โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 716 คำ
หลายเดือนผ่านไปนับตั้งแต่การผนึกราชาปีศาจมาลากอร์ โลกได้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง แสงแห่งความหวังได้สาดส่องไปทั่วทุกอาณาจักร ผู้คนต่างใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและปราศจากความหวาดกลัว เอลาริสและสหายของเธอกลับมายังอาณาจักรแอสการ์ด ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมมนุษย์ เพื่อเริ่มต้นบทบาทใหม่ของเธอในฐานะผู้พิทักษ์แห่งโลก
หลังจากเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ เอลาริสได้รับการยอมรับในฐานะทายาทที่แท้จริงของราชวงศ์สุริยันจันทรา ผู้ปกครองแห่งแสงและสมดุล เหล่าผู้นำของอาณาจักรต่างๆ ที่เคยหวาดกลัวและไม่เชื่อในพลังเวท ได้เห็นกับตาถึงอานุภาพของคทาสุริยันจันทราและพลังของเอลาริส ทำให้พวกเขาตระหนักถึงความสำคัญของการรวมพลังกันเพื่อปกป้องโลกใบนี้
ด้วยคำแนะนำของคาเรนและเอลาริส ได้มีการก่อตั้ง ‘สภาผู้พิทักษ์’ ขึ้นมา สภาแห่งนี้ประกอบด้วยตัวแทนจากทุกอาณาจักร รวมถึงจอมเวทผู้ทรงปัญญา นักรบผู้กล้าหาญ และผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์จากเผ่าพันธุ์ต่างๆ สภาผู้พิทักษ์มีหน้าที่หลักในการเฝ้าระวังภัยคุกคามจากความมืดมิดที่อาจจะกลับมาได้ทุกเมื่อ และรักษาสมดุลของพลังเวทในโลก
เอลาริสได้รับตำแหน่ง ‘ประธานสภาผู้พิทักษ์’ อย่างเป็นเอกฉันท์ ด้วยพลังอำนาจและความสามารถที่เธอแสดงให้เห็นในการต่อสู้กับมาลากอร์ แม้เธอจะยังอายุน้อย แต่ความมุ่งมั่นและจิตใจที่บริสุทธิ์ของเธอก็เป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคน คทาสุริยันจันทราซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในห้องนิรภัยใต้ปราสาทแอสการ์ด ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความรับผิดชอบของเธอ
ลีโอได้รับตำแหน่ง ‘หัวหน้าหน่วยองครักษ์’ ของสภาผู้พิทักษ์ เขามีหน้าที่ในการฝึกฝือและนำทัพนักรบผู้กล้าหาญเพื่อรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ความแข็งแกร่งและความจงรักภักดีของเขาเป็นที่ยอมรับของทุกคน
คาเรนได้รับตำแหน่ง ‘หัวหน้านักปราชญ์และผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์’ เธอมีหน้าที่ในการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับเวทมนตร์โบราณ ประวัติศาสตร์ของโลก และวิธีการรับมือกับภัยคุกคามใหม่ๆ ความรู้และความรอบรู้ของเธอเป็นสิ่งที่ประเมินค่ามิได้
เซเรฟเลือกที่จะยังคงเป็น ‘ผู้พิทักษ์แห่งพงไพร’ เขาเดินทางกลับไปยังพงไพรเอลดอเรียเพื่อเฝ้าระวังลูกแก้วที่ผนึกมาลากอร์ไว้ และเพื่อช่วยเอลดาราในการดูแลความสมดุลของธรรมชาติ แต่เขาก็ยังคงเป็นสมาชิกคนสำคัญของสภาผู้พิทักษ์ และจะมาสมทบเมื่อยามที่โลกต้องการเขา
เอลาริสใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมกับสมาชิกสภาผู้พิทักษ์ เธอเรียนรู้เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่อาณาจักรต่างๆ กำลังเผชิญหน้าอยู่ ตั้งแต่การฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากการบุกรุกของมาลากอร์ ไปจนถึงการจัดการกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์ และการเฝ้าระวังพลังเวทที่อาจจะถูกใช้ในทางที่ผิด
“เราต้องสร้างโลกที่ดีกว่าเดิม” เอลาริสกล่าวในการประชุมสภาครั้งหนึ่ง “โลกที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ เอลฟ์ หรือเผ่าพันธุ์อื่นๆ”
คำพูดของเอลาริสสร้างแรงบันดาลใจให้กับสมาชิกสภาทุกคน พวกเขารู้ว่าภารกิจของพวกเขายิ่งใหญ่กว่าแค่การปกป้องโลกจากปีศาจ แต่มันคือการสร้างอนาคตที่สดใสให้กับทุกชีวิต
นอกเหนือจากการประชุมและการบริหารงาน เอลาริสก็ยังคงฝึกฝนพลังเวทของเธออย่างต่อเนื่อง เธอรู้ว่าพลังของเธอจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่ไม่รู้จักที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต เธอใช้เวลาส่วนหนึ่งในการเดินทางไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงกับพลังของธรรมชาติ และเพื่อทำความเข้าใจในความหมายที่แท้จริงของการเป็นผู้พิทักษ์
วันหนึ่งขณะที่เอลาริสนั่งสมาธิอยู่บนยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ เธอรู้สึกถึงกระแสพลังงานบางอย่างที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่พลังงานของมาลากอร์ แต่มันเป็นพลังงานที่เย็นชาและลึกลับ ราวกับเป็นพลังงานที่มาจากส่วนลึกที่สุดของจักรวาล
เธอเปิดตาขึ้น มองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน ดวงดาวนับล้านส่องประกายอยู่เบื้องบน แต่มีดวงดาวดวงหนึ่งที่เปล่งแสงสีน้ำเงินเข้มออกมาอย่างน่าประหลาด ราวกับกำลังส่งสัญญาณบางอย่างมาถึงเธอ
“อะไรกันนี่...” เอลาริสพึมพำ
ทันใดนั้น เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเธอ “ผู้พิทักษ์... ภัยคุกคามใหม่กำลังคืบคลานเข้ามา... จากส่วนลึกของจักรวาล...”
เอลาริสรู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วสรรพางค์กาย เธอรู้ว่าโลกใบนี้ยังไม่ปลอดภัยอย่างแท้จริง การผนึกมาลากอร์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด ยังมีภัยคุกคามอีกมากมายที่รอคอยเธออยู่
เธอกลับมายังปราสาทแอสการ์ดในวันรุ่งขึ้น และเรียกประชุมสภาผู้พิทักษ์ทันที เธอเล่าเรื่องราวที่เธอได้ยินและสิ่งที่เธอรู้สึกให้ทุกคนฟัง
“ภัยคุกคามใหม่กำลังจะมาถึง” เอลาริสกล่าว “มันไม่ใช่มาลากอร์ แต่มันเป็นบางสิ่งที่มาจากส่วนลึกของจักรวาล”
สมาชิกสภาทุกคนต่างก็แสดงความกังวล พวกเขาคิดว่าหลังจากผนึกมาลากอร์ได้แล้ว โลกก็ควรจะสงบสุขไปอีกนาน
“เราต้องเตรียมพร้อม” ลีโอประกาศ “เราจะต้องฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม!”
“ข้าจะพยายามค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามนี้” คาเรนกล่าว “อาจจะมีบันทึกโบราณบางอย่างที่พูดถึงมัน”
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าภารกิจของเธอยังอีกยาวไกล และการเป็นผู้พิทักษ์แห่งโลกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน ด้วยสหายผู้กล้าหาญเคียงข้าง และพลังแห่งคทาสุริยันจันทราในมือ เธอเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะสามารถปกป้องโลกใบนี้จากภัยคุกคามใหม่ๆ ได้อย่างแน่นอน
ในอีกไม่กี่วันต่อมา ข่าวเกี่ยวกับภัยคุกคามใหม่ก็เริ่มแพร่สะพัดออกไป ผู้คนเริ่มรู้สึกถึงความกังวลอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขามีความหวัง พวกเขามีเอลาริสและสภาผู้พิทักษ์ที่จะคอยปกป้องพวกเขา
เอลาริสยืนอยู่บนระเบียงปราสาท มองไปยังดวงดาวสีน้ำเงินเข้มที่ยังคงเปล่งแสงอยู่บนท้องฟ้า เธอรู้ว่านี่คือสัญญาณ นี่คือบททดสอบใหม่ที่รอคอยเธออยู่ เธอจับคทาสุริยันจันทราไว้ในมือ และกล่าวกับตัวเองว่า “ข้าพร้อมแล้ว”
การเดินทางของเอลาริสในฐานะผู้พิทักษ์แห่งโลกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และบทบาทใหม่ของเธอในฐานะประธานสภาผู้พิทักษ์ก็จะเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก