โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 752 คำ
การเดินทางสู่ “ป้อมปราการแห่งลมหายใจมังกร” นั้นเป็นภารกิจที่ท้าทายยิ่งกว่าครั้งใดๆ ที่เอลาริสและสหายเคยเผชิญมา ป้อมปราการแห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดในอาณาจักร ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม “ยอดเขาแห่งสายลมกรีดร้อง” เพราะไม่ว่าจะเป็นฤดูใด ลมบนยอดเขาก็จะพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกจองจำ
หลังจากออกจากวิหารใต้พิภพที่น้ำตกแห่งห้วงนิทรา พวกเขาทั้งสามต้องเดินเท้าเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ผ่านป่าทึบที่ยังไม่เคยมีมนุษย์คนใดเหยียบย่าง ผ่านทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาล และปีนป่ายหน้าผาที่สูงชันและอันตราย ตลอดทาง เอลาริสก็ยังคงฝึกฝนพลังเวทของเธออย่างไม่ลดละ เธอเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังของแก่นสุริยันและจันทราอัญมณีให้สมดุลกัน ทำให้เธอสามารถใช้เวทมนตร์ได้หลากหลายและทรงพลังมากยิ่งขึ้น
ไลออนยังคงเป็นผู้คุ้มกันที่แข็งแกร่งและเป็นที่พึ่งพาได้ เขาคอยปกป้องเอลาริสและลีราจากอันตรายต่างๆ ที่คอยคุกคามตลอดการเดินทาง ส่วนลีราก็ยังคงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญ เขาพยายามค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับป้อมปราการแห่งลมหายใจมังกรจากบันทึกโบราณที่เขามี
“ตำนานกล่าวว่า ป้อมปราการแห่งลมหายใจมังกรถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าอัศวินมังกรในยุคโบราณ” ลีราเล่าในคืนหนึ่งขณะที่พวกเขากำลังพักแรมอยู่ริมธารน้ำ “พวกเขาเชื่อว่ามังกรคือผู้พิทักษ์แห่งโลก และป้อมปราการแห่งนี้คือสถานที่ที่พวกเขาใช้ในการฝึกฝนและทำสมาธิ เพื่อเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของมังกร”
“แล้วทำไมถึงเรียกว่าลมหายใจมังกร?” เอลาริสถาม
“เพราะลมที่พัดผ่านป้อมปราการนั้นรุนแรงและเย็นเยียบราวกับลมหายใจของมังกร” ลีราตอบ “และยังเชื่อกันว่ามีมังกรโบราณตัวหนึ่งหลับใหลอยู่ใต้ป้อมปราการแห่งนี้ และลมหายใจของมันคือสิ่งที่ทำให้เกิดลมพายุบนยอดเขา”
เอลาริสรู้สึกตื่นเต้นและกังวลในเวลาเดียวกัน เธอรู้ว่าการเผชิญหน้ากับมังกรในตำนานนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เพื่อให้ได้มาซึ่งด้ามคทาแห่งพันธสัญญา
ในที่สุด หลังจากเดินทางมาได้เกือบสองเดือน พวกเขาก็มาถึงเชิงยอดเขาแห่งสายลมกรีดร้อง เบื้องหน้าของพวกเขาคือภูเขาที่สูงเสียดฟ้า ยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน และมีเมฆหมอกปกคลุมอยู่ตลอดเวลา ทำให้มองไม่เห็นป้อมปราการที่อยู่บนยอดเขา
“เรามาถึงแล้ว” ไลออนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม “จากนี้ไป การเดินทางจะอันตรายยิ่งขึ้น”
เมื่อเริ่มปีนป่ายขึ้นไปบนยอดเขา อากาศก็เริ่มหนาวเย็นลงเรื่อยๆ และลมที่พัดกระหน่ำก็เริ่มรุนแรงขึ้น พวกเขาต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดในการปีนป่าย ก้อนหินที่หลุดร่วงลงมาและเส้นทางที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเดินทาง
เอลาริสใช้พลังเวทของเธอสร้างม่านพลังความร้อนรอบกาย เพื่อป้องกันตัวเองและสหายจากความหนาวเย็น ส่วนไลออนก็ใช้ทักษะการปีนเขาของเขาในการนำทาง และลีราก็คอยร่ายเวทป้องกันตัวเพื่อปกป้องพวกเขาจากอันตรายต่างๆ
เมื่อปีนป่ายขึ้นไปได้หลายร้อยเมตร พวกเขาก็เริ่มรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากป้อมปราการ พลังงานนั้นทรงพลังและเก่าแก่ ราวกับลมหายใจของมังกรในตำนาน
“ข้ารู้สึกถึงมัน” เอลาริสกล่าว “พลังของมังกร”
ในที่สุด หลังจากปีนป่ายมาได้เกือบทั้งวัน พวกเขาก็มาถึงบริเวณที่เป็นที่ราบโล่งขนาดใหญ่บนยอดเขา เบื้องหน้าของพวกเขาคือป้อมปราการขนาดมหึมาที่สร้างจากหินสีเทาเข้ม ป้อมปราการนั้นมีรูปร่างคล้ายมังกรที่กำลังหลับใหลอยู่บนยอดเขา มีหอคอยสูงตระหง่านเสียดฟ้า และกำแพงขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็ง
“นั่นคือป้อมปราการแห่งลมหายใจมังกร” ลีรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยำเกรง
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ป้อมปราการ พวกเขาก็พบว่าประตูทางเข้าหลักถูกปิดตายด้วยแผ่นหินขนาดมหึมาที่ถูกสลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจง มีรอยสลักรูปมังกรขนาดใหญ่ที่กำลังพ่นไฟ และมีอักษรโบราณปรากฏอยู่รอบๆ
“ดูเหมือนว่าเราจะต้องหาทางเข้าไปข้างใน” ไลออนกล่าว “แต่ประตูนี่ดูแข็งแกร่งมาก”
ลีราเดินเข้าไปใกล้ประตู แล้วเริ่มอ่านอักษรโบราณที่สลักอยู่บนแผ่นหิน “มันคือปริศนา” เขากล่าว “‘ผู้ที่ปรารถนาจะเข้าสู่ดินแดนแห่งมังกร จะต้องพิสูจน์คุณค่าของตนเองด้วยหัวใจที่กล้าหาญและจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ ผู้ใดที่หวังจะใช้พลังของมังกรเพื่อความมืดมิด จะต้องถูกจองจำอยู่ในห้วงนิทรานิรันดร์’”
เอลาริสสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แผ่ซ่านออกมาจากประตู มันเป็นพลังที่เย็นเยียบและทรงพลัง ราวกับว่ามังกรในตำนานกำลังเฝ้ารอการมาถึงของพวกเขา
“เราจะผ่านเข้าไปได้อย่างไร?” ไลออนถาม
เอลาริสหลับตาลง เธอพยายามทำสมาธิ ใช้แก่นสุริยันและจันทราอัญมณีในมือเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงกับพลังงานของป้อมปราการ เธอสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณที่เก่าแก่และทรงพลังที่หลับใหลอยู่ภายในป้อมปราการแห่งนี้
“ข้ารู้สึกว่าเราต้องใช้พลังของสุริยันและจันทรา” เอลาริสกล่าว “เพื่อเปิดประตูแห่งนี้”
เธอวางแก่นสุริยันลงบนรอยสลักรูปดวงตะวันที่อยู่บนประตู และวางจันทราอัญมณีลงบนรอยสลักรูปดวงจันทร์อีกด้านหนึ่ง และในทันทีที่วัตถุทั้งสองสัมผัสกับประตู แสงสีทองแดงและแสงสีฟ้าอ่อนก็พลันเปล่งประกายออกมาพร้อมกัน แสงทั้งสองหลอมรวมเข้าด้วยกัน เกิดเป็นแสงสีขาวนวลที่ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ
ประตูหินขนาดมหึมาเริ่มสั่นสะเทือน เสียงครืดคราดดังก้องไปทั่วป้อมปราการ แผ่นหินที่เคยปิดตายเริ่มเคลื่อนตัวออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางเข้าสู่ภายในป้อมปราการที่มืดมิดและลึกลับ
“มันได้ผล!” ลีราร้องด้วยความดีใจ
เมื่อประตูเปิดออก พวกเขาก็ได้ยินเสียงคำรามแผ่วเบาที่ดังมาจากภายในป้อมปราการ เสียงคำรามนั้นทรงพลังและเก่าแก่ ราวกับเสียงที่มาจากยุคโบราณกาล
“ระวังตัวให้ดี” ไลออนเตือน “เราไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอเราอยู่ข้างใน”
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าการเผชิญหน้ากับมังกรในตำนานกำลังจะมาถึงแล้ว และเธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เพื่อให้ได้มาซึ่งด้ามคทาแห่งพันธสัญญา และเพื่อทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ที่เธอได้รับมอบหมาย
พวกเขาเดินก้าวเข้าสู่ภายในป้อมปราการแห่งลมหายใจมังกร ความมืดมิดและความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่ว แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีกระแสพลังงานที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังไหลเวียนอยู่ ราวกับว่าป้อมปราการแห่งนี้มีชีวิต
การผจญภัยยังคงดำเนินต่อไป และเอลาริสก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่รออยู่เบื้องหน้า เพื่อรวมคทาสุริยันจันทราให้สมบูรณ์ และปกป้องโลกจากความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก