คทาสุริยัน

ตอนที่ 127 — เบาะแสแห่งจันทราอัญมณีและน้ำตกห้วงนิทรา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 757 คำ

หลังจากความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจในการได้มาซึ่ง ‘แก่นสุริยัน’ จากใจกลางภูเขาไฟเพลิงทมิฬ เอลาริส ไลออน และลีรา ก็เดินทางออกจากป่าทมิฬแห่งเอลเดอร์ริน มุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไปที่ถูกระบุไว้ในบันทึกโบราณ: ‌‘วิหารใต้พิภพที่ถูกซ่อนเร้นภายใต้น้ำตกแห่งห้วงนิทรา’ การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ง่ายดายนัก พวกเขาต้องเดินเท้าผ่านที่ราบสูงอันแห้งแล้งที่เต็มไปด้วยพายุทราย ผ่านหุบเหวอันมืดมิดที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย และเผชิญหน้ากับเหล่าโจรป่าที่คอยดักปล้นสะดม แต่ด้วยแก่นสุริยันที่อยู่ในมือของเอลาริส พลังเวทของเธอก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ​มาได้อย่างปลอดภัย

ในระหว่างการเดินทาง ลีราก็ใช้เวลาว่างในการศึกษาแผนที่โบราณและบันทึกต่างๆ ที่เขามี เพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ‘น้ำตกแห่งห้วงนิทรา’

“ในบันทึกเก่าแก่ระบุว่า น้ำตกแห่งห้วงนิทราเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกปกป้องโดยเหล่าเทพธิดาแห่งจันทรา” ลีราเล่าในคืนหนึ่งขณะที่พวกเขากำลังก่อกองไฟพักแรม “ตำนานกล่าวว่า ‍ผู้ที่หลับใหลภายใต้น้ำตกแห่งนี้จะได้รับพรแห่งความฝันอันเป็นนิรันดร์ แต่ในขณะเดียวกัน ก็อาจถูกจองจำอยู่ในห้วงนิทราตลอดกาล หากจิตใจไม่เข้มแข็งพอ”

เอลาริสฟังด้วยความสนใจ เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แตกต่างจากแก่นสุริยันที่อยู่ในมือ แก่นสุริยันนั้นร้อนแรงและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา แต่จันทราอัญมณีคงเป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม เย็นเยียบและเปี่ยมด้วยความสงบ

“แล้ววิหารใต้พิภพเล่า?” ‌ไลออนถาม “มีอะไรเกี่ยวกับมันบ้าง?”

“วิหารใต้พิภพถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าจอมเวทแห่งจันทรา ผู้ที่เชื่อว่าพลังแห่งดวงจันทร์คือแหล่งกำเนิดของเวทมนตร์แห่งจิตวิญญาณ” ลีราตอบพลางก้มลงมองบันทึก “พวกเขาซ่อนจันทราอัญมณีไว้ที่นั่น เพื่อปกป้องมันจากผู้ที่คิดจะใช้พลังของมันไปในทางที่ผิด และยังเป็นที่ฝึกฝนเวทมนตร์แห่งจิตวิญญาณอีกด้วย”

เอลาริสรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังเชื่อมโยงกับอดีตที่คลุมเครือของราชวงศ์ของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เธอเริ่มเข้าใจถึงความสำคัญของคทาสุริยันจันทรา ‍และภารกิจที่เธอต้องแบกรับ

หลังจากเดินทางมาได้เกือบสองสัปดาห์ พวกเขาก็มาถึงบริเวณที่เป็นป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมด้วยมอสและเฟิร์นเขียวขจี อากาศที่นี่อบอ้าวและชื้นแฉะ แต่ก็เย็นสบายกว่าที่ราบสูงที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา

เสียงน้ำตกที่ดังกึกก้องแว่วมาแต่ไกล ทำให้พวกเขารู้ว่ากำลังเข้าใกล้จุดหมายแล้ว

“นั่นไง น้ำตกแห่งห้วงนิทรา!” ลีราร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น

เบื้องหน้าของพวกเขาคือน้ำตกขนาดมหึมาที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน ​น้ำใสสะอาดไหลลงกระทบกับแอ่งน้ำเบื้องล่าง เกิดเป็นละอองน้ำที่ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ แสงแดดที่สาดส่องลงมาสะท้อนกับละอองน้ำ เกิดเป็นรุ้งกินน้ำที่สวยงามจับตา แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความรู้สึกเยือกเย็นและลึกลับแฝงตัวอยู่ในบรรยากาศ

“มันสวยงามมาก” เอลาริสพึมพำ

“แต่ก็อันตรายด้วย” ไลออนเตือน ​“ข้ารู้สึกว่ามีพลังงานบางอย่างที่นี่ที่พยายามจะดึงดูดเราเข้าไป”

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ พวกเขาก็พบว่าใต้ฐานน้ำตกมีถ้ำขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ ปากถ้ำถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์และมอสเขียวชอุ่ม จนแทบมองไม่เห็นทางเข้า

“วิหารใต้พิภพน่าจะอยู่ในถ้ำแห่งนี้” ลีรากล่าว “แต่เราจะต้องระวังตัวให้ดี เพราะตำนานกล่าวว่าวิหารแห่งนี้มีกับดักและปริศนามากมายที่คอยปกป้องจันทราอัญมณี”

เมื่อก้าวเข้าสู่ถ้ำ ความเย็นเยียบก็แผ่ซ่านเข้ามาในทันที ​แสงสว่างจากภายนอกถูกบดบังไปเกือบทั้งหมด ทิ้งให้พวกเขาอยู่ในความมืดมิดที่ปกคลุมด้วยเสียงน้ำตกที่ดังก้องกังวาน ลีราต้องร่ายเวทส่องสว่างอีกครั้ง เพื่อนำทางให้พวกเขาเดินลึกเข้าไปในถ้ำ

ผนังถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยที่สวยงามราวกับประติมากรรมธรรมชาติ และมีรอยสลักรูปดวงจันทร์และดวงดาวปรากฏอยู่เป็นระยะๆ เอลาริสสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แตกต่างจากที่ภูเขาไฟเพลิงทมิฬ พลังงานที่นี่เยือกเย็น สงบ และเต็มไปด้วยความลึกลับ

“ดูนั่นสิ!” ไลออนชี้ไปที่พื้นถ้ำ “มีทางเดินที่ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์”

พวกเขาเดินตามทางเดินนั้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่อยู่ลึกเข้าไปในถ้ำ ห้องโถงแห่งนี้เต็มไปด้วยเสาหินที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง และมีแท่นบูชาขนาดใหญ่วางตั้งอยู่กลางห้อง บนแท่นบูชานั้นมีวัตถุบางอย่างที่เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ส่องสว่างอยู่ในความมืด

“จันทราอัญมณี!” เอลาริสร้องด้วยความตื่นเต้น

จันทราอัญมณีนั้นเป็นผลึกทรงกลมขนาดเท่ากำปั้นมือ มีสีฟ้าครามใสราวกับน้ำแข็ง และเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมาอย่างนุ่มนวล มันแตกต่างจากแก่นสุริยันที่ร้อนแรงและเปี่ยมด้วยพลัง แต่จันทราอัญมณีกลับให้ความรู้สึกสงบและเยือกเย็น

เมื่อเอลาริสเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา เธอก็รู้สึกได้ถึงพลังงานที่ดึงดูดเธอเข้าไปหา ราวกับว่าจันทราอัญมณีกำลังเรียกหาเธอ

“ระวัง!” ลีราเตือน “มันอาจจะมีกับดัก”

แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ตั้งตัว ทันใดนั้นก็มีเสียงกระหึ่มดังก้องไปทั่วห้องโถง และจากพื้นดินที่อยู่รอบแท่นบูชา ก็มีร่างเงาสีดำขนาดใหญ่ผุดขึ้นมา มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่กลับไม่มีใบหน้า มีเพียงดวงตาสีขาวเรืองแสงที่จ้องมองมายังพวกเขาอย่างว่างเปล่า

“วิญญาณผู้พิทักษ์แห่งจันทรา!” ลีราร้องด้วยความตกใจ “พวกมันคือ ‘ชาโดว์การ์เดียน’ ผู้พิทักษ์ของจันทราอัญมณี!”

ชาโดว์การ์เดียนมีจำนวนถึงสามตน พวกมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและไร้เสียง ราวกับเงาที่เคลื่อนที่ได้ พวกมันพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างไม่รีรอ

“พวกมันไม่มีกายหยาบ!” ไลออนตะโกนเมื่อดาบของเขาฟันทะลุร่างของชาโดว์การ์เดียนไปอย่างไร้ผล “การโจมตีทางกายภาพใช้ไม่ได้ผล!”

เอลาริสรู้ทันทีว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะแตกต่างจากครั้งก่อน ชาโดว์การ์เดียนเป็นวิญญาณที่ไม่สามารถทำร้ายด้วยอาวุธธรรมดาได้ มีเพียงพลังเวทเท่านั้นที่จะสามารถต่อกรกับพวกมันได้

เธอรวบรวมพลังเวทในกาย เธอจับแก่นสุริยันในมือแน่น รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในร่างกาย และในขณะเดียวกัน เธอก็สัมผัสได้ถึงพลังงานที่เยือกเย็นจากจันทราอัญมณีที่อยู่ตรงหน้า

“เราต้องใช้พลังเวท!” เอลาริสประกาศ “ลีรา! เราต้องช่วยกัน!”

การต่อสู้เพื่อแย่งชิงจันทราอัญมณีเริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ วิหารใต้พิภพที่ถูกซ่อนเร้นภายใต้น้ำตกแห่งห้วงนิทรา เอลาริสจะต้องใช้พลังทั้งหมดที่มี ไม่ใช่แค่พลังสุริยันที่เธอเพิ่งได้รับมา แต่ยังรวมถึงพลังแห่งจิตวิญญาณที่เธอต้องปลุกให้ตื่นขึ้น เพื่อปกป้องสหายและทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!