คทาสุริยัน

ตอนที่ 287 — ปราการสุดท้าย: วิหารลอยฟ้า

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 717 คำ

การเดินทางสู่ “วิหารลอยฟ้า” ดินแดนในตำนานที่อยู่เหนือเมฆหมอกนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลังจากที่คทาสุริยันจันทราได้เผยเส้นทางในนิมิต เอลาริสและสหายก็มุ่งหน้าสู่ยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าซึ่งไม่มีใครเคยไปถึงได้ เส้นทางที่คทาชี้บอกนั้นไม่ใช่เส้นทางที่ปรากฏบนแผนที่ใดๆ แต่เป็นเส้นทางที่ซ่อนเร้นอยู่ท่ามกลางหุบเขาและหน้าผาที่อันตราย

พวกเขาต้องเผชิญกับพายุหิมะที่รุนแรงจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า ต้องปีนป่ายหน้าผาที่สูงชันจนแทบไม่มีที่ให้ยืน ‌และต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรแห่งภูเขาที่ดุร้ายซึ่งไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน ด้วยพลังของคทาสุริยันจันทรา เอลาริสสามารถใช้เวทมนตร์เพื่อสร้างทางเดินน้ำแข็ง สร้างม่านพลังป้องกัน และแม้กระทั่งใช้ลำแสงสุริยันจันทราในการขับไล่สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุด

ไลออนยังคงเป็นนักรบผู้แข็งแกร่งและเป็นที่พึ่งพาได้ เขาคอยปกป้องเอลาริสและลีราจากอันตรายต่างๆ ส่วนลีราก็ใช้ความรู้โบราณของเขาในการไขปริศนาและทำความเข้าใจกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย

ในที่สุด หลังจากเดินทางมาได้หลายวัน ​พวกเขาก็มาถึงบริเวณที่เป็นหน้าผาสูงชันที่ปกคลุมด้วยเมฆหมอกหนาทึบ เบื้องหน้าของพวกเขาคือมหาสมุทรแห่งเมฆที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ราวกับเป็นผืนฟ้าอีกผืนหนึ่ง

“เรามาถึงแล้ว” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเหนื่อยล้า “วิหารลอยฟ้าอยู่เหนือเมฆหมอกนี้”

คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นมา แสงนั้นพุ่งทะลุเมฆหมอกขึ้นไปเบื้องบน ราวกับเป็นแสงนำทาง

“แล้วเราจะขึ้นไปได้อย่างไร?” ลีราถาม ‍“ไม่มีทางที่จะปีนขึ้นไปได้แล้ว”

เอลาริสหลับตาลง เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีในกาย แล้วยกคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ เธอร่ายเวทมนตร์ด้วยภาษาโบราณที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่คำพูดเหล่านั้นกลับหลั่งไหลออกมาจากปากของเธออย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเธอ

ทันใดนั้น แสงสว่างจากคทาก็พุ่งเข้าสู่ก้อนเมฆที่อยู่เบื้องหน้า ก้อนเมฆนั้นเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง ‌คล้ายกับสะพานที่ทอดยาวขึ้นไปเบื้องบน เป็นสะพานเมฆที่แข็งแกร่งและเปล่งประกายระยิบระยับ

“สะพานเมฆ!” ลีราร้องด้วยความตกใจและชื่นชม “เธอสร้างมันขึ้นมาได้ยังไงกัน!”

เอลาริสยิ้มอย่างอ่อนแรง “คทาสุริยันจันทรานำทางข้า”

พวกเขาทั้งสามเดินขึ้นไปบนสะพานเมฆอย่างระมัดระวัง ก้อนเมฆที่อยู่รอบตัวเริ่มจางหายไป เผยให้เห็นท้องฟ้าสีครามที่กว้างใหญ่ไพศาล และเบื้องหน้าของพวกเขาคือวิหารโบราณขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางอากาศ ‍ราวกับเป็นเกาะลอยฟ้า

วิหารลอยฟ้านั้นสร้างจากหินสีขาวบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายระยิบระยับเมื่อต้องแสงอาทิตย์ มีเสาหินสูงตระหง่านเสียดฟ้า และมีรอยสลักรูปดวงตะวันและดวงจันทร์ที่งดงามประดับประดาอยู่ทั่วทั้งวิหาร

“มันสวยงามมาก” เอลาริสพึมพำ

แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาดที่แผ่ซ่านออกมาจากวิหาร พลังงานนั้นมืดมิดและชั่วร้าย ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังรอคอยพวกเขาอยู่

“ระวังตัวให้ดี” ไลออนเตือน ​“ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลอยู่ที่นี่”

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ประตูทางเข้าวิหาร พวกเขาก็พบว่าประตูถูกเปิดอ้าไว้ ราวกับกำลังเชิญชวนให้พวกเขาเข้าไปข้างใน

“ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนรอเราอยู่ข้างใน” ลีรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม

พวกเขาเดินก้าวเข้าสู่ภายในวิหารลอยฟ้า ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่ว แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีกลิ่นอายของพลังงานมืดที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

ห้องโถงภายในวิหารกว้างขวางจนมองไม่เห็นเพดาน มีแท่นบูชาขนาดใหญ่วางตั้งอยู่กลางห้อง ​และบนแท่นบูชานั้น มีวัตถุบางอย่างที่เปล่งแสงสีม่วงดำออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว

“นั่นมัน... ‘ศิลาแห่งความมืด’!” ลีราร้องด้วยความตกใจ “มันคือแหล่งพลังงานของมาลากอร์!”

ศิลาแห่งความมืดนั้นเป็นผลึกขนาดใหญ่ที่มีสีม่วงดำทึบ มีพลังงานมืดที่น่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากมัน ทำให้บรรยากาศภายในวิหารมืดมิดและหนักอึ้ง

และเบื้องหน้าศิลาแห่งความมืดนั้น มีร่างของชายคนหนึ่งยืนหันหลังให้พวกเขา ​ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท มีออร่าแห่งความมืดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา

“ในที่สุด... เจ้าก็มาถึงเสียที ทายาทแห่งสุริยันจันทรา” เสียงของชายคนนั้นดังก้องไปทั่ววิหาร มันเป็นเสียงที่น่าสะพรึงกลัวและเปี่ยมด้วยพลังแห่งความชั่วร้าย

ชายคนนั้นหันกลับมา และสิ่งที่พวกเขาเห็นก็ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง

ใบหน้าของเขาซีดเซียวราวกับคนตาย ดวงตาของเขาเป็นสีแดงฉานราวกับเลือดที่กำลังไหล และมีรอยสักรูปปีศาจปรากฏอยู่ทั่วใบหน้า มันคือราชาปีศาจ ‘มาลากอร์’ ที่พวกเขาตามหามาตลอด

“ข้าเฝ้ารอเจ้ามานานแสนนาน” มาลากอร์กล่าวด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย “และบัดนี้... เจ้าก็ได้นำคทาสุริยันจันทรามามอบให้ข้าด้วยตัวเอง”

เอลาริสกำคทาสุริยันจันทราในมือแน่น เธอรู้แล้วว่าการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะมาถึงแล้ว

“ข้าไม่มีวันยอมให้เจ้าครอบครองคทาแห่งนี้!” เอลาริสประกาศ “และข้าจะไม่มีวันยอมให้เจ้าทำลายโลกใบนี้!”

“โง่เขลา” มาลากอร์หัวเราะเสียงต่ำ “เจ้าคิดว่าพลังของเจ้าจะสามารถเอาชนะข้าได้งั้นรึ? ข้าคือความมืดมิดที่แท้จริง เป็นเงาที่หลับใหลอยู่ใต้โลกนี้มานานนับพันปี และบัดนี้ ข้าจะปลดปล่อยพลังทั้งหมดของข้าออกมาในยามสุริยคราสแห่งจันทร์คู่!”

ขณะที่มาลากอร์กำลังพูดอยู่นั้น ทันใดนั้นท้องฟ้าที่อยู่เหนือวิหารลอยฟ้าก็เริ่มมืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว ดวงจันทร์ทั้งสองดวงเริ่มโคจรมาบดบังดวงอาทิตย์ เกิดเป็นสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่สวยงามและน่าสะพรึงกลัว

พลังงานมืดจากศิลาแห่งความมืดเริ่มแผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรง ทำให้ร่างของมาลากอร์เปล่งประกายสีม่วงดำ และพลังของมันก็ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

“สุริยคราสแห่งจันทร์คู่มาถึงแล้ว!” ลีราร้องด้วยความตกใจ

“ตอนนี้แหละที่เราจะต้องผนึกมัน!” เอลาริสประกาศ

การต่อสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อชี้ชะตาของทุกอาณาจักรเริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ วิหารลอยฟ้า ท่ามกลางสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ เอลาริสจะต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีในกาย เพื่อปกป้องโลกใบนี้จากราชาปีศาจมาลากอร์ และทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ที่เธอได้รับมอบหมาย

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!