การเดินทางสู่ภูเขาไฟแห่งเปลวเพลิงเริ่มต้นขึ้นด้วยความท้าทายที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากป่าเงามรณะที่เย็นยะเยือกและเมืองใต้ดินที่อับชื้น บัดนี้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความร้อนระอุที่แผดเผาและกลิ่นกำมะถันที่ฉุนกึก อากาศรอบกายร้อนอบอ้าวราวกับเตาหลอม พื้นดินเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มและดำคล้ำจากลาวาที่ไหลผ่านมานานแล้ว ไอน้ำร้อนพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นโลก และเสียงคำรามครืนๆ ของภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นดังขึ้นเป็นระยะ ราวกับลมหายใจของมังกรยักษ์
"ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ในโลกของเรา" เฟรย์กล่าวขณะที่เขาต้องใช้ผ้าพันคอคลุมใบหน้าเพื่อป้องกันฝุ่นควันและกลิ่นฉุน
ไลราร่ายเวทป้องกันความร้อนให้กับทุกคน แต่เธอก็ยังรู้สึกได้ถึงความร้อนที่ทะลุผ่านเข้ามา "พลังแห่งอัคคีที่นี่รุนแรงมาก และดูเหมือนว่ามันจะตอบสนองต่อพลังงานเวทมนตร์"
เอลาริสรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผดเผาเข้าสู่ร่างกาย พลังแห่งสุริยันในตัวเธอเริ่มตื่นตัวอย่างรุนแรง ราวกับถูกกระตุ้นด้วยแหล่งกำเนิดพลังงานเดียวกัน คริสตัลดาราในกระเป๋าของเธอกำลังสั่นสะเทือนเบาๆ บ่งบอกถึงการเข้าใกล้ 'แก่นแห่งอัคคี'
"เราต้องระวังให้มาก" เซรอสเตือน เขาต้องใช้ดาบคู่ใจฟันต้นไม้ที่ไหม้เกรียมและหินภูเขาไฟที่ขวางทาง "สัตว์ประหลาดที่อาศัยอยู่ในที่แบบนี้ย่อมไม่ธรรมดา"
ไม่นานนัก พวกเขาก็ได้เผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดแห่งเปลวเพลิงตัวแรก มันคือ "โกเลมลาวา" ร่างกายของมันทำจากหินลาวาที่ยังคุกรุ่น ดวงตาแดงฉาน และทุกการเคลื่อนไหวของมันจะทิ้งรอยไหม้ไว้บนพื้นดิน
เซรอสพุ่งเข้าใส่โกเลมลาวาอย่างกล้าหาญ ดาบของเขาสร้างประกายไฟเมื่อกระทบกับหินร้อนของมัน แต่ก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงได้ โกเลมลาวาเหวี่ยงหมัดเข้าใส่เซรอส แต่เฟรย์ก็ยิงธนูแช่แข็งเข้าที่แขนของมัน ทำให้การเคลื่อนไหวของมันช้าลงชั่วขณะ
"เอลาริส! พลังแห่งจันทรา!" ไลราตะโกนบอก "พลังน้ำแข็งจะสามารถทำลายมันได้!"
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าเธอต้องรักษาสมดุลของพลังงานในตัวเธอ เธอรวบรวมพลังแห่งจันทราเข้าไว้ในฝ่ามือ ความเย็นเยือกเริ่มแผ่ออกมาจากตัวเธอ ปะทะกับความร้อนระอุของภูเขาไฟ
"ยะเยือก!" เอลาริสตะโกน เธอปล่อยลำแสงสีเงินยวงพุ่งเข้าใส่โกเลมลาวาอย่างจัง แสงสีเงินปะทะเข้ากับหินลาวา ทำให้เกิดเสียง "ซู่!" และไอน้ำจำนวนมากพวยพุ่งขึ้นมา โกเลมลาวาเริ่มแข็งตัวและแตกร้าว ก่อนที่จะแตกสลายกลายเป็นเศษหินและลาวาที่เย็นตัวลง
"ยอดเยี่ยม!" ไลรากล่าวด้วยความโล่งใจ "เจ้าควบคุมพลังได้ดีขึ้นมาก"
แต่การเดินทางยังอีกยาวไกล พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดไฟอีกหลายชนิด ทั้ง "งูไฟ" ที่เลื้อยไปมาตามรอยแยกของพื้นดิน และ "วิหคเพลิง" ที่บินวนอยู่เหนือหัว แต่ด้วยความร่วมมือของสหายทั้งสี่ พวกเขาก็สามารถผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านั้นมาได้
ในที่สุด หลังจากผ่านไปสองวันของการเดินทางที่แสนทรมาน พวกเขาก็มาถึงเชิงเขาของยอดภูเขาไฟที่สูงที่สุด เบื้องหน้าของพวกเขาคือสะพานหินโบราณที่ทอดข้ามหุบเหวลาวาที่กำลังเดือดพล่าน สะพานนั้นดูบอบบางและเก่าแก่ ราวกับจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ
และบนยอดเขานั้น ปราสาทโบราณที่คริสตัลดาราแสดงให้เห็นก็ตั้งตระหง่านอยู่ มันเป็นปราสาทที่ทำจากหินภูเขาไฟสีดำสนิท แต่มีประกายสีแดงเรืองรองอยู่ภายใน ราวกับว่าปราสาททั้งหลังกำลังลุกไหม้อยู่ตลอดเวลา
"นั่นคือที่ที่เราต้องไป" เอลาริสกล่าว "แก่นแห่งอัคคีอยู่ที่นั่น"
แต่เมื่อพวกเขาก้าวขึ้นไปบนสะพานหิน เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นจากเบื้องบน และร่างขนาดมหึมาของ "มังกรไฟ" ก็ร่อนลงมาบนยอดปราสาท มันคือมังกรที่มีเกล็ดสีแดงเพลิง ดวงตาเรืองรองด้วยเปลวไฟ และลมหายใจของมันคือเปลวเพลิงที่สามารถเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นเถ้าถ่านได้
"มังกร!" เซรอสอุทาน เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ในตำนานเช่นนี้
มังกรไฟจ้องมองพวกเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความดุร้าย ก่อนที่มันจะอ้าปากกว้างและพ่นเปลวเพลิงเข้าใส่สะพานหินอย่างไม่ปรานี
"หลบเร็ว!" ไลราตะโกน
พวกเขากระโดดหลบเปลวเพลิงอย่างรวดเร็ว สะพานหินที่ถูกเปลวเพลิงเผาผลาญเริ่มร้าวและทรุดตัวลง
"เราจะข้ามไปได้อย่างไร!" เฟรย์ตะโกน
เอลาริสรู้ว่าเธอต้องทำอะไรบางอย่าง เธอหลับตาลง พยายามเชื่อมต่อกับพลังแห่งสุริยันในตัวเธอ พลังที่ตอบสนองต่อความร้อนและเปลวเพลิง
"ข้าจะสร้างทางให้พวกเรา" เอลาริสกล่าว เธอรวบรวมพลังแห่งสุริยันเข้าไว้ในฝ่ามือ แสงสีทองเจิดจ้าเปล่งประกายออกมาจากตัวเธอ
"พลังแห่งสุริยัน!" ไลราอุทาน "เจ้าจะใช้มันได้อย่างไร!"
เอลาริสไม่ตอบ เธอพุ่งตรงไปยังสะพานหินที่กำลังจะพังทลาย และใช้มือสัมผัสกับหินที่ยังร้อนระอุ พลังแห่งสุริยันไหลเวียนเข้าสู่หิน ทำให้หินที่กำลังจะแตกสลายกลับแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง และยังสร้างเส้นทางใหม่ที่เป็นทางเดินพลังงานสีทองที่ทอดยาวไปยังปราสาท
"เร็วเข้า!" เอลาริสตะโกน "มันจะไม่คงอยู่ตลอดไป!"
เซรอส ไลรา และเฟรย์ไม่รอช้า พวกเขารีบวิ่งข้ามสะพานพลังงานสีทองไปยังปราสาทอย่างรวดเร็ว มังกรไฟคำรามด้วยความโกรธ และพ่นเปลวเพลิงเข้าใส่พวกเขาอีกครั้ง แต่เปลวเพลิงนั้นกลับถูกดูดซับโดยพลังงานสุริยันที่เอลาริสสร้างขึ้น
เมื่อพวกเขามาถึงปราสาท เอลาริสก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก สะพานพลังงานสีทองก็เลือนหายไป และสะพานหินโบราณก็พังทลายลงไปในหุบเหวลาวา
มังกรไฟยังคงคำรามและบินวนอยู่เหนือปราสาท แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่สามารถเข้ามาในปราสาทได้
"ดูเหมือนว่าปราสาทแห่งนี้จะมีบาเรียป้องกัน" ไลรากล่าว "แต่มันก็คงไม่ปลอดภัยนัก"
พวกเขาเดินเข้าไปในปราสาท ภายในปราสาทมืดมิดและร้อนระอุ มีแสงสว่างเพียงเล็กน้อยจากลาวาที่ไหลอยู่เบื้องล่าง และเปลวไฟที่ลุกไหม้อยู่ตามผนัง
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางปราสาท กลางห้องโถงมีแท่นหินขนาดใหญ่ และบนแท่นหินนั้นมี 'แก่นแห่งอัคคี' กำลังเปล่งประกายสีแดงเพลิงอย่างรุนแรง มันคือคริสตัลขนาดใหญ่ที่เต้นระรัวราวกับหัวใจที่กำลังเต้นอยู่
แต่แล้ว เสียงหัวเราะอันน่าขนลุกก็ดังขึ้นมาจากเงามืด และร่างของ "แม่มดแห่งเปลวเพลิง" ก็ปรากฏตัวขึ้น มันคือหญิงชราที่มีใบหน้าเหี่ยวย่น ดวงตาเรืองรองด้วยเปลวไฟ และมือของเธอกำลังถือคทาที่ปลายคทามีลูกแก้วเพลิงกำลังลุกไหม้
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านของข้า" แม่มดแห่งเปลวเพลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง "พวกเจ้าคงจะมาเอาแก่นแห่งอัคคีไปสินะ แต่พวกเจ้าต้องผ่านข้าไปให้ได้ก่อน"
เอลาริสรู้ว่านี่คือบททดสอบสุดท้ายของภูเขาไฟแห่งเปลวเพลิง เธอต้องเผชิญหน้ากับแม่มดแห่งเปลวเพลิง เพื่อให้ได้มาซึ่งแก่นแห่งอัคคี และนำมันไปรวมกับคทาสุริยันจันทรา เพื่อปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของมันออกมา ก่อนที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะมาถึง.

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก