คทาสุริยัน

ตอนที่ 158 — ปริศนาแห่งจันทร์คู่และแผนการของมาลากอร์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 799 คำ

เมื่อเอลาริสออกมาจากวิหารแห่งจันทรา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นและพลังงานที่เปี่ยมล้น คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องแสงทั้งสีทองและสีน้ำเงินเข้มอย่างสมดุลกัน ราวกับเป็นสัญลักษณ์แห่งการรวมพลังสุริยะและจันทราเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์

“เอลาริส! เจ้าปลอดภัยดีหรือ?” ไลราเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ขณะที่วิ่งเข้าไปหาเพื่อนสาว

“ข้าปลอดภัยดี” ‌เอลาริสตอบด้วยรอยยิ้ม “และข้าก็ได้ปลดล็อคพลังที่แท้จริงของคทาได้แล้ว”

เคเอล ฟาเอแลน และท่านอาจารย์เอลดรินเดินเข้ามาใกล้ พวกเขาสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเอลาริส พลังงานที่แผ่ออกมาจากเธอแตกต่างไปจากเดิม มันบริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งกว่าที่เคย

“ยอดเยี่ยมมากศิษย์รัก” ท่านอาจารย์เอลดรินกล่าวด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ ​“บัดนี้เจ้าได้ควบคุมพลังสุริยะและจันทราได้อย่างสมบูรณ์แล้ว”

ฟาเอแลนพยักหน้าอย่างตื่นเต้น “ในคัมภีร์สุริยันจันทรากล่าวว่าเมื่อพลังทั้งสองรวมกัน คทาจะสามารถเปิดเผยความลับที่ซ่อนเร้น และเป็นกุญแจสำคัญในการเผชิญหน้ากับราชาปีศาจมาลากอร์ได้”

“แล้วเราจะต้องทำอย่างไรต่อไป?” เอลาริสเอ่ยถาม เธอรู้สึกถึงพลังงานที่มากมายมหาศาลที่อยู่ในตัวเธอ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้มันอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“เราจะต้องกลับไปยังวิหารสุริยัน” ท่านอาจารย์เอลดรินตอบ ‍“ที่นั่นมีห้องลับอีกแห่งหนึ่งที่เก็บรักษาแผนที่โบราณและข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสุริยคราสแห่งจันทร์คู่และแผนการของมาลากอร์”

การเดินทางกลับไปยังวิหารสุริยันเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นกว่าการเดินทางมายังหุบเขาแห่งเงามากนัก พลังที่สมดุลของคทาสุริยันจันทราดูเหมือนจะช่วยขับไล่สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดมิดและพลังงานชั่วร้ายที่เคยปกคลุมเส้นทางให้หายไป ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสดใสและปลอดภัยขึ้น

เมื่อกลับมาถึงวิหารสุริยัน ท่านอาจารย์เอลดรินนำพวกเขาไปยังห้องลับที่ซ่อนอยู่ใต้แท่นบูชาหลักของวิหาร ห้องนั้นเต็มไปด้วยแผนที่โบราณที่วาดด้วยมือ อุปกรณ์ดาราศาสตร์ที่ซับซ้อน และตำราเก่าแก่ที่พูดถึงปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์และเวทมนตร์

ฟาเอแลนรีบเข้าไปสำรวจตำราและแผนที่เหล่านั้นทันที ด้วยความช่วยเหลือจากคทาสุริยันจันทราของเอลาริสที่ส่องแสงสว่างจ้าลงบนเอกสารเก่าแก่ ‌ทำให้ตัวอักษรและสัญลักษณ์ต่างๆ ปรากฏชัดเจนขึ้น

“เจอแล้ว!” ฟาเอแลนอุทานด้วยความตื่นเต้นหลังจากใช้เวลาค้นคว้าอยู่หลายชั่วโมง “นี่คือแผนที่ของอาณาจักรโบราณที่แสดงตำแหน่งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญทั้งหมด และนี่...นี่คือแผนภูมิการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ทั้งสองดวง!”

เขาคลี่แผนภูมิขนาดใหญ่ออกบนโต๊ะหินอ่อน มันแสดงให้เห็นถึงการโคจรของดวงจันทร์สองดวงที่หมุนรอบโลก ดวงจันทร์ดวงหนึ่งมีสีเงินสุกใส อีกดวงหนึ่งมีสีแดงก่ำ

“ดวงจันทร์สีเงินคือดวงจันทร์ปกติของเรา” ‍ท่านอาจารย์เอลดรินอธิบาย “ส่วนดวงจันทร์สีแดงคือดวงจันทร์แห่งเงา ที่ปรากฏขึ้นมาเมื่อพันปีที่แล้วพร้อมกับการกำเนิดของมาลากอร์”

“แล้วสุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่?” เอลาริสเอ่ยถามด้วยความกังวล

ฟาเอแลนชี้ไปที่จุดหนึ่งบนแผนภูมิ “ตามการคำนวณจากแผนภูมิโบราณ สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ถึงเดือนข้างหน้า!”

ทุกคนในห้องถึงกับตกใจกับข่าวที่ได้รับ เวลาที่เหลืออยู่มีน้อยกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก

“แล้วแผนการของมาลากอร์คืออะไร?” เคเอลเอ่ยถาม ​สีหน้าเคร่งขรึม

ฟาเอแลนพลิกหน้าคัมภีร์สุริยันจันทราอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชี้ไปที่ภาพวาดโบราณที่แสดงถึงพิธีกรรมอันน่าสะพรึงกลัว “ในตำรากล่าวว่ามาลากอร์จะใช้พลังงานจากสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ เพื่อเปิดประตูสู่มิติแห่งความมืดมิด และปลดปล่อยกองทัพปีศาจทั้งหมดออกมาเพื่อยึดครองโลกใบนี้”

“ประตูสู่มิติแห่งความมืดมิดอยู่ที่ไหน?” เอลาริสเอ่ยถาม

ฟาเอแลนชี้ไปที่จุดหนึ่งบนแผนที่โบราณ “ตามตำนานแล้ว ประตูนั้นตั้งอยู่ที่ ​‘ยอดเขาแห่งการทำลายล้าง’ ซึ่งเป็นสถานที่ที่พลังงานแห่งความมืดมิดเข้มข้นที่สุด และเป็นที่ที่มาลากอร์เคยถูกผนึกไว้เมื่อพันปีก่อน”

เอลาริสรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ ยอดเขาแห่งการทำลายล้างเป็นสถานที่ที่เล่าขานกันมาในตำนานว่าเป็นที่สถิตของความชั่วร้าย และไม่มีใครเคยรอดชีวิตกลับมาจากการเดินทางไปยังที่นั่นได้

“เราต้องไปที่นั่น” เอลาริสกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “เราต้องหยุดมาลากอร์ก่อนที่มันจะเปิดประตูได้สำเร็จ”

“แต่มันอันตรายเกินไป เอลาริส” ​ไลราเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง “ยอดเขาแห่งการทำลายล้างเต็มไปด้วยปีศาจและกับดัก และพลังของมาลากอร์ก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้”

“ข้ารู้” เอลาริสตอบ “แต่ข้าคือทายาทแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา และข้าคือผู้ถือครองคทาแห่งแสง นี่คือพันธสัญญาของข้า ข้าจะไม่ยอมให้มาลากอร์ทำลายโลกใบนี้”

ท่านอาจารย์เอลดรินพยักหน้าอย่างช้าๆ “เอลาริสพูดถูก นี่คือภารกิจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง”

เคเอลวางมือบนไหล่ของเอลาริส “พวกเราจะไปกับเจ้า เอลาริส ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะสู้เคียงข้างเจ้าจนถึงที่สุด”

ไลราพยักหน้าอย่างหนักแน่น “เราจะปกป้องเจ้า”

ฟาเอแลนยิ้ม “และข้าจะใช้ความรู้ทั้งหมดที่มีเพื่อช่วยนำทางพวกเรา”

เอลาริสมองหน้าสหายแต่ละคน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและพลังใจ เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังในการต่อสู้ครั้งนี้

“เราต้องวางแผนอย่างรอบคอบ” ท่านอาจารย์เอลดรินกล่าว “คทาสุริยันจันทรามีพลังในการผนึกมาลากอร์ไว้ แต่การจะทำเช่นนั้นได้ เจ้าจะต้องรวบรวมพลังงานที่บริสุทธิ์ที่สุดจากแหล่งกำเนิดแห่งแสงและเงา และใช้มันในจังหวะที่เหมาะสมในช่วงสุริยคราสแห่งจันทร์คู่”

ฟาเอแลนเปิดคัมภีร์สุริยันจันทราอีกครั้ง “ในตำรากล่าวถึง ‘ศิลาแห่งดวงดาว’ ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์โบราณที่สามารถรวบรวมพลังงานจากดวงดาวและใช้มันเพื่อเสริมพลังให้กับคทาสุริยันจันทราได้”

“ศิลาแห่งดวงดาวอยู่ที่ไหน?” เอลาริสเอ่ยถาม

ฟาเอแลนชี้ไปที่จุดหนึ่งบนแผนที่ “ตามแผนที่ ศิลาแห่งดวงดาวถูกเก็บรักษาไว้ที่ ‘วิหารแห่งแสงดาว’ ซึ่งอยู่บนภูเขาสูงทางทิศตะวันออกของอาณาจักร เป็นสถานที่ที่ถูกซ่อนเร้นไว้ด้วยเวทมนตร์โบราณ”

“ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องไปที่วิหารแห่งแสงดาวก่อน” เอลาริสกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “เราต้องรวบรวมพลังทั้งหมดที่เราจะทำได้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย”

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขารู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความอันตรายและอุปสรรค แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เพื่อปกป้องโลกใบนี้จากเงื้อมมือของราชาปีศาจมาลากอร์

ปริศนาแห่งจันทร์คู่และแผนการของมาลากอร์ได้ถูกเปิดเผยแล้ว และบัดนี้ กลุ่มผู้พิทักษ์แห่งแสงก็พร้อมที่จะออกเดินทางเพื่อทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ เพื่อนำแสงสว่างกลับคืนมาสู่โลกใบนี้ให้ได้อีกครั้ง

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!