โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 1,060 คำ
การค้นพบว่าคริสตัลดาราถูกช่วงชิงไปโดยฝีมือของ 'กลุ่มเงาเร้น' ทำให้เอลาริสและสหายต้องปรับเปลี่ยนแผนการทันที แทนที่จะมุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไป พวกเขาต้องออกติดตามรอยเท้าของกลุ่มหัวขโมยผู้ลึกลับนี้ ความหวังที่จะรวบรวมกุญแจสำคัญของคทาสุริยันจันทราดูเหมือนจะถูกบดบังด้วยเมฆหมอกแห่งความไม่แน่นอนอีกครั้ง
เฟรย์ ผู้เชี่ยวชาญการสะกดรอย ได้นำทางพวกเขาออกจากป่าเงามรณะ ร่องรอยของกลุ่มเงาเร้นนั้นละเอียดอ่อนและพรางตัวได้เก่งกาจ แต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาอันเฉียบคมของเขาได้ พวกเขามุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทิศทางที่เฟรย์คาดว่ากลุ่มเงาเร้นจะใช้เพื่อหลบหนีไปยังฐานที่มั่นของตน
การเดินทางผ่านทุ่งหญ้ากว้างและเนินเขาเตี้ยๆ กินเวลาเกือบสามวัน ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงบริเวณชายขอบของ "อาณาจักรเอลเดอร์ริน" นครโบราณที่เคยรุ่งเรืองด้วยเวทมนตร์ แต่บัดนี้กลับทรุดโทรมลงไปมาก เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านเหมืองแร่และอุโมงค์ใต้ดินที่ซับซ้อน ซึ่งมักเป็นแหล่งกบดานของอาชญากรและกลุ่มนอกกฎหมาย
"ร่องรอยมาหยุดอยู่ตรงนี้" เฟรย์กล่าว พลางชี้ไปที่ทางเข้าอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ มันเป็นทางเข้าที่ถูกพรางไว้อย่างแนบเนียน จนแทบจะกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม
"นี่คือทางเข้าสู่ 'เมืองใต้ดินโครนัส'" ไลราอธิบาย "เป็นเขาวงกตขนาดใหญ่ที่ขุดลึกลงไปใต้ดิน มีทางเชื่อมต่อกันนับร้อยนับพัน พวกกลุ่มเงาเร้นมักจะใช้ที่นี่เป็นที่หลบซ่อนและรวบรวมข้อมูล"
เซรอสชักดาบออก "ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องลงไปข้างล่าง" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เขารู้ดีว่าการเข้าไปในเมืองใต้ดินที่เต็มไปด้วยอันตรายและกับดักนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากอุโมงค์ มันไม่ใช่ความเย็นตามธรรมชาติ แต่เป็นความเย็นที่เกิดจากพลังงานมืดบางอย่างที่แฝงตัวอยู่ภายใน ราวกับว่าเมืองใต้ดินแห่งนี้กำลังรอคอยพวกเขาอยู่แล้ว
เมื่อก้าวเข้าสู่เมืองใต้ดินโครนัส ความมืดมิดก็เข้าปกคลุมทุกสิ่ง แสงจากคบไฟของเซรอสและลูกแก้วเวทมนตร์ของไลราแทบจะไร้ความหมายในเขาวงกตแห่งนี้ ผนังถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยรูปร่างประหลาด และเสียงหยดน้ำที่ตกลงมาจากเพดานดังเป็นจังหวะชวนขนลุก
"ระวังกับดัก" เฟรย์เตือน เขาใช้มีดสั้นตรวจสอบพื้นและผนังอย่างละเอียด
การเดินทางในเมืองใต้ดินนั้นยากลำบากกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก ทางเดินแคบและคดเคี้ยวสลับซับซ้อนราวกับเขาวงกตที่ไม่มีที่สิ้นสุด พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดใต้ดินที่อาศัยอยู่ในความมืด เช่น แมงมุมยักษ์ตาบอด และหนอนเรืองแสงมีพิษ แต่ด้วยความร่วมมือของสหายทั้งสี่ พวกเขาก็สามารถเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้นมาได้
ในที่สุด หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง พวกเขาก็ได้ยินเสียงผู้คนดังแว่วมา เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะที่ดังมาจากเบื้องหน้า
"เราใกล้ถึงแล้ว" เฟรย์กระซิบ "ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานของมนุษย์จำนวนมาก"
พวกเขาค่อยๆ เดินไปตามทางเดินที่นำไปสู่ห้องโถงขนาดใหญ่ ภายในห้องโถงนั้นเต็มไปด้วยกลุ่มคนในชุดคลุมสีดำสนิท มีตราสัญลักษณ์รูปเงาของกริชไขว้กันประดับอยู่บนหน้าอก พวกเขาคือกลุ่มเงาเร้นที่กำลังนั่งดื่มกินและพูดคุยกันอย่างเอิกเกริก
และบนแท่นหินที่ตั้งอยู่กลางห้องโถง เอลาริสก็เห็นสิ่งที่เธอตามหา 'คริสตัลดารา' กำลังเปล่งประกายสีน้ำเงินเข้มอย่างงดงาม แสงของมันส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดของห้องโถง
"คริสตัลดารา!" เอลาริสอุทานด้วยความตื่นเต้น
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะก้าวเข้าไป กลุ่มเงาเร้นก็สังเกตเห็นการปรากฏตัวของพวกเขาเสียก่อน หัวหน้ากลุ่มเงาเร้น ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมที่ดูแตกต่างจากคนอื่น หันมามองพวกเขาด้วยดวงตาที่คมกริบราวกับใบมีด
"แขกไม่ได้รับเชิญรึนี่" หัวหน้ากลุ่มเงาเร้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ข้าไม่คิดว่าจะมีใครกล้าบุกรุกเข้ามาในรังของพวกเราได้ถึงขนาดนี้"
เซรอสก้าวออกไปข้างหน้า "เราไม่ได้มาเพื่อสร้างปัญหา แต่เรามาเพื่อเอาสิ่งที่พวกเจ้าขโมยไปคืน"
หัวหน้ากลุ่มเงาเร้นหัวเราะเยาะ "ขโมย? พวกเจ้าคงไม่รู้สินะว่าของสิ่งนี้มีค่าเพียงใด และใครคือผู้ที่จ่ายเงินให้พวกเรามานำมันมาที่นี่"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นก็ดังมาจากทางเดินอีกด้านหนึ่ง และร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬก็ปรากฏตัวขึ้น มันคือ "นายพลดาร์คอน" หนึ่งในขุนพลปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดของมาลากอร์ ใบหน้าของเขาดุดันและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ดวงตาแดงฉานจ้องมองเอลาริสด้วยความอาฆาตแค้น
"ดาร์คอน!" ไลราอุทานด้วยความตกใจ "มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!"
"เจ้าทายาทแห่งสุริยันจันทรา" ดาร์คอนกล่าวด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำและน่าสะพรึงกลัว "ในที่สุดข้าก็เจอเจ้าเสียที มาลากอร์กำลังรอคอยพลังของเจ้าอยู่"
สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว กลุ่มเงาเร้นที่เคยเป็นศัตรูดูเหมือนจะเป็นเพียงเบี้ยหมากในกระดานของมาลากอร์ และศัตรูที่แท้จริงก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าแล้ว
"เตรียมตัวให้พร้อม!" เซรอสคำราม เขาพุ่งเข้าใส่ดาร์คอนโดยไม่ลังเล ดาบของเขาส่องประกายวับในความมืด แต่ดาร์คอนก็ใช้ขวานยักษ์ที่ถืออยู่ในมือปัดป้องได้อย่างง่ายดาย
การต่อสู้เริ่มขึ้น กลุ่มเงาเร้นพุ่งเข้าใส่สหายทั้งสามจากทุกทิศทาง เฟรย์ยิงธนูสกัดกั้นการโจมตีของพวกมัน ไลราร่ายเวทป้องกันและเวทโจมตีสลับกันไปอย่างรวดเร็ว
เอลาริสพยายามรวบรวมพลังเวท เธอรู้ว่าเธอต้องเข้าถึงคริสตัลดาราให้ได้ แต่นายพลดาร์คอนเป็นอุปสรรคที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอจะผ่านไปได้ง่ายๆ
"เจ้าไม่มีทางได้คริสตัลดาราไปหรอก!" ดาร์คอนคำราม เขาเหวี่ยงขวานยักษ์เข้าใส่เซรอสอย่างรุนแรง ทำให้เซรอสกระเด็นถอยไปชนผนังถ้ำ
เอลาริสเห็นเพื่อนกำลังตกอยู่ในอันตราย เธอจึงตัดสินใจใช้พลังทั้งหมดที่มี เธอร่ายเวทมนตร์แห่งสุริยันจันทรา แสงสีม่วงขาวเริ่มเปล่งประกายออกมาจากตัวเธออย่างเจิดจ้า ราวกับดวงดาวที่กำลังระเบิด
"หยุดเดี๋ยวนี้!" เอลาริสตะโกน เธอปล่อยลำแสงพลังงานเข้าใส่ดาร์คอนอย่างรุนแรง
ดาร์คอนชะงักไปเล็กน้อย เขายกขวานขึ้นมาป้องกัน แต่พลังของเอลาริสนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ง่ายๆ แสงสีม่วงขาวปะทะเข้ากับขวานยักษ์ของเขา ทำให้เกิดประกายไฟและเสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องโถง
ดาร์คอนถูกผลักถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและความประหลาดใจ
"พลังนี้..." เขากล่าว "เจ้า... เจ้าคือทายาทแห่งสุริยันจันทราที่แท้จริง!"
ในขณะที่ดาร์คอนกำลังเสียหลัก ไลราก็ฉวยโอกาสร่ายเวทพันธนาการเข้าใส่เขา ทำให้ร่างของเขาถูกตรึงไว้ชั่วขณะ เฟรย์ใช้จังหวะนี้ยิงธนูเวทมนตร์เข้าที่ข้อต่อของเขา ทำให้ดาร์คอนส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด
เอลาริสไม่รอช้า เธอพุ่งตรงไปยังแท่นหินที่คริสตัลดาราตั้งอยู่ กลุ่มเงาเร้นพยายามเข้ามาขัดขวาง แต่เธอก็ใช้พลังเวทของเธอปัดเป่าพวกมันออกไป
เมื่อมือของเธอสัมผัสกับคริสตัลดารา พลังงานมหาศาลก็ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเธอ คริสตัลดาราเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แสงสีน้ำเงินเข้มส่องสว่างไปทั่วทั้งห้องโถง
"ไม่นะ! อย่าให้มันทำได้!" ดาร์คอนคำราม เขาพยายามดิ้นรนจากพันธนาการของไลรา
เอลาริสหลับตาลง เธอรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงกับคริสตัลดารา พลังแห่งดวงดาวที่หลับใหลอยู่ภายในคริสตัลเริ่มตื่นขึ้นและผสานรวมเข้ากับพลังแห่งสุริยันจันทราในตัวเธอ ทำให้เธอรู้สึกถึงความสมบูรณ์แบบที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน
เมื่อเธอเปิดตาขึ้น ดวงตาของเธอก็เปล่งประกายด้วยแสงสีทองและสีเงินผสมผสานกันอย่างงดงาม พลังเวทของเธอเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จนกระทั่งกลุ่มเงาเร้นและแม้แต่ดาร์คอนเองก็ยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว
"เราต้องถอย!" ดาร์คอนคำราม เขารู้ว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับพลังที่เหนือกว่าที่เขาเคยเจอมา เขาใช้พลังทั้งหมดที่มีสลัดหลุดจากพันธนาการของไลรา และพุ่งเข้าใส่เอลาริสด้วยความเร็วสูง
แต่เอลาริสไม่รอช้า เธอใช้พลังที่เธอเพิ่งได้รับมาใหม่ สร้างโล่พลังงานสีม่วงขาวที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่ขวานยักษ์ของดาร์คอนจะทำลายได้ ดาร์คอนกระเด็นถอยหลังไปอีกครั้ง ด้วยแรงปะทะที่รุนแรงกว่าเดิม
"หนีไปซะ!" ดาร์คอนตะโกนสั่งลูกน้องของเขา "ถอยทัพ!"
กลุ่มเงาเร้นไม่รอช้า พวกมันรีบหลบหนีออกจากห้องโถงอย่างรวดเร็ว ดาร์คอนจ้องมองเอลาริสด้วยความเคียดแค้น ก่อนที่เขาจะใช้พลังงานมืดสร้างม่านควันหนาทึบแล้วหายตัวไปในความมืดมิด
เอลาริสหอบหายใจอย่างหนัก แต่ในมือของเธอ คริสตัลดารากำลังเปล่งประกายอย่างงดงาม เธอรู้สึกถึงพลังที่สมบูรณ์แบบที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย พลังที่พร้อมจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มที่
"เราทำได้!" เซรอสกล่าวด้วยความโล่งใจ "เราได้คริสตัลดาราคืนมาแล้ว"
ไลราและเฟรย์พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม พวกเขารู้ว่าการได้คริสตัลดารามานั้นเป็นเพียงก้าวแรก และการเผชิญหน้ากับนายพลดาร์คอนก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่แท้จริง แต่ในวันนี้ พวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความหวังยังคงมีอยู่ และพลังแห่งสุริยันจันทรากำลังจะเปล่งประกายออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องโลกจากความมืดมิดที่กำลังจะมาถึง.

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก