปในอากาศ กระแสพลังงานพุ่งตรงไปยังอสูรกาย ทำให้พวกมันแตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา
“พวกมันเยอะเกินไป!” ลีโอตะโกนขณะที่อสูรกายกลุ่มใหม่พุ่งเข้ามาไม่ขาดสาย
“เราต้องรีบเข้าไปในดินแดนสนธยาให้ได้” เอลาริสกล่าว “รอยร้าวแห่งมิติจะนำเราไปสู่สถานที่ผนึกมาลากอร์”
พวกเขาต้องฝ่าฟันฝูงอสูรกายเข้าไปในดินแดนสนธยา การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เอลาริสใช้พลังของคทาสุริยันจันทราในการโจมตีและป้องกัน พลังของเธอแข็งแกร่งและสมดุล เธอสามารถควบคุมธาตุแสงและธาตุความมืดได้อย่างคล่องแคล่ว
ลีโอต่อสู้ด้วยความแข็งแกร่งและคล่องแคล่ว เขาฟาดฟันอสูรกายด้วยดาบคู่ใจอย่างไม่ลดละ เซเรฟยิงธนูได้อย่างแม่นยำ ทุกดอกธนูของเขาปลิดชีพศัตรูได้อย่างไร้ที่ติ คาเรนใช้มนตร์ป้องกันและมนตร์โจมตีเพื่อสนับสนุนการต่อสู้ของพวกเขา
“ระวัง!” เซเรฟตะโกน เขาชี้ไปยังเงาร่างขนาดใหญ่ที่ทะลักออกมาจากรอยร้าวแห่งมิติ มันคืออสูรกายที่ใหญ่กว่าตัวอื่นๆ หลายเท่า มีผิวหนังสีดำสนิทและดวงตาที่ลุกโชนด้วยเพลิงสีเขียว
“มันคือผู้นำของพวกมัน!” คาเรนกล่าว “เราต้องหยุดมันให้ได้!”
อสูรกายตัวนั้นพุ่งตรงเข้ามาหาเอลาริส มันปล่อยคลื่นพลังงานสีดำออกมาจากปาก คลื่นพลังงานนั้นรุนแรงจนกำแพงพลังงานของคาเรนเริ่มสั่นคลอน
เอลาริสรู้ว่าเธอต้องใช้พลังทั้งหมดที่มี เธอรวบรวมพลังแห่งสุริยันจันทราทั้งหมดไว้ที่ปลายคทา แสงสีทองและสีเงินรวมตัวกันเป็นลูกบอลพลังงานขนาดใหญ่ที่เปล่งประกายเจิดจ้า
“จงสลายไป!” เอลาริสตะโกน เธอโบกคทา ลูกบอลพลังงานพุ่งตรงไปยังอสูรกายตัวนั้นอย่างรวดเร็ว
ลูกบอลพลังงานปะทะเข้ากับอสูรกายอย่างจัง เกิดระเบิดแสงขนาดใหญ่สว่างวาบไปทั่วบริเวณ เมื่อแสงจางหายไป อสูรกายตัวนั้นก็สลายหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
ฝูงอสูรกายตัวอื่นๆ ที่เห็นผู้นำของพวกมันถูกทำลาย ก็เกิดความหวาดกลัวและเริ่มล่าถอยกลับเข้าไปในรอยร้าวแห่งมิติ
“เราต้องรีบไปเดี๋ยวนี้!” เอลาริสกล่าว เธอรู้สึกเหนื่อยล้าจากการใช้พลังงานอย่างมหาศาล แต่เธอก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะพักผ่อน
พวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในดินแดนสนธยา อากาศยิ่งหนาวเย็นและมืดมิดมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาเดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองโบราณที่ถูกทิ้งร้าง มันเป็นเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรือง แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่เต็มไปด้วยเงามืดและเสียงกระซิบที่น่าขนลุก
“นี่คืออาณาจักรในอดีตที่มาลากอร์เคยทำลาย” คาเรนอธิบาย “เขาเคยบุกโจมตีโลกนี้ครั้งหนึ่งในอดีต ก่อนที่จะถูกบรรพบุรุษของเจ้าผนึกไว้”
เอลาริสมองไปรอบตัว เธอรู้สึกถึงความโศกเศร้าและความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในสถานที่แห่งนี้ เธอรู้ว่าเธอต้องหยุดมาลากอร์ให้ได้ เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง
พวกเขามาถึงใจกลางของดินแดนสนธยา ที่นั่นมีแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่ทำจากหินสีดำสนิทตั้งตระหง่านอยู่ แท่นบูชานั้นล้อมรอบด้วยวงแหวนเวทมนตร์โบราณที่เปล่งแสงสีม่วงดำออกมาอย่างน่าขนลุก
เหนือแท่นบูชาขึ้นไป คือรอยร้าวแห่งมิติที่เปิดกว้างอย่างสมบูรณ์ และจากรอยร้าวแห่งนั้น สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ก็ปรากฏขึ้น ดวงจันทร์สองดวงโคจรมาบดบังดวงอาทิตย์อย่างสมบูรณ์ ทำให้โลกตกอยู่ในความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัว
และจากความมืดมิดนั้น ราชาปีศาจมาลากอร์ก็ค่อยๆ ปรากฏกายขึ้น มันเป็นร่างเงาสีดำขนาดมหึมาที่มีดวงตาแดงก่ำราวกับเพลิงนรก รัศมีแห่งความชั่วร้ายแผ่ออกมาจากตัวมันอย่างมหาศาล ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวดูมืดมิดและสิ้นหวัง
“เจ้ามาแล้ว... ผู้สืบทอดแห่งสุริยันจันทรา” เสียงของมาลากอร์ดังก้องไปทั่วดินแดนสนธยา มันเป็นเสียงที่เย็นชาและเต็มไปด้วยความชั่วร้าย “แต่เจ้าไม่มีทางหยุดข้าได้หรอก โลกใบนี้จะต้องตกเป็นของข้า!”
เอลาริสยกคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองและสีเงินจากคทาส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด เธอรู้ว่าการต่อสู้ครั้งสุดท้ายได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และเธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก