คทาสุริยัน

ตอนที่ 255 — คำเตือนจากมังกร และนิมิตสุริยคราสคู่

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 737 คำ

เมื่อเอลาริสถือครองคทาสุริยันจันทราที่สมบูรณ์อยู่ในมือ ความรู้สึกของพลังเวทที่ไหลเวียนอยู่ในกายของเธอก็ทวีความเข้มข้นขึ้นจนแทบจะล้นปรี่ คทาเปล่งประกายเรืองรองด้วยแสงสีทองแดงและสีฟ้าอ่อนที่ประสานกันอย่างลงตัว ราวกับเป็นหัวใจดวงใหม่ที่เต้นอยู่ในมือของเธอ

“เจ้าได้มาซึ่งพลังที่ยิ่งใหญ่แล้ว ทายาทแห่งสุริยันจันทรา” มังกรเอลเดอร์รินกล่าว เสียงของมันก้องกังวานในจิตใจของทุกคน “แต่พลังที่ยิ่งใหญ่ย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง ‌จงใช้มันด้วยความระมัดระวังและด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์”

เอลาริสพยักหน้าด้วยความเข้าใจ เธอรู้สึกถึงน้ำหนักของคทาในมือ ไม่ใช่แค่น้ำหนักทางกายภาพ แต่เป็นน้ำหนักของโชคชะตาของโลกใบนี้ที่วางอยู่บนบ่าของเธอ

“มีสิ่งหนึ่งที่เจ้าต้องระวัง” มังกรเอลเดอร์รินกล่าวต่อ “ราชาปีศาจมาลากอร์มิได้เป็นเพียงผู้ชั่วร้ายธรรมดา มันเป็นส่วนหนึ่งของความมืดมิดที่แท้จริง เป็นเงาที่หลับใหลอยู่ใต้โลกนี้มานานนับพันปี ​และ ‘สุริยคราสแห่งจันทร์คู่’ คือกุญแจสำคัญในการปลดปล่อยมันให้เป็นอิสระอย่างสมบูรณ์”

“สุริยคราสแห่งจันทร์คู่?” เอลาริสถาม หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความกังวล

“ใช่” มังกรเอลเดอร์รินตอบ “มันคือปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบหลายพันปี เมื่อดวงจันทร์ทั้งสองดวงโคจรมาบดบังดวงอาทิตย์พร้อมกัน ‍และในยามนั้น มิติระหว่างโลกของเรากับมิติแห่งความมืดจะเปิดออก ทำให้มาลากอร์สามารถแสดงพลังที่แท้จริงของมันออกมาได้”

ลีรารีบเปิดบันทึกโบราณของเขาด้วยมือที่สั่นเทา “ในบันทึกเก่าแก่ระบุว่า สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า! นั่นหมายความว่าเรามีเวลาน้อยมาก!”

“แล้วเราจะผนึกมาลากอร์ได้อย่างไร?” ไลออนถาม

“คทาสุริยันจันทราคืออาวุธเดียวที่จะสามารถผนึกมันได้” มังกรเอลเดอร์รินกล่าว ‌“แต่เจ้าจะต้องเรียนรู้ที่จะใช้พลังของมันอย่างเต็มที่ และที่สำคัญที่สุด เจ้าจะต้องค้นหา ‘จุดเชื่อมต่อ’ ที่ซึ่งมิติทั้งสองจะบรรจบกันในยามสุริยคราสแห่งจันทร์คู่”

“จุดเชื่อมต่อ?” เอลาริสพึมพำ

“ใช่” มังกรเอลเดอร์รินตอบ “มันคือสถานที่ที่พลังแห่งสุริยันจันทราจะแข็งแกร่งที่สุด ‍และเป็นสถานที่เดียวที่เจ้าจะสามารถผนึกมาลากอร์ได้”

“แล้วจุดเชื่อมต่ออยู่ที่ไหน?” เอลาริสถาม

มังกรเอลเดอร์รินหลับตาลงช้าๆ “ข้าไม่สามารถบอกเจ้าได้โดยตรง ทายาทแห่งสุริยันจันทรา แต่เจ้าจะต้องใช้พลังของคทาเพื่อค้นหามันเอง คทาจะนำทางเจ้าไปสู่จุดเชื่อมต่อ”

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้แล้วว่าภารกิจต่อไปของเธอคืออะไร เธอจะต้องค้นหาจุดเชื่อมต่อให้พบก่อนที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะมาถึง

“และจงระวัง” ​มังกรเอลเดอร์รินเตือน “มาลากอร์มีบริวารมากมายที่คอยรับใช้ และพวกมันจะพยายามขัดขวางเจ้าทุกวิถีทาง”

หลังจากที่ได้รับคำเตือนและคำแนะนำจากมังกรเอลเดอร์ริน พวกเขาทั้งสามก็ตัดสินใจที่จะออกจากป้อมปราการแห่งลมหายใจมังกรทันที เพื่อค้นหาจุดเชื่อมต่อและเตรียมพร้อมสำหรับศึกสุดท้าย

เมื่อเดินออกจากป้อมปราการ เอลาริสก็ยกคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ เธอรวบรวมพลังเวททั้งหมดที่มีในกาย แล้วปล่อยพลังเวทพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ​คทาเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นมา แสงนั้นส่องสว่างไปทั่วบริเวณ ราวกับเป็นดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ

ทันใดนั้น แสงสว่างจากคทาก็ฉายภาพนิมิตขึ้นมาในจิตใจของเอลาริส เธอเห็นภาพของดวงจันทร์ทั้งสองดวงโคจรมาบดบังดวงอาทิตย์ เกิดเป็นสุริยคราสที่สวยงามและน่าสะพรึงกลัว และในภาพนิมิตนั้น เธอก็ได้เห็นสถานที่แห่งหนึ่ง ​เป็นวิหารโบราณที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง ท่ามกลางทะเลเมฆ และมีแสงสว่างจากสุริยคราสส่องลงมายังวิหารแห่งนั้น

“วิหารแห่งนั้น!” เอลาริสอุทาน “ข้าเห็นแล้ว! จุดเชื่อมต่ออยู่ที่นั่น!”

“วิหารแห่งไหนกัน?” ลีราถาม

เอลาริสพยายามอธิบายภาพนิมิตที่เธอเห็น “มันเป็นวิหารโบราณที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง ท่ามกลางทะเลเมฆ ข้าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน”

ลีราขมวดคิ้ว เขาพยายามนึกถึงวิหารที่เอลาริสกล่าวถึง แต่ก็ไม่สามารถนึกออกได้

“ข้าอาจจะพอรู้จัก” ไลออนกล่าว “ตำนานเก่าแก่เล่าถึง ‘วิหารลอยฟ้า’ ที่ถูกสร้างขึ้นโดยชนเผ่าโบราณที่บูชาดวงดาว วิหารแห่งนั้นถูกกล่าวขานว่าตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก และถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกตลอดเวลา”

“ใช่! นั่นแหละ!” เอลาริสร้องด้วยความตื่นเต้น “มันคือวิหารลอยฟ้า!”

“แต่วิหารลอยฟ้าเป็นแค่ตำนาน” ลีราค้าน “ไม่มีใครเคยไปถึงมันได้ และไม่มีใครรู้ว่ามันอยู่ที่ไหนจริงๆ”

“แต่ตอนนี้เรามีคทาสุริยันจันทราแล้ว” เอลาริสกล่าว “มันจะนำทางเราไปสู่ที่นั่น”

พวกเขาตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังวิหารลอยฟ้าทันที เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับศึกสุดท้ายกับมาลากอร์

การเดินทางจากยอดเขาแห่งสายลมกรีดร้องไปยังวิหารลอยฟ้านั้นใช้เวลาหลายวัน พวกเขาต้องเดินเท้าผ่านป่าทึบที่ยังไม่เคยมีมนุษย์คนใดเหยียบย่าง ผ่านแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกราก และปีนป่ายหน้าผาที่สูงชันและอันตราย ตลอดทาง เอลาริสก็ยังคงฝึกฝนการใช้คทาสุริยันจันทรา เธอเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังของมันให้สมดุลกัน และพยายามทำความเข้าใจกับพลังที่ไหลเวียนอยู่ในกายของเธอ

คทาสุริยันจันทราไม่เพียงแต่เป็นอาวุธที่ทรงพลัง แต่ยังเป็นแหล่งรวมความรู้และภูมิปัญญาโบราณ เอลาริสรู้สึกว่าเธอได้เชื่อมโยงกับบรรพบุรุษของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของราชวงศ์สุริยันจันทรา เกี่ยวกับพันธสัญญาที่พวกเขาต้องทำ และเกี่ยวกับราชาปีศาจมาลากอร์ผู้ชั่วร้าย

ในยามค่ำคืน เมื่อพวกเขาก่อกองไฟพักแรม เอลาริสมักจะหยิบคทาสุริยันจันทราขึ้นมามอง แสงสว่างจากคทาทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ราวกับว่ามีพลังบางอย่างที่คอยปกป้องเธออยู่

“อีกไม่นาน เราก็จะถึงวิหารลอยฟ้าแล้ว” ไลออนกล่าวในคืนหนึ่ง “เตรียมตัวให้พร้อม เพราะหลังจากนี้ การเดินทางจะอันตรายยิ่งขึ้นไปอีก”

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ดีว่าอันตรายที่แท้จริงกำลังรออยู่เบื้องหน้า แต่ความมุ่งมั่นในหัวใจของเธอก็ไม่เคยลดเลือน เธอคือทายาทแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา ผู้ถูกลิขิตให้ปกป้องโลก และเธอจะไม่ยอมให้ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งอย่างแน่นอน

สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึง และศึกสุดท้ายกับมาลากอร์ก็ใกล้เข้ามาแล้ว เอลาริสพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับโชคชะตา เพื่อปกป้องโลกใบนี้จากความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!