คทาสุริยัน

ตอนที่ 222 — สู่ยอดเขาแห่งการทำลายล้าง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 779 คำ

ด้วยพลังจากศิลาแห่งดวงดาวที่รวมเข้ากับคทาสุริยันจันทรา เอลาริสและสหายจึงพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับโชคชะตา พวกเขาไม่ได้เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว หลังจากออกจากวิหารแห่งแสงดาว ก็มุ่งหน้าสู่จุดหมายสุดท้าย นั่นคือ ‘ยอดเขาแห่งการทำลายล้าง’ สถานที่ที่ราชาปีศาจมาลากอร์กำลังเตรียมพิธีกรรมชั่วร้ายเพื่อปลดปล่อยความมืดมิดสู่โลก

การเดินทางไปยังยอดเขาแห่งการทำลายล้างนั้นแตกต่างจากการเดินทางครั้งก่อนๆ ‌อย่างสิ้นเชิง ท้องฟ้าเหนือยอดเขาถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึนตลอดเวลา มีฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างเป็นระยะๆ อากาศหนักอึ้งไปด้วยกลิ่นกำมะถันและกลิ่นอายของความชั่วร้าย ต้นไม้รอบๆ บริเวณนั้นแห้งเหี่ยวตายกลายเป็นสีดำสนิท พื้นดินแตกระแหงและมีลาวาสีแดงฉานไหลเอื่อยๆ ราวกับว่าโลกกำลังจะแตกสลาย

คทาสุริยันจันทราในมือของเอลาริสเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นกว่าเดิม ​แสงสีทอง สีน้ำเงินเข้ม และสีฟ้าอ่อนจากศิลาแห่งดวงดาวผสมผสานกันอย่างลงตัว สร้างเกราะป้องกันบางๆ รอบตัวพวกเขา ช่วยขับไล่ความมืดมิดและพลังงานชั่วร้ายที่พยายามจะเข้าครอบงำจิตใจ

“พลังงานที่นี่เข้มข้นมาก” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น แม้เธอจะรู้สึกได้ถึงความกดดันมหาศาล ‍แต่เธอก็ไม่แสดงความหวาดกลัวออกมา “มาลากอร์กำลังใช้พลังทั้งหมดเพื่อเตรียมพิธีกรรม”

“ระวังตัวไว้ทุกคน” เคเอลกล่าว ดาบของเขาถูกดึงออกจากฝัก เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ตลอดเวลา “เราต้องผ่านไปให้ได้”

ไลราพยักหน้า ลูกธนูของเธอถูกเตรียมพร้อมไว้ในคันธนู “เราจะปกป้องเอลาริส”

ฟาเอแลนอ่านคัมภีร์สุริยันจันทราอย่างละเอียด ‌“ในตำรากล่าวว่าเมื่อเข้าใกล้ใจกลางของยอดเขาแห่งการทำลายล้าง อุปสรรคจะทวีความรุนแรงขึ้น ปีศาจและสิ่งมีชีวิตที่ถูกมาลากอร์บิดเบือนจะปรากฏตัวออกมาเพื่อขัดขวางเรา”

และเป็นไปตามที่ฟาเอแลนกล่าว ยิ่งพวกเขาเดินขึ้นไปบนยอดเขาสูงเท่าไหร่ จำนวนของปีศาจและสิ่งมีชีวิตประหลาดก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น พวกมันมีรูปร่างที่น่าเกลียดน่ากลัว มีเขี้ยวเล็บคมกริบ และดวงตาสีแดงฉานที่เปล่งประกายด้วยความชั่วร้าย

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ‍เคเอลพุ่งเข้าใส่ศัตรูอย่างกล้าหาญ ดาบของเขาสับฟันปีศาจล้มลงทีละตัว ไลราใช้ความคล่องแคล่วของเธอในการหลบหลีกการโจมตี และยิงธนูใส่จุดอ่อนของปีศาจอย่างแม่นยำ ฟาเอแลนร่ายเวทมนตร์ป้องกันและโจมตีจากระยะไกล ช่วยสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม และเอลาริสใช้พลังของคทาสุริยันจันทราในการสร้างกำแพงแสง โจมตีด้วยลำแสงสุริยะ ​และรักษาบาดแผลให้สหาย

แม้จะเหนื่อยล้า แต่พวกเขาก็ไม่ยอมแพ้ พวกเขาสู้ด้วยความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นในเป้าหมายของตนเอง

ในระหว่างการต่อสู้ครั้งหนึ่ง เอลาริสถูกปีศาจตัวหนึ่งเข้าโจมตีจากด้านหลัง เคเอลพุ่งเข้ามาช่วยเธอทันเวลา แต่เขาก็ถูกปีศาจอีกตัวหนึ่งโจมตีจนได้รับบาดเจ็บที่แขน

“เคเอล!” เอลาริสอุทานด้วยความตกใจ เธอรีบใช้พลังของคทารักษาบาดแผลให้เขา ​แต่ก็รู้สึกถึงความโกรธแค้นที่พุ่งพล่านอยู่ในใจ

“ไม่เป็นไร เอลาริส” เคเอลกล่าวด้วยสีหน้าเจ็บปวด “ข้ายังไหว”

ความโกรธแค้นในใจของเอลาริสทำให้พลังของคทาสุริยันจันทราเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นกว่าเดิม เธอปล่อยลำแสงสุริยะที่ทรงพลังเข้าใส่ปีศาจตัวนั้นจนมันสลายหายไปในพริบตา

“พวกมันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ” ไลรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหอบ “เราต้องรีบไปจากที่นี่”

พวกเขาพยายามเดินหน้าต่อไป แต่ดูเหมือนว่าปีศาจจะไม่มีที่สิ้นสุด ​พวกมันโผล่ออกมาจากเงามืดทุกทิศทุกทาง ล้อมรอบพวกเขาไว้

“เราต้องหาทางผ่านพวกมันไปให้ได้!” ฟาเอแลนกล่าว

ทันใดนั้น ท่านอาจารย์เอลดรินก็เดินออกมาข้างหน้า เขาชูไม้เท้าขึ้นเหนือศีรษะ และร่ายบทสวดมนต์โบราณ แสงสีเงินเรืองรองก็สว่างวาบขึ้นรอบตัวเขา พลังเวทมนตร์อันมหาศาลแผ่กระจายออกไป ผลักดันปีศาจที่อยู่รอบตัวให้กระเด็นออกไป

“จงไปซะพวกเจ้า” ท่านอาจารย์เอลดรินกล่าวด้วยเสียงที่หนักแน่น “ข้าจะถ่วงเวลาพวกมันไว้เอง”

“ท่านอาจารย์!” เอลาริสอุทานด้วยความตกใจ “ท่านจะทำอะไร?”

“นี่คือหน้าที่ของข้า เอลาริส” ท่านอาจารย์เอลดรินตอบด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “เจ้าคือความหวังสุดท้ายของโลกใบนี้ เจ้าจะต้องไปหยุดมาลากอร์ให้ได้”

“ไม่ ท่านอาจารย์!” เอลาริสพยายามจะวิ่งกลับไปหาเขา แต่เคเอลจับแขนของเธอไว้แน่น

“เราไม่มีเวลาแล้ว เอลาริส” เคเอลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด “ท่านอาจารย์เชื่อมั่นในตัวเจ้า”

เอลาริสมองไปยังท่านอาจารย์เอลดรินเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา แต่เธอก็รู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น เธอต้องทำตามคำสั่งของอาจารย์ เพื่อปกป้องโลกใบนี้

“ข้าจะกลับมาหาท่าน ท่านอาจารย์!” เธอตะโกนออกไป ก่อนจะหันหลังกลับและวิ่งไปข้างหน้าพร้อมกับสหายที่เหลือ

ท่านอาจารย์เอลดรินยิ้มให้ศิษย์ของเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับกองทัพปีศาจที่กำลังกรูกันเข้ามา เขาร่ายเวทมนตร์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ สร้างกำแพงแสงที่ส่องสว่างจ้าขึ้นมา ป้องกันไม่ให้ปีศาจตามพวกเขาไปได้

เอลาริสและสหายวิ่งขึ้นไปบนยอดเขาโดยไม่หันกลับมามอง พวกเขาวิ่งอย่างสุดกำลัง โดยมีเสียงของการต่อสู้ที่ดังก้องอยู่เบื้องหลังในใจของเอลาริสเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความมุ่งมั่น เธอจะไม่ยอมให้การเสียสละของท่านอาจารย์เอลดรินต้องสูญเปล่า

ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงยอดเขาแห่งการทำลายล้าง ที่นั่นมีแท่นพิธีกรรมขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ถูกล้อมรอบด้วยอักขระเวทมนตร์แห่งความมืดที่เปล่งแสงสีแดงฉาน และตรงกลางแท่นพิธีกรรมนั้น ราชาปีศาจมาลากอร์กำลังยืนตระหง่านอยู่ ร่างกายของมันสูงใหญ่กำยำ ปกคลุมด้วยเกราะสีดำสนิท มีปีกค้างคาวขนาดมหึมาแผ่กางออก ดวงตาของมันเปล่งแสงสีแดงฉาน และมีรอยยิ้มอันชั่วร้ายปรากฏอยู่บนใบหน้า

เหนือศีรษะของมัน ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึน และดวงจันทร์ทั้งสองดวงกำลังโคจรเข้ามาบดบังดวงอาทิตย์อย่างช้าๆ สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว

“ในที่สุดเจ้าก็มาถึงสินะ...ทายาทคนสุดท้ายแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา” เสียงทุ้มต่ำของมาลากอร์ดังก้องไปทั่วบริเวณ “แต่เจ้ามาสายเกินไปแล้ว พลังแห่งความมืดมิดกำลังจะถูกปลดปล่อย และโลกใบนี้จะตกเป็นของข้า!”

เอลาริสชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีทอง สีน้ำเงินเข้ม และสีฟ้าอ่อนจากคทาส่องสว่างจ้าขึ้น ขับไล่ความมืดมิดที่ปกคลุมอยู่รอบตัวเธอ

“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำได้ มาลากอร์!” เอลาริสตะโกน “ข้าจะหยุดเจ้า!”

เคเอล ไลรา และฟาเอแลนยืนอยู่เคียงข้างเธอ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะต่อสู้

การต่อสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อชะตากรรมของโลกใบนี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว บนยอดเขาแห่งการทำลายล้าง ภายใต้สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่กำลังจะมาถึง

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!