โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 794 คำ
การเผชิญหน้ากับแม่มดแห่งเปลวเพลิงในปราสาทที่อยู่บนยอดภูเขาไฟแห่งเปลวเพลิง คือบททดสอบสุดท้ายที่เอลาริสและสหายต้องผ่านพ้นไปให้ได้ เพื่อให้ได้มาซึ่ง ‘แก่นแห่งอัคคี’ หนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของคทาสุริยันจันทรา
"เจ้าไม่มีทางได้แก่นแห่งอัคคีไปหรอก!" แม่มดแห่งเปลวเพลิงคำราม นางเหวี่ยงคทาเพลิงในมือ และเปลวไฟสีแดงฉานก็พุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว
เซรอสพุ่งเข้าขวางทาง ดาบคู่ใจของเขากวัดแกว่งสร้างโล่ป้องกัน แต่นางก็เป็นจอมเวทแห่งเปลวเพลิงที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้เพียงลำพัง ไลราร่ายเวทป้องกันเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโล่ของเซรอส ส่วนเฟรย์ยิงธนูเวทมนตร์เข้าใส่แม่มดแห่งเปลวเพลิงอย่างต่อเนื่อง แต่เปลวไฟที่ลุกโชนรอบตัวนางดูเหมือนจะทำให้ธนูของเขาไร้ผล
เอลาริสรู้ว่าเธอต้องเป็นคนจัดการกับแม่มดแห่งเปลวเพลิง นางเป็นผู้พิทักษ์ของแก่นแห่งอัคคี และพลังของนางก็เชื่อมโยงกับภูเขาไฟแห่งนี้ เธอหลับตาลง พยายามเชื่อมโยงกับคริสตัลดาราในมือ และพลังแห่งสุริยันจันทราในตัวเธอเอง
"พลังแห่งสมดุล!" เอลาริสตะโกน เธอรวบรวมพลังแห่งสุริยันและจันทราเข้าไว้ในฝ่ามือ แสงสีม่วงขาวเจิดจ้าเปล่งประกายออกมาจากตัวเธอ และพุ่งเข้าปะทะกับเปลวไฟที่แม่มดแห่งเปลวเพลิงร่ายออกมา
พลังของเอลาริสไม่ใช่เพียงแค่แสงหรือความมืด ไม่ใช่เพียงความร้อนหรือความเย็น แต่มันคือพลังแห่งสมดุลที่สามารถทำลายความไม่สมดุลของเวทมนตร์ได้ เปลวไฟของแม่มดแห่งเปลวเพลิงเริ่มสั่นคลอนและมอดลงเมื่อปะทะกับพลังของเอลาริส
"เป็นไปไม่ได้!" แม่มดแห่งเปลวเพลิงอุทานด้วยความตกใจ "พลังของเจ้า... มันคือพลังแห่งสุริยันจันทราที่แท้จริง!"
เอลาริสไม่รอช้า เธอพุ่งเข้าหานางอย่างรวดเร็ว และใช้พลังแห่งสุริยันจันทราสร้างโซ่พลังงานสีม่วงขาวพันธนาการนางเอาไว้ แม่มดแห่งเปลวเพลิงพยายามดิ้นรน แต่พลังของเอลาริสก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่นางจะต้านทานได้
"เจ้าคือทายาทที่แท้จริง!" แม่มดแห่งเปลวเพลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง แต่คราวนี้ไม่มีความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเคารพ "ข้าคือผู้พิทักษ์ที่ถูกทดสอบมาหลายยุคสมัย ข้าขออภัยที่ข้าได้ทดสอบเจ้าอย่างรุนแรงเช่นนี้"
"ท่านคือผู้พิทักษ์?" เอลาริสถามด้วยความประหลาดใจ
"ใช่" แม่มดแห่งเปลวเพลิงตอบ "ข้าคือผู้พิทักษ์ที่ถูกทิ้งไว้เพื่อรอคอยการกลับมาของทายาทแห่งสุริยันจันทราผู้ที่สามารถรวบรวมคทาให้สมบูรณ์ได้" นางมองไปยังแก่นแห่งอัคคีที่อยู่บนแท่นหิน "แก่นแห่งอัคคีนี้จะตอบรับเฉพาะผู้ที่มีพลังแห่งสุริยันจันทราที่สมบูรณ์เท่านั้น"
เอลาริสเดินเข้าไปใกล้แท่นหิน เธอวางมือลงบนแก่นแห่งอัคคี ทันใดนั้น แก่นแห่งอัคคีก็เปล่งประกายสีแดงเพลิงอย่างรุนแรง และลอยขึ้นมาจากแท่นหิน มันหมุนวนรอบตัวเอลาริส ก่อนที่จะรวมเข้ากับคริสตัลดาราที่อยู่ในมือของเธอ
เมื่อแก่นแห่งอัคคีและคริสตัลดารารวมเป็นหนึ่ง แสงสว่างจ้าก็แผ่กระจายไปทั่วทั้งปราสาท แสงสีทอง สีเงิน และสีแดงเพลิงผสานรวมกันอย่างงดงาม จนกลายเป็นแสงสีรุ้งที่เจิดจ้า
"นี่คือพลังที่แท้จริงของคทา!" ไลราอุทานด้วยความตื่นเต้น
เอลาริสรู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเธอ เธอรู้สึกถึงความสมบูรณ์แบบที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน คทาสุริยันจันทราที่เคยเป็นเพียงความฝัน บัดนี้กำลังเริ่มก่อร่างขึ้นในมือของเธอ
แม่มดแห่งเปลวเพลิงมองเอลาริสด้วยรอยยิ้ม "เจ้าได้พิสูจน์แล้วว่าเจ้าคู่ควรกับพลังนี้ บัดนี้เจ้ามีส่วนประกอบที่สำคัญสองชิ้นแล้ว เหลืออีกเพียงหนึ่งชิ้นเท่านั้น"
"อีกชิ้นหนึ่งอยู่ที่ไหน?" เอลาริสถาม
"มันอยู่ที่ 'หุบเหวแห่งความเงียบงัน'" แม่มดแห่งเปลวเพลิงตอบ "ที่นั่นคือสถานที่ที่พลังแห่งความมืดมิดเข้มข้นที่สุด และเป็นที่ซ่อนของ 'แก่นแห่งเงามืด' ส่วนสุดท้ายที่จะทำให้คทาสุริยันจันทราสมบูรณ์"
"หุบเหวแห่งความเงียบงัน?" เซรอสอุทาน "ที่นั่นเป็นดินแดนที่ไม่มีใครกล้าเข้าไป มีแต่ความมืดมิดและความหวาดกลัว"
"ใช่" แม่มดแห่งเปลวเพลิงกล่าว "และมันเป็นสถานที่ที่มาลากอร์จะแข็งแกร่งที่สุด เจ้าต้องระวังให้มาก เพราะเมื่อเจ้าเข้าใกล้แก่นแห่งเงามืด พลังด้านมืดในตัวเจ้าก็จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์"
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล และอันตรายที่รอคอยอยู่ก็ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย
"ข้าขอให้เจ้าโชคดี ทายาทแห่งสุริยันจันทรา" แม่มดแห่งเปลวเพลิงกล่าว "จงรักษาสมดุลของพลังไว้ และอย่าให้ความมืดมิดครอบงำจิตใจของเจ้า"
หลังจากบอกลาแม่มดแห่งเปลวเพลิง เอลาริสและสหายก็ออกจากภูเขาไฟแห่งเปลวเพลิง มุ่งหน้าสู่หุบเหวแห่งความเงียบงัน
แต่ระหว่างทางที่กำลังเดินทางลงจากภูเขาไฟ ไลราก็เดินเข้าไปหาเอลาริสด้วยสีหน้ากังวล
"เอลาริส ข้าคิดว่าเราควรจะแยกทางกันชั่วคราว" ไลรากล่าว
เอลาริสและเซรอส เฟรย์ต่างก็มองไลราด้วยความประหลาดใจ
"หมายความว่าอย่างไรไลรา?" เอลาริสถาม
"ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ผิดปกติ" ไลราอธิบาย "พลังงานที่เชื่อมโยงกับมาลากอร์ มันกำลังพยายามสร้างบางสิ่งขึ้นมา และข้าคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับสุริยคราสแห่งจันทร์คู่"
"ข้าต้องไปสืบสวนเรื่องนี้ ข้าเชื่อว่าข้าจะสามารถหาข้อมูลที่จะช่วยพวกเจ้าในการต่อสู้กับมาลากอร์ได้ แต่ข้าต้องไปคนเดียว เพราะการเดินทางครั้งนี้อันตรายเกินกว่าที่พวกเจ้าจะร่วมเดินทางไปด้วย"
"แต่เจ้าจะไปคนเดียวได้อย่างไร!" เซรอสอุทาน "มันอันตรายเกินไป!"
"ข้ารู้" ไลราตอบ "แต่ข้าต้องไป ข้ามีหน้าที่ที่ต้องทำ และข้าเชื่อว่าข้าจะกลับมาหาพวกเจ้าได้ทันเวลา" เธอหันไปมองเอลาริส "เจ้าต้องเชื่อมั่นในตัวเอง เอลาริส เจ้าคือความหวังสุดท้ายของโลกนี้"
เอลาริสรู้สึกถึงความลังเลใจ เธอไม่อยากให้ไลราไปคนเดียว แต่เธอก็รู้ว่าไลราเป็นคนฉลาดและมีเหตุผล
"ระวังตัวด้วยนะ ไลรา" เอลาริสกล่าว "เราจะรอเจ้าอยู่ที่หุบเหวแห่งความเงียบงัน"
ไลรายิ้ม "ข้าจะกลับมาหาพวกเจ้าแน่นอน" เธอกอดเอลาริสแน่น ก่อนที่จะหันหลังและเดินจากไปในทิศทางตรงกันข้ามกับพวกเขา ร่างของเธอค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดมิดของยามค่ำคืน
เอลาริส เซรอส และเฟรย์มองตามไลราไปจนสุดสายตา ความรู้สึกกังวลและเศร้าสร้อยเข้าครอบงำหัวใจของพวกเขา การแยกจากกันครั้งนี้ทำให้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น
"เราจะไปต่อกันแค่สามคนสินะ" เฟรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักใจ
"ใช่" เซรอสตอบ "แต่เราจะแข็งแกร่งขึ้น เราจะทำหน้าที่ของไลราด้วย และเราจะปกป้องเอลาริสไปจนกว่าไลราจะกลับมา"
เอลาริสกำมือแน่น เธอรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่หนักอึ้ง แต่เธอก็รู้ว่าเธอต้องเข้มแข็ง เธอมีเพื่อนๆ ที่พร้อมจะยืนเคียงข้างเธอเสมอ และเธอจะไม่มีวันยอมแพ้ เธอจะรวบรวมคทาสุริยันจันทราให้สมบูรณ์ และผนึกมาลากอร์ให้ได้ ก่อนที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะปลดปล่อยความมืดมิดสู่ทุกอาณาจักร.

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก