คทาสุริยัน

ตอนที่ 283 — การเดินทางสู่แดนน้ำแข็งและการค้นพบวิหารแห่งแสง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 706 คำ

การเดินทางเพื่อค้นหาวิหารแห่งแสงนำพาเอลาริสและลีโอไปสู่ทิศเหนือที่ห่างไกล แสงของดวงดาวสีน้ำเงินเข้ม ‘เนโคร่า’ สว่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ บนท้องฟ้ายามค่ำคืน ราวกับเป็นเข็มทิศบอกทางที่นำไปสู่ชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คาเรนส่งข่าวมาว่าได้ค้นพบเบาะแสเพิ่มเติมจากตำราโบราณที่ระบุว่าวิหารแห่งแสงถูกสร้างขึ้นในดินแดนที่หนาวเหน็บที่สุดของโลก เพื่อปกป้องพลังงานบริสุทธิ์จากความมืดมิดภายนอก ‌นั่นคือ ‘แดนน้ำแข็งนิรันดร์’

เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงแดนน้ำแข็งนิรันดร์ อากาศก็หนาวจัดจนกระดูกสั่นสะท้าน พื้นดินถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา ภูเขาน้ำแข็งสูงเสียดฟ้าตั้งตระหง่านราวกับป้อมปราการแห่งธรรมชาติ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ สามารถอยู่รอดได้ในสภาพอากาศที่โหดร้ายเช่นนี้ ยกเว้นแต่สัตว์ประหลาดแห่งความหนาวเย็นที่อาศัยอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง

“ที่นี่มันหนาวกว่าที่ข้าคิดไว้มาก” ​ลีโอพึมพำ เขากอดตัวเองแน่น พยายามสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย แม้จะสวมเสื้อผ้ากันหนาวหนาหลายชั้นแล้วก็ตาม

เอลาริสยกคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองอ่อนๆ แผ่ออกมาจากคทา สร้างรัศมีอบอุ่นเล็กๆ รอบตัวพวกเขา ‍ช่วยบรรเทาความหนาวเย็นลงได้บ้างเล็กน้อย “เราต้องอดทนไว้ลีโอ วิหารแห่งแสงจะต้องอยู่ที่นี่สักแห่ง”

พวกเขาเดินเท้าผ่านพายุหิมะที่พัดกระหน่ำอย่างไม่หยุดหย่อน หลายวันผ่านไปอย่างยากลำบาก เสบียงอาหารเริ่มร่อยหรอ และความหวังก็เริ่มเลือนลางลงเรื่อยๆ แต่เอลาริสก็ยังคงมุ่งมั่น เธอรู้ว่าเธอต้องหาวิหารแห่งแสงให้เจอ ‌ไม่เช่นนั้นโลกใบนี้จะต้องตกอยู่ในหายนะ

“เอลาริส ข้าว่าเราควรพักก่อน” ลีโอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาอ่อนล้าเต็มที “ข้าเริ่มหมดแรงแล้ว”

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้สึกเหนื่อยล้าไม่แพ้กัน พวกเขาหาที่กำบังจากพายุหิมะในโพรงน้ำแข็งเล็กๆ แห่งหนึ่ง

ในคืนนั้นขณะที่เอลาริสกำลังหลับใหล ‍เธอฝันถึงภาพของวิหารแห่งแสง มันเป็นวิหารที่สร้างขึ้นจากน้ำแข็งบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายแสงสีฟ้าอ่อนๆ อยู่ใจกลางของภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมา ในฝันนั้น เธอได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาที่บอกทางให้เธอ “จงมองหาดวงดาว... ที่สะท้อนอยู่ในน้ำแข็ง...”

เอลาริสตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น เธอรู้ว่าความฝันนั้นคือคำใบ้ ​เธอเล่าเรื่องความฝันให้ลีโอฟัง

“ดวงดาวที่สะท้อนอยู่ในน้ำแข็ง...” ลีโอพึมพำ “หมายความว่าอย่างไรกัน?”

“ข้าไม่แน่ใจ” เอลาริสตอบ “แต่ข้ารู้สึกว่ามันเป็นกุญแจสำคัญ”

พวกเขาออกเดินทางอีกครั้ง คราวนี้เอลาริสพยายามมองหาอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไป เธอเพ่งมองไปที่ภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

แล้วเธอก็เห็นมัน บนยอดของภูเขาน้ำแข็งที่สูงที่สุด ​มีจุดเล็กๆ จุดหนึ่งที่เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมา แสงนั้นดูเหมือนกับแสงสะท้อนของดวงดาวที่ส่องประกายอยู่บนท้องฟ้า

“นั่นไง!” เอลาริสตะโกน “วิหารแห่งแสง!”

ลีโอเงยหน้าขึ้นมองตามที่เอลาริสชี้ไป เขาก็เห็นแสงนั้นเช่นกัน “เจ้าตาดีจริงๆ ​เอลาริส”

พวกเขาเริ่มปีนขึ้นไปบนภูเขาน้ำแข็ง การปีนป่ายนั้นยากลำบากและอันตรายเป็นอย่างมาก พวกเขาต้องฝ่าฟันกับลมหนาวที่พัดกระหน่ำ และพื้นผิวของน้ำแข็งที่ลื่นปรื๊ด

แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงยอดของภูเขาน้ำแข็ง ที่นั่นมีวิหารที่สร้างขึ้นจากน้ำแข็งบริสุทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่ วิหารนั้นเปล่งประกายแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมาอย่างงดงาม ราวกับเป็นอัญมณีที่ซ่อนอยู่ในแดนน้ำแข็ง

เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปใกล้ ประตูทางเข้าของวิหารก็เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินที่ทอดยาวเข้าไปในความมืดมิด

“นี่แหละวิหารแห่งแสง” เอลาริสกล่าวด้วยความตื่นเต้น

พวกเขาเดินเข้าไปในวิหาร ภายในวิหารนั้นกว้างขวางและสูงเสียดฟ้า ผนังวิหารทำจากน้ำแข็งบริสุทธิ์ที่โปร่งใส ทำให้แสงสีฟ้าอ่อนๆ จากภายนอกส่องเข้ามาได้ ภายในวิหารมีรูปปั้นน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่แกะสลักเป็นรูปของบรรพบุรุษของเอลาริสกำลังถือคทาสุริยันจันทรา

เอลาริสเดินลึกเข้าไปในวิหาร เธอรู้สึกถึงพลังงานแสงบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่ในทุกส่วนของวิหาร พลังงานนั้นอบอุ่นและให้ความรู้สึกสงบ

พวกเขามาถึงใจกลางของวิหาร ที่นั่นมีแท่นหินน้ำแข็งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง บนแท่นหินนั้นมีผลึกน้ำแข็งขนาดเล็กที่เปล่งประกายแสงสีรุ้งออกมาอย่างงดงาม ผลึกนั้นดูราวกับก้อนเมฆที่ถูกแช่แข็ง และภายในนั้นมีแสงสว่างเล็กๆ เต้นระริกอยู่

“นั่นคือผลึกแห่งแสงแรก!” เอลาริสอุทานด้วยความตื่นเต้น

เธอค่อยๆ ยื่นมือออกไปสัมผัสผลึกนั้น ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอแตะต้อง ผลึกก็ส่องแสงเจิดจ้ายิ่งขึ้น แสงสีรุ้งกระจายไปทั่ววิหาร ราวกับกำลังเฉลิมฉลองการปรากฏตัวของผู้พิทักษ์

เอลาริสรู้สึกถึงกระแสพลังงานอันมหาศาลที่ไหลผ่านจากผลึกเข้าสู่กายของเธอ มันเป็นพลังงานแสงบริสุทธิ์ที่บริสุทธิ์และทรงพลังอย่างแท้จริง พลังนั้นไหลรวมเข้ากับพลังของคทาสุริยันจันทรา ทำให้คทาส่องแสงเจิดจ้ายิ่งขึ้น

“ข้าเจอแล้วลีโอ” เอลาริสกล่าว “ข้าเจอผลึกแห่งแสงแรกแล้ว”

ลีโอยิ้มอย่างโล่งใจ “ดีมากเอลาริส ตอนนี้เราก็มีพลังที่จะหยุดเนโคร่าได้แล้ว”

เอลาริสจับผลึกแห่งแสงแรกไว้แน่นในมือ เธอรู้สึกถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่ต้องแบกรับ แต่เธอก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่แรงกล้าเช่นกัน เธอรู้ว่าการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะมาถึง และเธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

พวกเขาออกจากวิหารแห่งแสงด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากตอนที่เข้ามา พวกเขาไม่ได้รู้สึกเหนื่อยล้าหรือสิ้นหวังอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยพลังและความหวัง แสงสีฟ้าอ่อนๆ จากวิหารส่องสว่างนำทางให้พวกเขาเดินทางกลับออกจากแดนน้ำแข็งนิรันดร์

บนท้องฟ้ายามค่ำคืน ดวงดาวสีน้ำเงินเข้ม ‘เนโคร่า’ ยังคงส่องแสงเจิดจ้า แต่มันไม่ได้ดูน่ากลัวอีกต่อไป เอลาริสรู้ว่าเธอมีพลังที่จะหยุดมันได้แล้ว

การเดินทางกลับนั้นเร็วกว่าขามามาก พวกเขามุ่งหน้ากลับไปยังอาณาจักรแอสการ์ด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับเนโคร่า ดาราแห่งความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้โลกมากขึ้นทุกที

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!