คทาสุริยัน

ตอนที่ 157 — เงามืดที่คืบคลานและแผนการของมาลากอร์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 879 คำ

แม้คัมภีร์สุริยันจันทราจะอยู่ในมือของเอลาริสแล้ว แต่ความรู้สึกกดดันและเร่งรีบกลับทวีคูณขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อคัมภีร์ได้เผยถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ และแผนการอันชั่วร้ายของราชาปีศาจมาลากอร์ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นในไม่ช้า

หลังจากออกจากวิหารแห่งสุริยันที่สาบสูญ พวกเขาเดินทางกลับมายังโอเอซิสแห่งแสงตะวัน เพื่อพักผ่อนและเตรียมการสำหรับภารกิจต่อไป บรรยากาศในเมืองดูจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความคึกคักที่เคยมีลดลง ‌ผู้คนดูหวาดระแวงและกระซิบกระซาบกันถึงเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในอาณาจักรต่างๆ “ดูเหมือนว่ามาลากอร์จะเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว” ไครอนกล่าวขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านอาหารที่พวกเขาพักอยู่ “ข้าได้ยินข่าวลือเรื่องหมู่บ้านบางแห่งถูกโจมตีอย่างลึกลับ ผู้คนหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย” เอลาริสพยักหน้า ใบหน้าของเธอดูเคร่งเครียด คัมภีร์สุริยันจันทราที่วางอยู่บนโต๊ะเปล่งแสงเรืองรองอย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังยืนยันถึงความจริงที่น่ากลัวที่ซ่อนอยู่ “คัมภีร์บอกว่า ​มาลากอร์กำลังรวบรวม ‘พลังงานแห่งความสิ้นหวัง’ จากผู้คน เพื่อใช้ในการฟื้นคืนชีพอย่างสมบูรณ์ในช่วงสุริยคราสแห่งจันทร์คู่” เอลาริสอธิบาย “เขาต้องการพลังงานที่บริสุทธิ์ของความมืดมิด เพื่อฉีกมิติแห่งการผนึก และปลดปล่อยกองทัพปีศาจของเขาออกมาสู่โลก” “แล้วทำไมเขาถึงต้องรอสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ด้วย?” ‍ฟินน์ถามด้วยความสงสัย “คัมภีร์อธิบายว่า สุริยคราสแห่งจันทร์คู่คือช่วงเวลาที่มิติระหว่างโลกของเรากับมิติแห่งความมืดมิดจะบางลงที่สุด” เอลาริสตอบ “มันเป็นช่วงเวลาที่พลังแห่งแสงอ่อนแอที่สุด และพลังแห่งความมืดมิดแข็งแกร่งที่สุด มาลากอร์วางแผนที่จะใช้ช่วงเวลานั้นในการทำลายผนึกที่บรรพบุรุษของเราสร้างขึ้น”

ชีคาร์ถอนหายใจยาว “แผนการของมาลากอร์นั้นชั่วร้ายเกินคาดคิด เราต้องหยุดเขาให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” “แล้วเราจะทำอย่างไร?” ‌ฟินน์ถาม “เราจะหยุดเขาได้อย่างไรในเมื่อเขากำลังรวบรวมพลังอยู่” เอลาริสเปิดคัมภีร์สุริยันจันทราออกอีกครั้ง เธอพลิกหน้ากระดาษอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่ตัวอักษรโบราณที่ปรากฏขึ้น “คัมภีร์บอกว่า มีเพียง ‘พิธีกรรมแห่งแสงและเงา’ เท่านั้นที่จะสามารถผนึกมาลากอร์ได้อย่างถาวร” เอลาริสกล่าว ‍“พิธีกรรมนี้จะต้องทำใน ‘หอคอยแห่งดวงดาว’ ซึ่งเป็นสถานที่ที่พลังแห่งสุริยันและจันทรามาบรรจบกันอย่างสมบูรณ์” “หอคอยแห่งดวงดาว!” ไครอนอุทานด้วยความตกใจ “สถานที่นั้นถูกกล่าวขานว่าเป็นเพียงตำนาน ไม่มีใครเคยหามันเจอมาก่อน” “คัมภีร์มีแผนที่ซ่อนอยู่” เอลาริสชี้ไปที่หน้ากระดาษที่มีภาพวาดสัญลักษณ์และเส้นทางที่ซับซ้อน “มันจะนำทางเราไปสู่หอคอยแห่งดวงดาว” “ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่มีเวลาจะมามัวรีรอแล้ว” ​ชีคาร์กล่าว “เราต้องออกเดินทางสู่หอคอยแห่งดวงดาวให้เร็วที่สุด”

แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้เตรียมตัว ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังมาจากด้านนอกร้านอาหาร พวกเขารีบวิ่งออกไปดู ก็พบว่าเมืองโอเอซิสแห่งแสงตะวันกำลังถูกโจมตี! เงาสีดำทะมึนรูปร่างคล้ายปีศาจจำนวนมากกำลังพุ่งเข้าใส่ผู้คนในเมือง ผู้คนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและพยายามวิ่งหนีเอาชีวิตรอด แต่ปีศาจเหล่านั้นก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและจับตัวผู้คนไปทีละคนๆ “ปีศาจของมาลากอร์!” เอลาริสคำรามด้วยความโกรธ “พวกมันกำลังรวบรวมพลังงานแห่งความสิ้นหวัง!” ​ชีคาร์เตือน ไครอนชักดาบออก ฟินน์ง้างคันธนูเตรียมยิง เอลาริสเปิดคัมภีร์สุริยันจันทราและร่ายเวทมนตร์ “แสงสุริยันคุ้มภัย!” ลำแสงสีทองพุ่งออกจากคัมภีร์ สร้างโล่พลังงานขนาดใหญ่ที่ปกป้องผู้คนในบริเวณใกล้เคียงจากปีศาจแห่งเงา “พวกเราต้องหยุดพวกมัน!” เอลาริสกล่าวด้วยความมุ่งมั่น ไครอนพุ่งเข้าใส่ปีศาจแห่งเงาด้วยความรวดเร็ว ดาบเวทมนตร์ของเขาฟาดฟันปีศาจเหล่านั้นอย่างไม่ปรานี ฟินน์ยิงธนูเวทมนตร์ใส่พวกมันอย่างแม่นยำ ​ส่วนชีคาร์ใช้ไม้เท้าเวทมนตร์สร้างกำแพงพลังงานเพื่อป้องกันผู้คน

เอลาริสเองก็ใช้พลังแห่งสุริยันและจันทราในการต่อสู้ เธอสามารถสร้างลำแสงสุริยันเพื่อโจมตีปีศาจแห่งเงา และใช้พลังแห่งจันทราเพื่อมองเห็นจุดอ่อนของพวกมัน แต่ปีศาจแห่งเงาก็มีจำนวนมากเกินไป พวกมันยังคงปรากฏขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อน และดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพวกมันดูดซับพลังงานแห่งความสิ้นหวังจากผู้คน ขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้อยู่นั้น ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะอันเย็นยะเยือกดังขึ้นจากบนท้องฟ้า เงาร่างขนาดมหึมาของมาลากอร์ปรากฏขึ้นเหนือเมือง ร่างกายของเขาปกคลุมด้วยความมืดมิด ดวงตาของเขาเปล่งแสงสีแดงฉานราวกับถ่านไฟที่กำลังคุโชน “ในที่สุด... เจ้าก็ปรากฏตัวออกมาแล้ว... ทายาทแห่งแสง” เสียงของมาลากอร์ดังขึ้นอย่างกึกก้อง ราวกับเสียงฟ้าร้อง “เจ้าคิดว่าจะหยุดข้าได้งั้นหรือ? เจ้าผู้ไร้เดียงสา” เอลาริสกำคัมภีร์แน่น เธอเงยหน้ามองมาลากอร์ด้วยความโกรธและความมุ่งมั่น “ข้าจะหยุดเจ้าให้ได้มาลากอร์! ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายโลกใบนี้!” มาลากอร์หัวเราะเยาะ “ฮ่าๆๆๆ... ช่างไร้เดียงสาเสียจริง... เจ้าคิดว่าคัมภีร์เล่มนั้นจะช่วยอะไรเจ้าได้งั้นหรือ? มันเป็นเพียงแค่ตำราโบราณที่ไม่มีพลังอำนาจอันใด” แต่เอลาริสไม่ยอมแพ้ เธอรวบรวมพลังแห่งสุริยันและจันทราในกายของเธอ แสงสีทองและแสงสีเงินเปล่งประกายออกมาจากร่างของเธออย่างพร้อมเพรียงกัน เธอร่ายเวทมนตร์ที่ทรงพลังที่สุดที่เธอเคยเรียนรู้มาจากคัมภีร์สุริยันจันทรา “สุริยันจันทราพิฆาต!” ลำแสงสีทองและแสงสีเงินพุ่งขึ้นจากร่างของเอลาริส ผสานรวมกันเป็นลำแสงขนาดใหญ่ที่พุ่งตรงเข้าใส่มาลากอร์

มาลากอร์ตกใจ เขาไม่คาดคิดว่าเอลาริสจะมีพลังมากถึงเพียงนี้ เขาพยายามสร้างโล่พลังงานแห่งความมืดมิดเพื่อป้องกันการโจมตี แต่ลำแสงสุริยันจันทราก็ทรงพลังเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ ลำแสงนั้นปะทะเข้ากับโล่พลังงานของมาลากอร์ เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ แสงสว่างจ้าสว่างวาบขึ้นทั่วเมือง พลังงานมหาศาลแผ่กระจายออกไป ทำลายล้างปีศาจแห่งเงาที่อยู่รอบๆ จนแตกสลาย เมื่อแสงสว่างจางลง มาลากอร์ก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้น “เจ้า... บังอาจทำร้ายข้าได้ถึงเพียงนี้งั้นหรือ?” มาลากอร์คำราม “แต่เจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะข้าได้! ข้าจะกลับมา... และในครั้งนั้น... เจ้าจะไม่มีวันได้เห็นแสงตะวันอีกต่อไป!” มาลากอร์หายตัวไปในความมืดมิด ทิ้งไว้เพียงความเสียหายและกลิ่นอายของความชั่วร้าย เอลาริสรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก การใช้เวทมนตร์ที่ทรงพลังเช่นนั้นทำให้เธอสูญเสียพลังงานไปมาก แต่เธอก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้น เธอรู้แล้วว่ามาลากอร์ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่เธอคิด เขายังไม่ฟื้นคืนชีพอย่างสมบูรณ์ และเธอยังมีโอกาสที่จะหยุดเขาได้ ไครอน ฟินน์ และชีคาร์รีบเข้ามาหาเอลาริสด้วยความเป็นห่วง “เจ้าไม่เป็นไรนะเอลาริส?” ฟินน์ถาม เอลาริสพยักหน้า “ข้าไม่เป็นไร... แต่เราต้องรีบแล้ว เราต้องไปที่หอคอยแห่งดวงดาวให้เร็วที่สุดก่อนที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะมาถึง” ชีคาร์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ใช่แล้ว... บัดนี้เราได้รู้แล้วว่ามาลากอร์ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิด เรายังมีโอกาส” พวกเขามองไปยังเมืองโอเอซิสแห่งแสงตะวันที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของผู้คนในเมืองต่างพากันหวาดกลัวและสิ้นหวัง เอลาริสกำคัมภีร์แน่นในมือ เธอรู้ดีว่าเธอต้องรีบแล้ว เธอต้องเป็นความหวังให้กับผู้คนเหล่านี้ เธอต้องปกป้องโลกใบนี้จากความมืดมิดของมาลากอร์ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!