คทาสุริยัน

ตอนที่ 60 — วิหารแห่งแสงที่หลับใหลและการทดสอบแรก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,053 คำ

รุ่งอรุณมาเยือนป่าเงามรณะพร้อมกับไอหมอกหนาทึบที่ปกคลุมทุกสิ่งให้แลดูเลือนรางราวกับภาพฝัน หลังจากคืนที่ต้องเผชิญหน้ากับหมาป่าเงาอันดุร้าย เอลาริสและสหายได้พักผ่อนเพียงเล็กน้อย แต่ความมุ่งมั่นยังคงเต็มเปี่ยม พวกเขาตัดสินใจเดินทางต่อทันที เพื่อไม่ให้เสียเวลาอันมีค่า

"ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก" เอลาริสกล่าว พลางสำรวจมือของตัวเอง ‌ดวงตาจับจ้องไปยังร่องรอยของพลังเวทที่ยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ ความเหนื่อยล้าทางกายยังคงอยู่ แต่จิตใจของเธอกลับสงบและเข้มแข็งกว่าเมื่อคืน พลังที่เธอใช้ไปกับการทำลายหมาป่าเงาดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้เธออ่อนแอลง แต่มันกลับทำให้เธอเข้าใจถึงแก่นแท้ของพลังในตัวเธอได้มากขึ้น พลังที่ผสานสองขั้วเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล

"นั่นเป็นสัญญาณที่ดี" ไลราตอบ พลางเก็บสมุนไพรหายากบางชนิดที่พบระหว่างทาง ​"พลังแห่งสุริยันจันทราที่แท้จริงไม่เพียงแค่ทำลาย แต่ยังช่วยฟื้นฟูและปรับสมดุล พลังของเจ้ากำลังเริ่มตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์"

เซรอสนำทางอย่างระมัดระวัง เขาใช้ดาบแหวกพงหญ้าและเถาวัลย์ที่รกทึบ เฟรย์ยังคงทำหน้าที่เป็นหน่วยสอดแนม คอยปีนป่ายต้นไม้สูงเพื่อมองหาเส้นทางและตรวจจับอันตรายจากเบื้องบน

ป่าเงามรณะยังคงเต็มไปด้วยปริศนาและความลึกลับ ต้นไม้แต่ละต้นดูราวกับมีชีวิต มีดวงตาที่จ้องมองมาจากลำต้นที่บิดเบี้ยว ‍ดอกไม้แปลกประหลาดส่งกลิ่นหอมเย้ายวนปนพิษ และเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังแว่วมาตามสายลม ราวกับจะเชื้อเชิญให้หลงทาง

แต่แล้ว ในช่วงบ่ายของวันนั้น เมื่อแสงแดดอ่อนๆ เริ่มส่องลอดผ่านม่านเมฆและกิ่งก้านสาขาลงมายังผืนป่า พวกเขาก็ได้พบกับสิ่งที่ดูราวกับไม่น่าจะเป็นไปได้ท่ามกลางป่าทึบแห่งนี้

เบื้องหน้าของพวกเขา คือซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างโบราณที่ทำจากหินอ่อนสีขาวนวล ‌ซึ่งบัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์และมอสเขียวครึ้ม แต่ยังคงเผยให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และสง่างามในอดีต ผนังหินอ่อนที่แตกร้าวมีสลักลวดลายเทพีแห่งสุริยันและจันทราอย่างวิจิตรบรรจง แสงแดดที่สาดส่องลงมาทำให้ซากวิหารนั้นเปล่งประกายเรืองรองอย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับเป็นแสงสุดท้ายที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในโลกที่กำลังจะมืดมิด

"วิหารแห่งแสงที่หลับใหล" ไลราอุทานด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของเธอเป็นประกาย "ในที่สุดเราก็มาถึง"

แต่เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปใกล้ ‍ซากวิหารนั้นก็เผยให้เห็นถึงความเสียหายที่รุนแรง ประตูทางเข้าขนาดใหญ่ที่ทำจากหินแกะสลักรูปดวงตะวันและดวงจันทร์ถูกพังทลายลง ก้อนหินขนาดใหญ่กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ราวกับเพิ่งผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่มาหมาดๆ

"ดูเหมือนว่าจะมีคนมาถึงที่นี่ก่อนเรา" เฟรย์กล่าว น้ำเสียงของเขาบ่งบอกถึงความระแวดระวังที่เพิ่มขึ้น

เซรอสชักดาบออกอีกครั้ง "เตรียมพร้อมไว้ ไม่ว่าใครจะอยู่ที่นี่ ​พวกมันก็คงไม่ใช่พวกพ้องของเรา"

พวกเขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปในวิหาร ภายในมืดมิดและเย็นยะเยือก กลิ่นอับชื้นของดินและหินปูนปะปนกับกลิ่นอายของพลังงานเวทมนตร์เก่าแก่ที่ยังคงอบอวลอยู่ แสงแดดส่องลอดลงมาจากช่องโหว่บนหลังคาที่พังทลาย สร้างลำแสงสว่างที่ส่องลงมายังแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องโถง

บนแท่นบูชานั้น มีแท่นหินอ่อนทรงกลมที่เคยประดับด้วยสิ่งมีค่า แต่บัดนี้กลับว่างเปล่า ​มีเพียงร่องรอยของการถูกทำลายและร่องรอยของการงัดแงะ

"คริสตัลดารา..." ไลราพึมพำด้วยความผิดหวัง "มันหายไปแล้ว"

หัวใจของเอลาริสเต้นรัวด้วยความกังวล พวกเขาเดินทางมาไกลแสนไกล เผชิญหน้ากับอันตรายมากมาย เพียงเพื่อจะพบว่าสิ่งที่พวกเขาตามหากลับถูกช่วงชิงไปแล้ว

"ใครกันที่กล้ามาที่นี่?" เซรอสคำรามอย่างโกรธเคือง "พวกสมุนของมาลากอร์แน่ๆ!"

ในขณะที่พวกเขากำลังสำรวจความเสียหายและร่องรอยที่ทิ้งไว้ ​ทันใดนั้น พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ผนังวิหารที่แตกร้าวเริ่มร้าวเพิ่มขึ้น และฝุ่นผงจำนวนมากร่วงหล่นลงมาจากเพดาน

"ระวัง!" เฟรย์ตะโกนเตือน

จากเงามืดที่ซ่อนอยู่หลังซากเสาหินขนาดใหญ่ ร่างกายักษ์สูงกว่าสามเมตรก็ก้าวออกมา มันคือ "ผู้พิทักษ์ศิลา" โกเลมที่สร้างขึ้นจากหินและแร่ธาตุโบราณ ดวงตาของมันเรืองรองด้วยแสงสีแดงฉานบ่งบอกถึงพลังงานมืดที่เข้าครอบงำ

"มันคือผู้พิทักษ์ของวิหาร" ไลรากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "แต่ดูเหมือนว่ามันจะถูกควบคุมโดยพลังงานมืด!"

ผู้พิทักษ์ศิลาพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว แขนขนาดใหญ่ของมันกวาดไปมาอย่างบ้าคลั่ง เซรอสใช้ดาบป้องกันอย่างสุดกำลัง แต่แรงปะทะของโกเลมนั้นมหาศาลจนทำให้เขาถอยหลังไปหลายก้าว

"เวทมนตร์โจมตีมันไม่ได้โดยตรง!" ไลราตะโกนบอก "มันถูกสร้างมาเพื่อต้านทานเวทมนตร์! ต้องโจมตีจุดอ่อนของมัน!"

เอลาริสพยายามมองหาจุดอ่อนของผู้พิทักษ์ศิลา แต่ร่างกายที่ทำจากหินของมันดูแข็งแกร่งไร้เทียมทาน ผู้พิทักษ์ศิลาเหวี่ยงหมัดหินเข้าใส่เซรอสอีกครั้ง แต่เฟรย์ก็ยิงธนูเวทมนตร์เข้าที่ดวงตาของมันอย่างรวดเร็ว ทำให้โกเลมเซถอยไปชั่วขณะ

"จุดอ่อนของมันน่าจะเป็นแกนพลังงานที่อยู่ภายใน!" ไลรากล่าว "แต่เราต้องเปิดเกราะของมันก่อน!"

"ข้าจะถ่วงเวลาให้พวกเจ้า!" เซรอสคำราม เขาพุ่งเข้าใส่ผู้พิทักษ์ศิลาอย่างกล้าหาญ ดาบของเขาสร้างประกายไฟเมื่อกระทบกับผิวหินของโกเลม แต่ไม่อาจสร้างบาดแผลร้ายแรงได้

เอลาริสรู้ว่าเธอต้องใช้พลังที่เธอเพิ่งค้นพบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอต้องควบคุมมันให้ดียิ่งขึ้น เธอหลับตาลง สูดลมหายใจลึกๆ และรวบรวมพลังแห่งสุริยันจันทราเข้าไว้ในฝ่ามือ แสงสีม่วงขาวเริ่มเปล่งประกายออกมาอย่างมั่นคงและควบคุมได้ดีขึ้นกว่าเดิม

"ไลรา! เฟรย์! ช่วยข้า!" เธอตะโกน

ไลราเริ่มร่ายเวทมนตร์เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพลังของเอลาริส ในขณะที่เฟรย์ยิงธนูเข้าที่ข้อต่อของโกเลม พยายามทำให้มันเคลื่อนไหวช้าลง

เอลาริสพุ่งเข้าหาผู้พิทักษ์ศิลา เธอใช้ความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้นจากการฝึกฝนหลบหลีกการโจมตีอันดุดันของมัน เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานที่หมุนวนอยู่ในร่างกาย พลังที่ตอบสนองต่อเจตจำนงของเธอ

"เปิดออก!" เอลาริสตะโกน เธอใช้มือทั้งสองข้างปล่อยลำแสงสีม่วงขาวเข้าใส่หน้าอกของผู้พิทักษ์ศิลาอย่างจัง พลังแห่งสุริยันจันทราที่ผสานความมืดและแสงเข้าไว้ด้วยกัน สร้างแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงเกินกว่าที่หินจะต้านทานได้

ผิวหินบริเวณหน้าอกของผู้พิทักษ์ศิลาเริ่มแตกร้าว เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ที่เผยให้เห็นถึงแกนพลังงานที่เรืองแสงสีแดงฉานอยู่ภายใน

"นั่นแหละ!" ไลราตะโกน "โจมตีมัน!"

เซรอสไม่รอช้า เขาใช้จังหวะที่ผู้พิทักษ์ศิลากำลังสั่นคลอน พุ่งเข้าใส่และแทงดาบคู่ใจเข้าใส่แกนพลังงานนั้นอย่างสุดแรง เกิดระเบิดแสงสีแดงฉานพร้อมกับเสียงโหยหวนของผู้พิทักษ์ศิลา ก่อนที่ร่างของมันจะแตกสลายกลายเป็นก้อนหินและฝุ่นผงกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ

ความเงียบกลับมาเยือนวิหารอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นความเงียบที่มาพร้อมกับความโล่งใจ

เอลาริสหอบหายใจอย่างหนัก แต่ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความพึงพอใจ เธอสามารถควบคุมพลังของเธอได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก และมันก็แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันน่าทึ่ง

"ยอดเยี่ยมมาก เอลาริส!" เซรอสกล่าว พลางเก็บดาบเข้าฝัก "พลังของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นมาก"

"ใช่แล้ว" ไลราเสริม "แต่เรายังคงมีปัญหาใหญ่กว่าเดิม คริสตัลดาราหายไปแล้ว และเราไม่รู้ว่าใครเอาไป"

เอลาริสเดินตรงไปยังแท่นบูชาที่ว่างเปล่า เธอสัมผัสแท่นหินอ่อนที่เย็นเฉียบ พลังเวทที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากคริสตัลดาราที่เคยประทับอยู่บนนั้นยังคงอบอวลอยู่จางๆ

"ไม่ว่าใครจะเอาไป พวกมันต้องทิ้งร่องรอยไว้บ้าง" เอลาริสกล่าวด้วยความมุ่งมั่น "เราจะตามหามันให้เจอ"

เฟรย์เดินสำรวจรอบๆ บริเวณแท่นบูชาอย่างเงียบๆ ดวงตาของเขาคมกริบราวกับเหยี่ยว เขาใช้เวลาเพียงครู่เดียว ก่อนที่จะชี้ไปยังรอยเท้าเล็กๆ ที่ประทับอยู่บนพื้นฝุ่นผง

"รอยเท้าเหล่านี้..." เฟรย์กล่าว "มันไม่ใช่รอยเท้าของปีศาจ แต่เป็นรอยเท้าของมนุษย์ หรือเผ่าพันธุ์เอลฟ์ที่ว่องไว" เขาก้มลงหยิบเศษผ้าสีดำที่ขาดวิ่นตกอยู่บนพื้น "และนี่... เป็นตราสัญลักษณ์ของ 'กลุ่มเงาเร้น' กลุ่มหัวขโมยและนักลอบสังหารที่ทำงานให้กับผู้ที่จ่ายค่าตอบแทนสูงสุด"

เอลาริสขมวดคิ้ว "กลุ่มเงาเร้น? ทำไมพวกเขาถึงมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้?"

"เป็นไปได้ว่ามาลากอร์จ้างวานพวกเขา" ไลราตอบ "หรืออาจจะมีใครบางคนอยู่เบื้องหลังอีกที การช่วงชิงคริสตัลดาราไปได้ก่อนเราถึงที่นี่ แสดงว่าพวกมันรู้ความเคลื่อนไหวของเรา"

ความจริงข้อนี้ทำให้หัวใจของเอลาริสเย็นยะเยือก หากมีใครบางคนคอยจับตาดูพวกเขาอยู่ตลอดเวลา การเดินทางของพวกเขาก็จะยิ่งอันตรายและยากลำบากมากขึ้นไปอีก

"ไม่ว่าใครจะอยู่เบื้องหลัง" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "เราจะตามคริสตัลดาราคืนมาให้ได้ นี่คือพันธสัญญาของเรา และข้าจะไม่มีวันยอมแพ้"

สหายทั้งสามมองหน้ากัน พวกเขารับรู้ถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของหญิงสาวตรงหน้า ซึ่งบัดนี้ไม่ใช่เพียงแค่เด็กสาวกำพร้าผู้ไร้เดียงสาอีกต่อไป แต่เป็นทายาทแห่งราชวงศ์โบราณผู้กำลังตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่รออยู่เบื้องหน้า ไม่ว่ามันจะอันตรายเพียงใดก็ตาม.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!