คทาสุริยัน

ตอนที่ 254 — การเผชิญหน้ากับราชาปีศาจมาลากอร์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 751 คำ

ยอดเขาแห่งการทำลายล้างถูกปกคลุมด้วยเงามืดมิดยามสุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังคืบคลานเข้ามา แสงอาทิตย์ถูกบดบังด้วยดวงจันทร์สีเงินและดวงจันทร์สีแดงก่ำ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวบนท้องฟ้า ราชาปีศาจมาลากอร์ยืนตระหง่านอยู่บนแท่นพิธีกรรม ร่างกายสูงใหญ่กำยำของมันเปล่งประกายพลังงานแห่งความชั่วร้าย ดวงตาแดงก่ำราวกับถ่านเพลิงจ้องมองมายังเอลาริสและสหายด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะกล้าหาญเกินตัวไปหน่อยนะ ทายาทแห่งแสง” เสียงของมาลากอร์ดังก้องไปทั่วบริเวณ ‌“แต่ความกล้าหาญเพียงอย่างเดียวไม่สามารถหยุดยั้งพลังแห่งความมืดมิดอันยิ่งใหญ่ของข้าได้หรอก!”

เอลาริสชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีทอง สีน้ำเงินเข้ม และสีฟ้าอ่อนจากศิลาแห่งดวงดาวผสานกันเป็นลำแสงอันเจิดจ้า ส่องสว่างขับไล่ความมืดมิดรอบตัวเธอออกไป

“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายโลกใบนี้ มาลากอร์!” เอลาริสตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “และข้าไม่ได้มาที่นี่เพียงลำพัง!”

เคเอลพุ่งเข้าใส่มาลากอร์เป็นคนแรก ​ดาบของเขาส่องประกายสีเงินวาววับขณะที่ฟาดฟันเข้าใส่เกราะสีดำของราชาปีศาจ แต่ดาบของเขากลับไม่สามารถทำอันตรายมาลากอร์ได้แม้แต่น้อย มาลากอร์ปัดดาบของเคเอลออกอย่างง่ายดาย และผลักร่างของเคเอลจนกระเด็นไปกระแทกกับก้อนหิน

“เคเอล!” ไลราตะโกน เธอระดมยิงธนูใส่มาลากอร์อย่างไม่ยั้ง แต่ลูกธนูของเธอก็ไม่อาจเจาะทะลุเกราะของมันได้ มาลากอร์สะบัดมือเพียงครั้งเดียว ‍พลังงานแห่งความมืดมิดก็พุ่งเข้าใส่ไลราจนเธอล้มลง

“พวกเจ้าอ่อนแอเกินไป!” มาลากอร์หัวเราะเยาะ “ไม่มีใครในโลกนี้จะสามารถหยุดข้าได้!”

ฟาเอแลนร่ายเวทมนตร์ป้องกัน สร้างกำแพงพลังงานขึ้นมารอบตัวเอลาริส แต่มาลากอร์ก็ทำลายกำแพงนั้นลงอย่างง่ายดายด้วยพลังเพียงเล็กน้อย

“เอลาริส! เจ้าต้องใช้พลังของคทาให้เต็มที่!” ฟาเอแลนตะโกน “ตอนนี้แหละคือเวลา!”

เอลาริสมองดูสหายของเธอที่กำลังต่อสู้ด้วยความยากลำบาก ‌ความโกรธแค้นและความมุ่งมั่นพลันก่อตัวขึ้นในจิตใจ เธอรู้ว่านี่คือการต่อสู้ที่เธอจะต้องทำมันให้สำเร็จ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อทุกคน เพื่อโลกใบนี้ และเพื่อการเสียสละของท่านอาจารย์เอลดริน

เธอหลับตาลง รวบรวมสมาธิทั้งหมด เธอรู้สึกถึงพลังงานอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในคทาสุริยันจันทรา ‍ทั้งพลังสุริยะ พลังจันทรา และพลังแห่งดวงดาว เธอเชื่อมโยงจิตวิญญาณของเธอเข้ากับคทาอย่างสมบูรณ์ และเปล่งเสียงบทสวดมนต์โบราณที่เธอเคยอ่านเจอในคัมภีร์สุริยันจันทรา

ทันทีที่บทสวดมนต์สิ้นสุดลง คทาสุริยันจันทราก็เปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แสงนั้นพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าที่กำลังมืดมิด และฉีกผ่านเมฆดำทะมึนออกไป ​ราวกับลำแสงแห่งความหวังที่ส่องลงมาจากสรวงสวรรค์

มาลากอร์ถึงกับชะงัก มันมองไปยังแสงสว่างที่พวยพุ่งออกมาจากคทาด้วยความตกใจและไม่พอใจ

“เจ้า...เจ้าปลดล็อคพลังที่แท้จริงของคทาได้แล้วอย่างนั้นหรือ!” มาลากอร์คำรามด้วยความโกรธ

“ใช่แล้ว มาลากอร์!” เอลาริสตะโกน “และข้าจะใช้มันเพื่อผนึกเจ้าไว้ชั่วนิรันดร์!”

เธอชี้คทาตรงไปยังมาลากอร์ ลำแสงอันทรงพลังทั้งสามสีก็พุ่งเข้าใส่ราชาปีศาจอย่างรวดเร็ว มาลากอร์พยายามจะป้องกันตัวเองด้วยพลังแห่งความมืดมิด ​แต่ลำแสงจากคทาของเอลาริสก็ทรงพลังเกินกว่าที่มันจะต้านทานได้ ลำแสงนั้นพุ่งทะลุเกราะของมาลากอร์ และตรึงร่างของมันไว้กับแท่นพิธีกรรม

มาลากอร์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของมันถูกแสงสว่างจากคทาเผาผลาญอย่างช้าๆ

“ไม่! เป็นไปไม่ได้! ข้าคือราชาปีศาจ! ข้าจะไม่มีวันพ่ายแพ้!” มาลากอร์คำราม

“พลังแห่งสุริยะ ​จันทรา และดวงดาวจะผนึกเจ้าไว้!” เอลาริสกล่าว เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่เธอมี และผลักดันลำแสงจากคทาเข้าใส่มาลากอร์อย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ก็ดำเนินไปจนถึงจุดสูงสุด ดวงจันทร์ทั้งสองดวงโคจรมาบดบังดวงอาทิตย์อย่างสมบูรณ์ แสงจันทร์สีเงินและสีแดงก่ำส่องลงมายังยอดเขาแห่งการทำลายล้าง สร้างบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวและศักดิ์สิทธิ์ไปพร้อมๆ กัน

ในห้วงเวลาแห่งสุริยคราสนั้นเอง พลังจากคทาสุริยันจันทราก็พวยพุ่งออกมาอย่างรุนแรงที่สุด ลำแสงสามสีหมุนวนรอบตัวมาลากอร์ สร้างวงแหวนแห่งแสงที่ค่อยๆ หดตัวลง เรืองแสงเป็นอักขระโบราณที่ส่องประกายสว่างจ้า

มาลากอร์พยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่พลังจากคทาของเอลาริสก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่มันจะต้านทานได้ ร่างกายของมันค่อยๆ ถูกดูดกลืนเข้าไปในวงแหวนแห่งแสง อักขระโบราณเปล่งประกายสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งกลืนกินร่างของมาลากอร์ไปจนหมดสิ้น

เสียงกรีดร้องอันน่าสะพรึงกลัวของมาลากอร์ดังก้องไปทั่วหุบเขา ก่อนจะเงียบหายไปในที่สุด

เมื่อร่างของมาลากอร์หายไป วงแหวนแห่งแสงก็หดตัวลงกลายเป็นลูกแก้วขนาดเล็กที่เปล่งแสงสีม่วงหม่นๆ ลอยอยู่กลางอากาศ เอลาริสใช้พลังของคทาดึงลูกแก้วนั้นเข้ามาหาเธอ และผนึกมันไว้ภายในคทาสุริยันจันทรา

ทันทีที่มาลากอร์ถูกผนึก ความมืดมิดที่ปกคลุมยอดเขาแห่งการทำลายล้างก็ค่อยๆ จางหายไป เมฆดำทะมึนบนท้องฟ้าก็สลายตัวออกไป เผยให้เห็นท้องฟ้าสีครามที่กลับมาสดใสอีกครั้ง และดวงอาทิตย์ก็เริ่มส่องแสงออกมาจากหลังดวงจันทร์ทั้งสองดวงที่กำลังโคจรแยกจากกัน

พื้นดินที่เคยแตกระแหงและมีลาวาไหลเอื่อยๆ ก็ค่อยๆ เย็นลง และต้นไม้ที่เคยแห้งเหี่ยวก็เริ่มมีใบสีเขียวอ่อนๆ แตกออกมา ราวกับว่าโลกกำลังฟื้นคืนชีวิตอีกครั้ง

“เจ้าทำได้แล้ว เอลาริส!” ไลราอุทานด้วยความดีใจ เธอวิ่งเข้ามาสวมกอดเอลาริสอย่างแน่นหนา

เคเอลเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโล่งใจและภาคภูมิใจ “เจ้าคือผู้พิทักษ์ที่แท้จริง เอลาริส”

ฟาเอแลนยิ้มกว้าง “ตำนานได้กลายเป็นความจริงแล้ว”

เอลาริสยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน แต่ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสุขและความโล่งใจ เธอรู้สึกถึงพลังที่มากมายมหาศาลที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ แต่เป็นพลังที่สงบและบริสุทธิ์

“เราต้องกลับไปหาท่านอาจารย์เอลดริน” เอลาริสกล่าว “ข้าหวังว่าท่านจะปลอดภัย”

พวกเขาเดินลงจากยอดเขาแห่งการทำลายล้างด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยม เวทมนตร์ที่เคยเลือนหายไปจากโลก บัดนี้กำลังกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง และโลกใบนี้ก็ได้ถูกกอบกู้จากเงื้อมมือของราชาปีศาจมาลากอร์แล้ว ด้วยความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ของเด็กสาวกำพร้าผู้หนึ่ง

การเผชิญหน้ากับราชาปีศาจมาลากอร์ได้จบลงแล้ว และชัยชนะก็เป็นของแสงสว่าง

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!