นับตั้งแต่เอลาริสสัมผัสได้ถึงพลังงานลึกลับจากห้วงอวกาศและความกังวลเรื่องภัยคุกคามใหม่ สภาผู้พิทักษ์ก็ทำงานอย่างแข็งขัน คาเรนจมดิ่งอยู่กับตำราโบราณนับพันปีในห้องสมุดหลวงของแอสการ์ด ลีโอเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกฝนหน่วยองครักษ์ และเอลาริสก็ยังคงเฝ้าระวังพลังงานที่แผ่ออกมาจากดวงดาวสีน้ำเงินเข้มดวงนั้น ซึ่งบัดนี้เริ่มมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา คาเรนก็ปรากฏตัวขึ้นในการประชุมสภาผู้พิทักษ์ด้วยใบหน้าซีดเผือดและดวงตาที่อ่อนล้าจากการอดนอน “ข้าพบแล้ว” เธอพึมพำ น้ำเสียงของเธอแหบพร่า “ข้าพบคำทำนายโบราณที่พูดถึงภัยคุกคามนี้”
สมาชิกสภาทุกคนต่างเงียบกริบ จ้องมองไปที่คาเรนด้วยความคาดหวัง เอลาริสรู้สึกถึงความหนักอึ้งในอก เธอรู้ว่าสิ่งที่คาเรนกำลังจะพูดคงจะไม่ใช่ข่าวดี
“ในตำรา ‘คัมภีร์แห่งดาราจักร’ ซึ่งเป็นตำราที่เก่าแก่ที่สุดของราชวงศ์สุริยันจันทรา” คาเรนเริ่มอธิบาย “มีคำทำนายที่พูดถึงช่วงเวลาหลังจากที่ราชาปีศาจถูกผนึกไว้ มันกล่าวว่า...”
คาเรนเปิดม้วนกระดาษโบราณออก อ่านด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “...เมื่อจันทร์คู่ดับแสง สุริยันหลับใหล ปีศาจกลับคืนสู่เงามืด โลกจะผลิบานด้วยความหวังอันเปราะบาง แต่แล้วดาราจักรอันไกลโพ้น จักส่งเงาแห่งความมืดมิดที่ยิ่งใหญ่กว่ามากลืนกิน แสงแห่งชีวิตจะถูกดูดกลืน จิตวิญญาณจะถูกช่วงชิง ดาราแห่งความมืด จักเปิดประตูสู่หายนะอันเป็นนิรันดร์”
เมื่อคาเรนอ่านจบ ห้องประชุมก็ตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนต่างก็รู้สึกถึงความหวาดหวั่นที่เข้ามาแทนที่ความหวังที่เคยมี
“ดาราแห่งความมืด...” เอลาริสพึมพำ เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของห้องประชุม ดวงดาวสีน้ำเงินเข้มดวงนั้นยังคงส่องแสงอย่างน่าขนลุก
“มันคือ ‘เนโคร่า’ (Necrora) ดาราแห่งความมืด” คาเรนอธิบาย “ตำนานกล่าวว่ามันคือดาวเคราะห์ที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังงานแห่งความตายและสุญญากาศ มันเดินทางข้ามห้วงอวกาศเพื่อดูดกลืนพลังงานชีวิตของดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ”
“แล้วเราจะหยุดมันได้อย่างไร?” ลีโอถาม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ
“คำทำนายกล่าวว่า” คาเรนกล่าวต่อ “...มีเพียงผู้ถือครองคทาสุริยันจันทรา ผู้มีจิตใจบริสุทธิ์และพลังแห่งแสงสว่างที่แท้จริงเท่านั้น ที่จะสามารถเปิดประตูสู่ ‘มิติแห่งแสงนิรันดร์’ เพื่อขับไล่ดาราแห่งความมืดให้กลับคืนสู่ความว่างเปล่า”
“มิติแห่งแสงนิรันดร์?” เอลาริสทวนคำ เธอรู้สึกถึงความสับสน
“มันคือมิติที่ตรงกันข้ามกับมิติแห่งความมืดมิด” คาเรนอธิบาย “เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังงานแสงบริสุทธิ์ที่ไม่มีวันดับสลาย หากเราสามารถเปิดประตูสู่มิตินั้นและเชื่อมต่อพลังงานของมันเข้ากับคทาสุริยันจันทราได้ เราก็จะสามารถขับไล่เนโคร่ากลับคืนสู่ห้วงอวกาศได้”
“แล้วเราจะเปิดประตูสู่มิติแห่งแสงนิรันดร์ได้อย่างไร?” เอลาริสถาม
“คำทำนายไม่ได้บอกรายละเอียดทั้งหมด” คาเรนกล่าว “มันบอกเพียงแค่ว่า ‘ต้องค้นหา ‘ผลึกแห่งแสงแรก’ ที่ซ่อนอยู่ในใจกลางของ ‘วิหารแห่งแสง’ ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษของเจ้า’ ”
“วิหารแห่งแสง...” เอลาริสพึมพำ เธอรู้สึกถึงความคุ้นเคยกับชื่อนั้น ราวกับเคยได้ยินมาก่อน
“วิหารแห่งแสงคือสถานที่ที่บรรพบุรุษของเจ้าใช้ในการฝึกฝนพลังเวท และเป็นที่ที่พวกเขาเก็บรวบรวมภูมิปัญญาเกี่ยวกับแสงบริสุทธิ์เอาไว้” คาเรนกล่าว “แต่ที่ตั้งของมันได้สูญหายไปนานแล้ว”
“เราต้องหามันให้เจอ!” ลีโอประกาศ “ไม่ว่ามันจะอยู่ที่ไหนก็ตาม!”
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าภารกิจครั้งนี้ยิ่งใหญ่และอันตรายกว่าการต่อสู้กับมาลากอร์หลายเท่า แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น โลกใบนี้ต้องพึ่งพาเธออีกครั้ง
“ข้าจะไปเอง” เอลาริสกล่าว “ข้าจะไปหาวิหารแห่งแสงและผลึกแห่งแสงแรก”
“เราจะไปกับเจ้าด้วยเอลาริส” ลีโอประกาศ “เราคือสหายของเจ้า และเราจะสู้เคียงข้างเจ้าเสมอ”
คาเรนพยักหน้าเห็นด้วย “ข้าจะค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อช่วยนำทางพวกเจ้า”
เอลาริสรู้สึกอบอุ่นในหัวใจเมื่อเห็นความมุ่งมั่นของสหายของเธอ เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียวในการต่อสู้ครั้งนี้
ในวันรุ่งขึ้น เอลาริสและลีโอออกเดินทางอีกครั้ง โดยมีคำทำนายของคาเรนเป็นเครื่องนำทาง พวกเขามุ่งหน้าไปยังทิศที่ดวงดาวสีน้ำเงินเข้มส่องแสงเจิดจ้าที่สุด ราวกับเป็นเข็มทิศที่ชี้บอกทางให้พวกเขา
ระหว่างการเดินทาง เอลาริสก็ยังคงฝึกฝนพลังเวทของเธออย่างต่อเนื่อง เธอพยายามทำความเข้าใจพลังแห่งแสงบริสุทธิ์ที่คทาสุริยันจันทราสามารถดึงมาใช้ได้ เธอรู้ว่าการต่อสู้กับเนโคร่าจะต้องใช้พลังที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เธอเคยมีมา
ลางร้ายจากห้วงอวกาศยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ดวงดาวสีน้ำเงินเข้มบนท้องฟ้าเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้โลกมากขึ้นทุกที ผู้คนต่างก็รู้สึกถึงความวิตกกังวลอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขามีความหวัง พวกเขามีเอลาริสและสภาผู้พิทักษ์ที่จะคอยปกป้องพวกเขา
“เราจะหามันเจอเอลาริส” ลีโอเอ่ยขึ้นในวันหนึ่งขณะที่พวกเขากำลังพักผ่อนอยู่กลางป่า “เราจะหาวิหารแห่งแสงให้ได้”
เอลาริสพยักหน้า เธอจับคทาสุริยันจันทราไว้แน่นในมือ ดวงตาของเธอฉายแววความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน เธอรู้ว่านี่คือภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอ และเธอจะไม่มีวันยอมแพ้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก