แสงสว่างจากสุริยคราสแห่งจันทร์คู่สาดส่องลงมายังวิหารลอยฟ้า ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูมืดมิดและน่าสะพรึงกลัว พลังงานมืดจากศิลาแห่งความมืดที่อยู่เบื้องหลังมาลากอร์แผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรง ทำให้ร่างของราชาปีศาจเปล่งประกายสีม่วงดำ และพลังของมันก็ทวีความเข้มข้นขึ้นจนแทบจะควบคุมไม่ได้
“ในที่สุดก็ถึงเวลาแล้ว” มาลากอร์คำราม เสียงของมันดังก้องไปทั่ววิหาร “ในยามสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ พลังของข้าจะสมบูรณ์ และโลกใบนี้จะจมดิ่งสู่ความมืดมิดนิรันดร์!”
เอลาริสกำคทาสุริยันจันทราในมือแน่น คทาเปล่งแสงสีทองแดงและสีฟ้าอ่อนออกมาอย่างสมดุลกัน พลังของมันตอบสนองต่อพลังของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ ทำให้เอลาริสรู้สึกว่าเธอเชื่อมโยงกับโลกและจักรวาลมากขึ้นกว่าที่เคย
“ข้าจะไม่มีวันยอมให้เจ้าทำลายโลกใบนี้!” เอลาริสประกาศ ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น “คทาสุริยันจันทราจะผนึกเจ้าไว้ตลอดกาล!”
มาลากอร์หัวเราะอย่างชั่วร้าย “โง่เขลา! เจ้าคิดว่าคทาเก่าๆ เพียงอันเดียวจะสามารถหยุดยั้งข้าได้งั้นรึ? ข้าคือความมืดมิดที่ไม่อาจถูกทำลายได้!”
ทันใดนั้น มาลากอร์ก็ปล่อยคลื่นพลังงานมืดขนาดมหึมาพุ่งเข้าใส่เอลาริส คลื่นพลังงานนั้นรุนแรงจนแทบจะกลืนกินทุกสิ่ง ไลออนและลีรารีบสร้างม่านพลังป้องกันขึ้นมาทันที เพื่อปกป้องตัวเองและเอลาริส
แต่คลื่นพลังงานมืดของมาลากอร์ก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเขาจะต้านทานได้ ม่านพลังป้องกันแตกสลายไปในทันที และพวกเขาก็ถูกกระแทกจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง
“ไลออน! ลีรา!” เอลาริสร้องด้วยความเป็นห่วง
“อย่าห่วงพวกเรา!” ไลออนตะโกน “จัดการมันซะ เอลาริส!”
เอลาริสไม่รอช้า เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีในกาย แล้วยกคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ คทาเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นมา แสงนั้นส่องสว่างไปทั่ววิหาร ราวกับดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ ที่กำลังจะปะทุขึ้น
เธอปล่อยลำแสงสุริยันจันทราพุ่งเข้าใส่มาลากอร์ ลำแสงนั้นเป็นแสงสีขาวนวลที่เปล่งประกายด้วยพลังสุริยันและพลังจันทราที่หลอมรวมเข้าด้วยกัน มันเป็นแสงแห่งสมดุลที่ตรงกันข้ามกับพลังมืดของมาลากอร์อย่างสิ้นเชิง
ลำแสงสุริยันจันทราพุ่งเข้าปะทะกับมาลากอร์อย่างจัง เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่ววิหาร พลังงานมืดจากร่างของมาลากอร์แตกกระจายออกเป็นประกายไฟเล็กๆ และร่างของมาลากอร์ก็ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
“เป็นไปไม่ได้!” มาลากอร์คำราม “พลังของข้า... กำลังถูกทำลาย!”
แต่มาลากอร์ก็ยังไม่ยอมแพ้ มันรวบรวมพลังงานมืดทั้งหมดที่มีในกาย แล้วปล่อยคลื่นพลังงานมืดที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมพุ่งเข้าใส่เอลาริส คลื่นพลังงานนั้นพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนเอลาริสแทบจะหลบไม่ทัน
เอลาริสรู้ว่าเธอจะต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อเอาชนะมาลากอร์ให้ได้ เธอหลับตาลง เธอเชื่อมโยงกับคทาสุริยันจันทรา เธอรู้สึกถึงพลังของบรรพบุรุษที่ไหลเวียนเข้ามาในกายของเธอ พลังที่ถูกส่งต่อมาจากราชวงศ์สุริยันจันทราโบราณ
เธอเปิดตาขึ้น ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีทองอำพันและสีเงินยวง ราวกับดวงตะวันและดวงจันทร์ที่ส่องสว่างในความมืด เธอไม่ใช่แค่เอลาริสเด็กสาวกำพร้าอีกต่อไป แต่เป็นทายาทแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา ผู้พิทักษ์แห่งโลก
เอลาริสยกคทาสุริยันจันทราขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้ยิงลำแสงออกไป แต่เธอกลับใช้คทาเป็นสื่อกลางในการดูดซับพลังงานมืดจากมาลากอร์ พลังงานมืดจากร่างของมาลากอร์เริ่มไหลเข้ามาในคทาสุริยันจันทรา ราวกับถูกดูดเข้าไปในหลุมดำ
มาลากอร์ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างของมันเริ่มหดเล็กลง และพลังงานมืดที่เคยเปล่งประกายก็เริ่มมอดดับลง
“หยุดนะ!” มาลากอร์คำราม “เจ้าจะไม่มีทางผนึกข้าได้!”
แต่เอลาริสก็ไม่ยอมหยุด เธอใช้พลังทั้งหมดที่มี ดูดซับพลังงานมืดจากมาลากอร์เข้าไปในคทาสุริยันจันทราอย่างต่อเนื่อง คทาเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นมา แสงนั้นสว่างจ้าจนแทบจะมองไม่เห็นสิ่งอื่นใด
ในที่สุด ร่างของมาลากอร์ก็หดเล็กลงจนเหลือเพียงเงาขนาดเล็ก และพลังงานมืดที่เคยแผ่ซ่านออกมาก็ถูกดูดซับเข้าไปในคทาสุริยันจันทราจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเงียบสงัดและความว่างเปล่า
เอลาริสยืนหอบอยู่กลางวิหาร มือยังคงกำคทาสุริยันจันทราแน่น เธอรู้สึกอ่อนล้าจนแทบจะยืนไม่ไหว แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจและโล่งใจ เธอทำได้แล้ว เธอผนึกราชาปีศาจมาลากอร์ได้สำเร็จ
ไลออนและลีรารีบวิ่งเข้ามาหาเธอด้วยความเป็นห่วง
“เอลาริส! เธอทำได้แล้ว!” ลีราร้องด้วยความดีใจ
“เธอช่วยโลกใบนี้ไว้แล้ว” ไลออนกล่าวพลางประคองเธอไว้
เอลาริสยิ้มอย่างอ่อนแรง เธอเงยหน้ามองคทาสุริยันจันทราในมือ คทาเปล่งแสงสว่างนวลออกมาอย่างอ่อนโยน ราวกับแสงแห่งความหวังที่กำลังส่องสว่างไปทั่วโลก
สุริยคราสแห่งจันทร์คู่เริ่มจางหายไป แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องลงมายังวิหารลอยฟ้าอีกครั้ง ทำให้ทุกสิ่งกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
เอลาริสรู้ดีว่าภารกิจของเธอยังไม่จบสิ้น เธอจะต้องปกป้องคทาสุริยันจันทรา และใช้พลังของมันเพื่อฟื้นฟูโลกที่กำลังเลือนหายไป แต่ในขณะนี้ เธอขอพักผ่อนชั่วครู่ เพื่อรับรู้ถึงชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่เธอเพิ่งได้รับมา
โลกได้รับการช่วยชีวิตแล้ว และแสงสว่างแห่งความหวังก็ได้กลับมาอีกครั้ง ด้วยน้ำมือของเด็กสาวกำพร้าผู้กล้าหาญ นามว่า เอลาริส ทายาทแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา ผู้ถือครองคทาแห่งโชคชะตา

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก