คทาสุริยัน

ตอนที่ 189 — ป่าลึกแห่งเงามายาและปริศนาแห่งเขาวงกต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 838 คำ

การเดินทางสู่ “หอคอยแห่งดวงดาว” คือความหวังสุดท้ายในการหยุดยั้งมาลากอร์ ก่อนที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะปลดปล่อยความมืดมิดสู่ทุกอาณาจักร แผนที่ในคัมภีร์สุริยันจันทรานำพวกเขาเข้าสู่ “ป่าลึกแห่งเงามายา” สถานที่ที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นเขาวงกตที่ไม่มีวันสิ้นสุด และเต็มไปด้วยภาพลวงตาที่สามารถบิดเบือนจิตใจของผู้หลงทาง

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ป่า ‌เอลาริสสัมผัสได้ถึงพลังงานประหลาดที่แผ่ออกมาจากต้นไม้ทุกต้น มันเป็นพลังงานที่มืดมิดและสับสน ราวกับว่าป่าแห่งนี้กำลังมีชีวิตและพยายามที่จะกลืนกินพวกเขาเข้าไป ใบไม้สีเขียวมรกตดูมืดครึ้มกว่าปกติ แสงอาทิตย์ที่ส่องลอดลงมาก็ดูริบหรี่ ราวกับกำลังจะดับมอด “ป่าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากเวทมนตร์โบราณ” ชีคาร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “มันจะทดสอบจิตใจของเจ้า ​และพยายามทำให้เจ้าหลงทาง” “เราต้องระวังตัวให้ดี” ไครอนเตือน “อย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น และอย่าฟังสิ่งที่หูได้ยิน” ขณะที่พวกเขากำลังเดินลึกเข้าไปในป่า ต้นไม้รอบๆ ก็เริ่มบิดเบี้ยวผิดรูป เงาของพวกมันเต้นระริกไปมา สร้างภาพลวงตาประหลาดจนยากจะแยกแยะว่าสิ่งใดคือของจริง ‍สิ่งใดคือจินตนาการ เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ไม่ใช่เสียงของสายลมก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเอลาริส มันเป็นเสียงที่พยายามบิดเบือนความจริง ทำให้เธอสงสัยในทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเชื่อ

‘เจ้าคิดว่าจะหยุดมาลากอร์ได้งั้นหรือ? เจ้ามันก็แค่เด็กสาวกำพร้าที่ไม่มีพลังอำนาจอันใด...’ เสียงหนึ่งกระซิบ ‘สหายของเจ้าจะทรยศเจ้า... พวกเขาจะทิ้งเจ้าไว้ให้โดดเดี่ยว... เหมือนที่เจ้าเคยถูกทอดทิ้งมาแล้ว...’ ‌อีกเสียงหนึ่งกระซิบ เอลาริสพยายามสลัดเสียงเหล่านั้นออกไป แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ เสียงเหล่านั้นก็ยิ่งชัดเจนและรุนแรงขึ้นเท่านั้น ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในวัยเด็กที่เธอต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไร้ซึ่งครอบครัวและที่พึ่งพลันผุดขึ้นมาอย่างรุนแรงอีกครั้ง “เอลาริส! ตั้งสติ!” เสียงของไครอนดังขึ้นอย่างกังวาน ปลุกเธอให้ตื่นจากฝันร้าย เอลาริสลืมตาขึ้น ‍เธอมองเห็นไครอนกำลังยืนอยู่ข้างๆ เขาจับมือเธอแน่น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “อย่าปล่อยให้ภาพลวงตาเหล่านั้นครอบงำจิตใจของเจ้า” ไครอนกล่าว “พวกมันพยายามที่จะทำให้เจ้าอ่อนแอ” เอลาริสพยักหน้า เธอรวบรวมสติ เธอรู้ดีว่านี่คือบททดสอบ เธอต้องเอาชนะความหวาดกลัวในใจของตัวเองให้ได้ ​เธอคือทายาทแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา เธอไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว เธอมีสหาย มีพันธกิจที่ยิ่งใหญ่ที่ต้องแบกรับ

เธอเปิดคัมภีร์สุริยันจันทราออก แสงสีทองและแสงสีเงินเปล่งประกายออกมาจากคัมภีร์ แสงนั้นอบอุ่นและทรงพลัง ราวกับแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณที่ขับไล่ความมืดมิด แสงจากคัมภีร์ช่วยขับไล่ภาพลวงตาและเสียงกระซิบที่น่ากลัวออกไปจากจิตใจของเธอ “ข้าไม่เป็นไรแล้ว” ​เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราไปกันต่อเถอะ” พวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่า แสงจากคัมภีร์สุริยันจันทราช่วยส่องสว่างเส้นทางเบื้องหน้า ป่าแห่งนี้ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด พวกเขาเดินไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเดินไปทางไหน “เราหลงทางหรือเปล่า?” ฟินน์ถามด้วยน้ำเสียงกังวล “ไม่หรอก” ชีคาร์ตอบ ​“ป่าแห่งนี้คือเขาวงกตที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ตลอดเวลา เราต้องใช้สัญชาตญาณและพลังเวทมนตร์ในการหาทางออก” เอลาริสหลับตาลง เธอปล่อยให้จิตใจของเธอล่องลอยไปตามกระแสพลังแห่งจันทรา เธอรู้สึกถึงพลังงานที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้พื้นดิน เธอสัมผัสได้ถึงเส้นทางที่แท้จริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ภาพลวงตา “ทางนั้น!” เอลาริสชี้ไปที่ทิศทางหนึ่ง “ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานที่บริสุทธิ์” พวกเขามุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เอลาริสชี้ไป ทันใดนั้น ต้นไม้รอบๆ ก็เริ่มเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวไปข้างหน้า ทางเดินนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้เรืองแสงสีฟ้าอ่อนที่เปล่งประกายระยิบระยับ สร้างบรรยากาศที่สวยงามและน่าอัศจรรย์ใจ

“ทางออกของเขาวงกต” ชีคาร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม เมื่อเดินผ่านทางเดินนั้นไป พวกเขาก็มาถึงลานกว้างขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงเสียดฟ้า ตรงกลางลานมีน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน น้ำตกนั้นเปล่งแสงสีรุ้งระยิบระยับ สร้างภาพที่สวยงามราวกับภาพวาด “น้ำตกแห่งแสงจันทร์” ไครอนกล่าว “กล่าวกันว่าน้ำตกนี้เป็นแหล่งรวมพลังแห่งจันทราที่บริสุทธิ์ที่สุด” เอลาริสเดินเข้าไปใกล้น้ำตก เธอรู้สึกถึงพลังงานที่เย็นยะเยือกและอ่อนโยนที่แผ่ออกมาจากน้ำตก เธอเอื้อมมือออกไปสัมผัสกับสายน้ำที่ไหลลงมา ทันใดนั้น แสงสีเงินก็เปล่งประกายออกมาจากมือของเธอ พลังแห่งจันทราในตัวเธอกำลังตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ ‘ผู้ถือครองแห่งจันทรา... เจ้าได้พิสูจน์ตนเองแล้ว...’ เสียงกระซิบดังขึ้นในจิตใจของเธอ ‘บัดนี้ จงใช้พลังของเจ้าเพื่อค้นหาความจริงที่ถูกซ่อนเร้น...’ เอลาริสหลับตาลง เธอปล่อยให้จิตใจของเธอล่องลอยไปตามกระแสพลังแห่งจันทรา เธอเห็นภาพของหอคอยแห่งดวงดาวที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า หอคอยนั้นเปล่งแสงสีทองและสีเงินอร่าม ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นจากดวงดาว แต่แล้ว ภาพก็เปลี่ยนไป เธอเห็นภาพของมาลากอร์ที่กำลังเฝ้ารอคอยพวกเขาอยู่ที่หอคอยแห่งดวงดาว เขากำลังสร้างกองทัพปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุด และเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย

เอลาริสลืมตาขึ้น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอรู้แล้วว่าหอคอยแห่งดวงดาวอยู่ไม่ไกลจากที่นี่แล้ว และเธอก็รู้ด้วยว่ามาลากอร์กำลังเฝ้ารอคอยพวกเขาอยู่ “ข้าเห็นหอคอยแห่งดวงดาวแล้ว” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “มันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่แล้ว” “แต่มาลากอร์ก็รอคอยเราอยู่ที่นั่นเช่นกัน” ไครอนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย” ฟินน์กล่าว ชีคาร์พยักหน้า “ใช่แล้ว... บัดนี้เจ้าได้ควบคุมพลังแห่งสุริยันและจันทราได้อย่างสมบูรณ์แล้วเอลาริส เจ้าคือความหวังสุดท้ายของโลกใบนี้” เอลาริสกำคัมภีร์สุริยันจันทราแน่นในมือ เธอรู้สึกถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่แบกรับอยู่บนบ่า แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่เปี่ยมล้น เธอจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เธอจะใช้พลังที่เธอมีเพื่อปกป้องโลกใบนี้จากความมืดมิดของมาลากอร์ เธอจะทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ให้สำเร็จ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม พวกเขาพักผ่อนอยู่ใต้น้ำตกแห่งแสงจันทร์ชั่วครู่ เพื่อฟื้นฟูพลังงานและเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจต่อไป เอลาริสใช้คัมภีร์สุริยันจันทราเพื่อฝึกฝนเวทมนตร์ใหม่ๆ เธอเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังแห่งสุริยันและจันทราให้เป็นหนึ่งเดียวได้อย่างสมบูรณ์ เธอสามารถสร้างลำแสงแห่งแสงและเงาที่ทรงพลัง และใช้เวทมนตร์รักษาเพื่อเยียวยาบาดแผล

ในขณะที่เอลาริสกำลังฝึกฝนเวทมนตร์อยู่นั้น ไครอนและฟินน์ก็ได้เตรียมอาวุธและชุดเกราะของพวกเขาให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ ชีคาร์ใช้เวทมนตร์โบราณเพื่อสร้างเครื่องรางป้องกันภัยให้กับทุกคน เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว พวกเขาก็ออกเดินทางจากป่าลึกแห่งเงามายา มุ่งหน้าสู่หอคอยแห่งดวงดาว แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องร่างของพวกเขา สร้างเงาทอดยาวไปบนพื้นดินเบื้องหน้า เอลาริสรู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่เปี่ยมล้น เธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมาลากอร์ และยุติความชั่วร้ายของเขาให้ได้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!