คทาสุริยัน

ตอนที่ 223 — ตื่นเถิดมังกรแห่งปัญญา: บททดสอบสุดท้าย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 799 คำ

เมื่อก้าวเข้าสู่ป้อมปราการแห่งลมหายใจมังกร ความมืดมิดและความเงียบสงัดก็กลืนกินพวกเขาโดยสิ้นเชิง ลีราต้องร่ายเวทส่องสว่างขนาดใหญ่ขึ้นมา เพื่อให้พวกเขามองเห็นทางเดินที่ทอดยาวเข้าไปในความลึกของป้อมปราการ กำแพงหินที่สูงใหญ่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ประดับประดาด้วยรอยสลักรูปมังกรที่กำลังโบยบินและอักษรโบราณที่ดูราวกับมีชีวิต

“ข้ารู้สึกได้ถึงพลังงานที่มหาศาลที่นี่” เอลาริสกระซิบ “มันเก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่าที่ใดๆ ‌ที่เราเคยไปมา”

ไลออนพยักหน้า เขากำดาบในมือแน่น ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง “ดูเหมือนว่าเราจะไม่ได้อยู่คนเดียวที่นี่”

ทันใดนั้น เสียงคำรามแผ่วเบาที่พวกเขาเคยได้ยินก่อนหน้านี้ก็ดังชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่เสียงคำรามที่ดุดัน แต่เป็นเสียงที่เปี่ยมด้วยปัญญาและความเก่าแก่ ​ราวกับเสียงที่มาจากยุคบรรพกาล

พวกเขาเดินต่อไปตามทางเดินที่วกวน จนกระทั่งมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางป้อมปราการ ห้องโถงแห่งนี้กว้างขวางจนมองไม่เห็นเพดาน และมีแสงสว่างจางๆ ส่องลงมาจากที่ใดที่หนึ่งเบื้องบน

กลางห้องโถงนั้น มีแท่นหินขนาดใหญ่วางตั้งอยู่ และบนแท่นหินนั้น มีวัตถุบางอย่างที่เปล่งแสงสีเงินยวงออกมาอย่างนุ่มนวล ‍มันคือ ‘ด้ามคทาแห่งพันธสัญญา’ ที่พวกเขาตามหา

ด้ามคทาแห่งพันธสัญญานั้นทำจากโลหะสีเงินยวงที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง มีสัญลักษณ์สุริยันจันทราปรากฏอยู่ และมีร่องรอยสำหรับเสียบแก่นสุริยันและจันทราอัญมณีอยู่ทั้งสองด้าน

แต่ก่อนที่เอลาริสจะทันได้เดินเข้าไปใกล้ด้ามคทา ทันใดนั้นพื้นห้องโถงก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามที่กึกก้องจนป้อมปราการสั่นคลอนดังสนั่นหวั่นไหว และจากเบื้องล่างของห้องโถงนั้น ‌ก็มีศีรษะขนาดมหึมาของมังกรตัวหนึ่งผุดขึ้นมา

มังกรตัวนั้นมีเกล็ดสีเขียวมรกตที่เปล่งประกายระยิบระยับ ดวงตาของมันเป็นสีทองอำพันที่เปี่ยมด้วยปัญญาและความเก่าแก่ มันมีเขาขนาดใหญ่ที่โค้งงอราวกับกิ่งไม้โบราณ และมีปีกขนาดมหึมาที่แผ่ออกไปจนแทบจะเต็มห้องโถง

“มังกร!” ลีราร้องด้วยความตกใจและยำเกรง “มันคือ ‘เอลเดอร์ริน’ มังกรแห่งปัญญา ‍ผู้พิทักษ์แห่งป้อมปราการ!”

มังกรเอลเดอร์รินจ้องมองมายังพวกเขาด้วยดวงตาที่เปี่ยมด้วยปัญญา ไม่มีความดุร้ายในสายตาของมัน มีเพียงความสงบและคำถาม

“ผู้เดินทางเอ๋ย... เจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร?” เสียงของมังกรเอลเดอร์รินดังก้องไปทั่วห้องโถง มันไม่ใช่เสียงที่พูดด้วยปาก แต่เป็นเสียงที่ดังขึ้นในจิตใจของพวกเขา

เอลาริสก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ “ข้ามาที่นี่เพื่อตามหาด้ามคทาแห่งพันธสัญญา ​เพื่อรวมคทาสุริยันจันทราให้สมบูรณ์ และเพื่อผนึกราชาปีศาจมาลากอร์”

มังกรเอลเดอร์รินพยักหน้าช้าๆ “ข้ารู้... ข้ารู้ถึงโชคชะตาของเจ้า ทายาทแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา” มันกล่าว “แต่การจะถือครองด้ามคทาแห่งพันธสัญญา เจ้าจะต้องพิสูจน์ตนเองว่าเจ้าคู่ควร”

“ข้าพร้อมที่จะพิสูจน์” ​เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

“ดี” มังกรเอลเดอร์รินกล่าว “บททดสอบของข้าไม่ใช่การต่อสู้ด้วยพละกำลัง แต่เป็นการต่อสู้ด้วยจิตวิญญาณและความกล้าหาญ”

ทันใดนั้น ดวงตาของมังกรเอลเดอร์รินก็เปล่งแสงสีทองอำพันออกมา แสงนั้นพุ่งเข้าใส่เอลาริส ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในห้วงแห่งความมืดมิด ไลออนและลีราพยายามจะเข้ามาช่วย ​แต่ก็ไม่สามารถเข้าใกล้เอลาริสได้ พวกเขาทำได้เพียงเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วง

เอลาริสพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่กลางทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ไพศาล ท้องฟ้ามืดมิดไร้ดวงดาว และมีเงาขนาดใหญ่คล้ายมาลากอร์ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เงาของมาลากอร์นั้นน่าสะพรึงกลัวและเปี่ยมด้วยพลังแห่งความมืด มันพยายามจะบั่นทอนจิตใจของเธอ ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวและสิ้นหวัง

“เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอก เจ้าเด็กน้อย” เสียงของมาลากอร์ดังก้องในจิตใจของเอลาริส “โลกใบนี้จะตกเป็นของข้า และเจ้าจะจมดิ่งสู่ความมืดมิดนิรันดร์”

เอลาริสรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวัง แต่ในขณะนั้นเอง เธอก็นึกถึงใบหน้าของไลออนและลีรา นึกถึงผู้คนในอาณาจักรที่กำลังรอคอยความหวัง และนึกถึงพันธสัญญาที่เธอต้องทำ

เธอหลับตาลง เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีในกาย พลังจากแก่นสุริยันและจันทราอัญมณีหลอมรวมเข้าด้วยกัน เกิดเป็นแสงสว่างที่เจิดจ้าขึ้นในจิตใจของเธอ

“ข้าจะไม่ยอมแพ้!” เอลาริสตะโกน “ข้าจะไม่ยอมให้ความมืดมิดกลืนกินโลกใบนี้! ข้าจะปกป้องทุกคน!”

แสงสว่างจากจิตใจของเอลาริสพุ่งเข้าใส่เงาของมาลากอร์ ทำให้มันส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เงาของมาลากอร์เริ่มจางหายไปอย่างรวดเร็ว และทุ่งหญ้าที่มืดมิดก็เริ่มกลับมามีแสงสว่างอีกครั้ง

เอลาริสลืมตาขึ้น เธอพบว่าตัวเองยังคงยืนอยู่กลางห้องโถงของป้อมปราการแห่งลมหายใจมังกร มังกรเอลเดอร์รินจ้องมองมายังเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม

“เจ้าทำได้แล้ว ทายาทแห่งสุริยันจันทรา” มังกรเอลเดอร์รินกล่าว “เจ้าได้พิสูจน์แล้วว่าเจ้ามีจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์และหัวใจที่กล้าหาญ เจ้าคู่ควรที่จะถือครองด้ามคทาแห่งพันธสัญญา”

ทันใดนั้น ด้ามคทาแห่งพันธสัญญาที่อยู่บนแท่นหินก็ลอยขึ้นมาในอากาศ แล้วลอยเข้ามาหาเอลาริสอย่างช้าๆ เอลาริสเอื้อมมือไปรับด้ามคทาไว้ในมือ เธอรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนเข้ามาในกายของเธอ พลังที่สมบูรณ์แบบและทรงพลัง

“บัดนี้ เจ้าได้มาซึ่งส่วนประกอบทั้งสามของคทาสุริยันจันทราแล้ว” มังกรเอลเดอร์รินกล่าว “จงรวมมันเข้าด้วยกัน และใช้พลังของมันเพื่อปกป้องโลกใบนี้จากความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา”

เอลาริสพยักหน้า เธอจับด้ามคทาแห่งพันธสัญญาไว้ในมือแน่น แล้วนำแก่นสุริยันและจันทราอัญมณีมาเสียบเข้ากับด้ามคทา และในทันทีที่ส่วนประกอบทั้งสามรวมเข้าด้วยกัน ก็เกิดแสงสว่างที่เจิดจ้าขึ้น แสงนั้นสว่างจ้าจนทุกคนต้องหรี่ตาลง

เมื่อแสงสว่างจางหายไป เอลาริสก็ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องโถง ถือคทาสุริยันจันทราที่สมบูรณ์แบบอยู่ในมือ คทานั้นเปล่งประกายระยิบระยับด้วยแสงสีทองแดงและแสงสีฟ้าอ่อนที่หลอมรวมเข้าด้วยกัน ปลายคทาเป็นรูปดวงตะวันและดวงจันทร์ที่โคจรเคียงคู่กัน

“คทาสุริยันจันทรา... มันสมบูรณ์แล้ว” ลีราร้องด้วยความตื่นเต้นและดีใจ

ไลออนยิ้มอย่างโล่งใจ เขารู้สึกว่าภารกิจของพวกเขาใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว

มังกรเอลเดอร์รินพยักหน้าช้าๆ “จงไปเถิด ทายาทแห่งสุริยันจันทรา โชคชะตาของโลกใบนี้อยู่ในมือของเจ้าแล้ว”

เอลาริสรู้สึกว่าเธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมาลากอร์ เธอไม่ได้เป็นเพียงเด็กสาวกำพร้าอีกต่อไป แต่เป็นผู้ถือครองคทาสุริยันจันทรา ผู้ถูกลิขิตให้ปกป้องโลก

พวกเขาขอบคุณมังกรเอลเดอร์ริน ก่อนที่จะเดินออกจากป้อมปราการแห่งลมหายใจมังกร ด้วยคทาสุริยันจันทราในมือ เอลาริสรู้สึกมั่นใจและแข็งแกร่งกว่าที่เคย

การเดินทางครั้งนี้ยังไม่จบ แต่พวกเขาได้เตรียมพร้อมแล้วสำหรับศึกสุดท้าย ศึกที่จะตัดสินชะตาของทุกอาณาจักร

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!