โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 804 คำ
ข่าวจากไลราที่ว่าสุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะมาถึงในอีกสามวันข้างหน้า สร้างความตื่นตระหนกและความกดดันอย่างมหาศาลให้แก่เอลาริสและสหาย เวลาที่เหลืออยู่น้อยนิด ทำให้พวกเขาต้องรีบเร่งหาทางหยุดยั้งแผนการอันชั่วร้ายของราชาปีศาจมาลากอร์
"สามวัน!" เซรอสคำราม "เราจะหยุดยั้งมันได้อย่างไรในเวลาอันสั้นเช่นนี้!"
"เราต้องทำ!" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายเจิดจ้า ตอบรับกับความมุ่งมั่นของเธอ "ไลรา! เจ้าได้ข้อมูลอะไรมาอีกบ้างเกี่ยวกับแผนการของมาลากอร์?"
ไลราพยักหน้า สีหน้าของเธอยังคงซีดเซียวจากความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาของเธอก็ยังคงเปี่ยมด้วยสติปัญญา "ข้าได้เดินทางไปยังห้องสมุดโบราณแห่งหนึ่งที่ถูกทิ้งร้าง และพบตำราต้องห้ามที่กล่าวถึงสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ และแผนการของมาลากอร์"
"ตำรานั้นระบุว่า มาลากอร์ต้องการใช้พลังงานของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์ทั้งสองดวงโคจรมาบดบังดวงอาทิตย์พร้อมกันอย่างสมบูรณ์ เพื่อเป็นช่องทางในการปลดปล่อย 'มิติแห่งความมืด' ซึ่งเป็นดินแดนต้นกำเนิดของปีศาจทั้งหมด ให้เชื่อมต่อกับโลกของเราอย่างถาวร"
"และจุดศูนย์กลางของแผนการนี้คือ 'วิหารแห่งสุริยันจันทราโบราณ' ซึ่งเป็นสถานที่ที่ราชวงศ์โบราณเคยใช้ผนึกมาลากอร์ไว้ในอดีต มาลากอร์กำลังพยายามที่จะใช้พลังงานของวิหารนั้น ผสมผสานกับพลังของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ เพื่อเปิดประตูมิติขนาดใหญ่ที่ไม่มีวันปิดลง"
คำบอกเล่าของไลราทำให้ทุกคนตกตะลึง หากมาลากอร์ทำสำเร็จ โลกนี้ก็จะกลายเป็นดินแดนของปีศาจอย่างสมบูรณ์ และไม่มีใครสามารถหยุดยั้งมันได้อีกต่อไป
"วิหารแห่งสุริยันจันทราโบราณอยู่ที่ไหน?" เอลาริสถาม
"มันอยู่ที่ 'เกาะลอยฟ้าแห่งอาทิตย์อัสดง'" ไลราตอบ "เป็นเกาะลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่เหนือเมฆหมอกมานานนับพันปี มีเพียงผู้ที่รู้เส้นทางที่แท้จริงเท่านั้นจึงจะสามารถไปถึงได้"
"แล้วเราจะไปถึงที่นั่นได้อย่างไรในสามวัน!" เฟรย์อุทาน "มันเป็นไปไม่ได้!"
"มีทางเดียว" ไลรากล่าว "เราต้องใช้ 'เรือเหาะแห่งแสง' ซึ่งเป็นยานพาหนะเวทมนตร์โบราณที่ซ่อนอยู่ใน 'เมืองแห่งปราชญ์เอลเลนธอร์'"
"เมืองแห่งปราชญ์เอลเลนธอร์!" เซรอสอุทาน "ที่นั่นเป็นเมืองที่ถูกทิ้งร้างมานานแล้ว ไม่มีใครกล้าเข้าไปเพราะว่ามีปีศาจและกับดักมากมาย"
"แต่เราไม่มีทางเลือกอื่น" ไลราตอบ "เรือเหาะแห่งแสงเป็นความหวังเดียวของเราที่จะไปถึงเกาะลอยฟ้าแห่งอาทิตย์อัสดงได้ทันเวลา"
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าหนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอันตราย แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น เธอต้องทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ และปกป้องโลกใบนี้ให้ได้
"เราจะไปเมืองแห่งปราชญ์เอลเลนธอร์กันเดี๋ยวนี้!" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "เราจะเอาเรือเหาะแห่งแสงมาให้ได้!"
การเดินทางสู่เมืองแห่งปราชญ์เอลเลนธอร์เริ่มต้นขึ้นด้วยความเร่งรีบ พวกเขาต้องเดินทางผ่านป่าทึบและภูเขาหิน ใช้เวลาเกือบหนึ่งวันเต็มกว่าจะมาถึงเมืองที่ถูกทิ้งร้างแห่งนั้น
เมืองแห่งปราชญ์เอลเลนธอร์เป็นซากปรักหักพังของนครที่เคยรุ่งเรืองด้วยเวทมนตร์ อาคารหินอ่อนที่เคยงดงามบัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์และมอสเขียวครึ้ม ถนนที่เคยเต็มไปด้วยผู้คนบัดนี้กลับเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดหวิวและเสียงกรอบแกรบของใบไม้แห้ง
"ที่นี่มันวังเวงกว่าที่คิด" เฟรย์กระซิบ
"ระวังตัวให้ดี" เซรอสเตือน "มาลากอร์อาจจะส่งสมุนมาเฝ้ารอเราอยู่ที่นี่แล้ว"
และพวกเขาก็คิดไม่ผิด ทันทีที่พวกเขาเดินเข้าไปในใจกลางเมือง ซากปรักหักพังของอาคารต่างๆ ก็เริ่มสั่นสะเทือน และร่างของ "โกเลมเงามืด" ก็ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด มันคือโกเลมขนาดใหญ่ที่ทำจากหินและพลังงานมืด ดวงตาของมันเรืองรองด้วยแสงสีแดงฉาน และทุกการเคลื่อนไหวของมันจะทิ้งร่องรอยของความมืดมิดไว้เบื้องหลัง
"พวกมันคือผู้พิทักษ์ของเมืองแห่งนี้" ไลรากล่าว "พวกมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องความลับของที่นี่"
โกเลมเงามืดพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว แขนขนาดใหญ่ของมันกวาดไปมาอย่างบ้าคลั่ง เซรอสพุ่งเข้าขวางทางอย่างกล้าหาญ ดาบของเขากวัดแกว่งเข้าปะทะกับหินของโกเลม แต่ก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงได้
เอลาริสรู้ว่าเธอต้องใช้พลังแห่งสุริยันจันทราเพื่อทำลายโกเลมเงามืด เธอรวบรวมพลังแห่งสุริยันและจันทราเข้าไว้ในคทา แสงสีม่วงขาวเจิดจ้าเปล่งประกายออกมาจากปลายคทา
"ไปซะ!" เอลาริสตะโกน เธอปล่อยลำแสงพลังงานพุ่งเข้าใส่โกเลมเงามืดอย่างจัง แสงสีม่วงขาวปะทะกับหินของมัน ทำให้เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง โกเลมเงามืดเริ่มแตกร้าวและสลายหายไปในอากาศ
แต่พวกมันก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกหลายตัว โกเลมเงามืดจำนวนมากพุ่งเข้ามารุมล้อมพวกเขาจากทุกทิศทาง
"เราจะจัดการกับพวกมันอย่างไรหมด!" เฟรย์อุทาน
"เราไม่จำเป็นต้องจัดการกับพวกมันทั้งหมด!" ไลรากล่าว "เราแค่ต้องไปให้ถึงเรือเหาะแห่งแสง! มันถูกซ่อนอยู่ในหอคอยเวทมนตร์ที่สูงที่สุดของเมือง!"
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าพวกเขาไม่มีเวลาที่จะต่อสู้กับพวกมันทั้งหมด เธอใช้คทาสุริยันจันทราสร้างโล่พลังงานสีม่วงขาวขึ้นมาป้องกันตัวเองและเพื่อนๆ จากการโจมตีของโกเลมเงามืด
"เร็วเข้า!" เอลาริสตะโกน "เราต้องไปที่หอคอย!"
เซรอสและเฟรย์ไม่รอช้า พวกเขาวิ่งไปตามทางที่ไลราชี้บอก โดยมีเอลาริสคอยสร้างโล่ป้องกันอยู่เบื้องหลัง โกเลมเงามืดพยายามเข้ามาขัดขวาง แต่โล่พลังงานของเอลาริสก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกมันจะทำลายได้
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงหอคอยเวทมนตร์ที่สูงที่สุดของเมือง มันเป็นหอคอยที่ทำจากหินอ่อนสีขาวนวล แต่บัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์และมอสเขียวครึ้ม ประตูทางเข้าถูกทำลายลง และภายในก็มืดมิด
"เรือเหาะแห่งแสงอยู่ที่นี่" ไลรากล่าว "แต่เราต้องปลดล็อกมันก่อน"
เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปในหอคอย พวกเขาก็พบกับห้องโถงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางหอคอย และกลางห้องโถงนั้น มีเรือเหาะขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้และโลหะสีทองกำลังจอดอยู่ มันเป็นเรือเหาะที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม มีปีกที่ทำจากผ้าไหมสีขาว และมีลูกแก้วเวทมนตร์ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางเรือเหาะ
"มันคือเรือเหาะแห่งแสง!" ไลราอุทานด้วยความตื่นเต้น
แต่แล้ว เสียงหัวเราะอันน่าขนลุกก็ดังขึ้นจากเงามืด และร่างของ "จอมเวทเงา" ก็ปรากฏตัวขึ้น มันคือจอมเวทที่มีใบหน้าซีดเซียว ดวงตาเรืองรองด้วยแสงสีม่วงเข้ม และมือของเขากำลังถือคทาเวทมนตร์ที่ปลายคทามีลูกแก้วเวทมนตร์สีดำสนิท
"พวกเจ้าไม่มีทางได้เรือเหาะแห่งแสงไปหรอก!" จอมเวทเงากล่าว "มาลากอร์กำลังรอคอยพวกเจ้าอยู่ และเรือเหาะแห่งนี้จะพาพวกเจ้าไปสู่ความตายเท่านั้น!"
เอลาริสรู้ว่านี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายก่อนที่พวกเขาจะไปถึงเกาะลอยฟ้าแห่งอาทิตย์อัสดง เธอต้องเอาชนะจอมเวทเงา เพื่อให้ได้เรือเหาะแห่งแสงมา และไปหยุดยั้งมาลากอร์ให้ได้ ก่อนที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะปลดปล่อยความมืดมิดสู่ทุกอาณาจักร.

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก