การปะทะเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วและดุเดือดทันทีที่ฝูงปีศาจกอร์กอนเผยตัวจากเงามืดในอุโมงค์ ป้อมปราการเทวะอัคคีที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง กำลังกลายเป็นสมรภูมิรบอีกครั้ง หลังจากที่ความสงบเงียบเข้าปกคลุมมานานนับศตวรรษ
“ระวัง!” ไครานตะโกนเสียงดัง เขาพุ่งเข้าใส่ปีศาจตัวแรกที่พุ่งเข้าโจมตีด้วยดาบใหญ่ในมือ คมดาบฟาดฟันลงไปบนเกล็ดแข็งของปีศาจอย่างรุนแรง เกิดประกายไฟแลบแปลบ
ลิรินยิงธนูได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลูกธนูแต่ละดอกพุ่งตรงเข้าสู่จุดอ่อนของปีศาจกอร์กอน ดวงตาและลำคอของพวกมัน ทำให้ปีศาจบางตัวล้มลงไปอย่างรวดเร็ว
เฟย์ร่ายมนตร์ป้องกันรอบตัวเธอและเอลาริส “โล่แห่งพงไพร!” เถาวัลย์หนาแน่นผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ปกป้องพวกเขาจากกรงเล็บแหลมคมของปีศาจที่พยายามจะเข้าถึง
เอลาริสเองก็ไม่ลังเล เธอปลดปล่อยพลังเวทมนตร์แห่งสุริยันจันทราที่เพิ่งตื่นขึ้นมา แสงสีเงินเรืองรองพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเธอเป็นลำแสง พุ่งเข้าใส่ปีศาจกอร์กอนตัวหนึ่ง ลำแสงนั้นร้อนแรงราวกับดวงอาทิตย์ และเย็นยะเยือกราวกับแสงจันทร์ในเวลาเดียวกัน ปีศาจตัวนั้นส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปในพริบตา
“พลังของเจ้าทรงอานุภาพมาก เอลาริส!” ไครานเอ่ยชมขณะที่เขากำลังฟาดฟันดาบใส่อีกตัว
แต่ฝูงปีศาจกอร์กอนก็มีจำนวนมาก พวกมันฉลาดแกมโกงและดุร้าย พวกมันพยายามที่จะโอบล้อมพวกเขาจากทุกทิศทาง เสียงคำรามก้องกังวานไปทั่วอุโมงค์ ทำให้ผนังหินสั่นสะเทือน
“เราต้องหาทางออกไปจากอุโมงค์นี้!” เฟย์ตะโกน
ลิรินพยักหน้า “ตามข้ามา! ข้ารู้สึกถึงอากาศที่ไหลเวียนมาจากด้านหน้า มันน่าจะเป็นทางออกสู่ห้องโถงด้านใน”
พวกเขาถอยร่นไปตามทางที่ลิรินนำทาง ขณะที่ไครานและเอลาริสช่วยกันสกัดกั้นการโจมตีของปีศาจ เฟย์ก็คอยรักษาบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้
ในที่สุด พวกเขาก็ทะลุออกมาจากอุโมงค์แคบๆ สู่ห้องโถงขนาดใหญ่ที่มืดมิดและกว้างขวาง มันคือโถงทางเข้าหลักของป้อมปราการที่พวกเขาเห็นตอนแรก แสงจันทร์ส่องลอดเข้ามาจากช่องว่างบนเพดาน เผยให้เห็นเสาหินขนาดใหญ่ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง และบันไดหินที่ทอดยาวขึ้นไปยังชั้นบน
แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ สิ่งที่อยู่กลางห้องโถง มันคือแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่ทำจากหินสีดำ บนแท่นบูชานั้นมีดวงแก้วสีแดงเข้มขนาดเท่าศีรษะคนตั้งอยู่ มันเปล่งแสงสว่างจ้า และมีกระแสเวทมนตร์สีดำไหลเวียนอยู่รอบๆ
“นั่นมัน… ดวงแก้ววิญญาณ!” ลิรินอุทานด้วยความตกตะลึง “เป็นแหล่งพลังงานที่มาลากอร์ใช้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของปีศาจ”
“มันกำลังดูดซับพลังงานจากที่นี่” เฟย์กล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล “ถ้าเราไม่ทำลายมัน ปีศาจกอร์กอนพวกนี้ก็จะไม่มีวันหมดไป”
ฝูงปีศาจกอร์กอนที่ตามมาติดๆ ก็กรูกันเข้ามาในห้องโถง พวกมันถูกดึงดูดด้วยพลังของดวงแก้ววิญญาณ และดูเหมือนว่าพวกมันจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม
“เอลาริส เจ้าต้องทำลายดวงแก้ววิญญาณนั่น!” ไครานตะโกน “พวกเราจะคอยถ่วงเวลาให้”
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ดีว่านี่คือภารกิจสำคัญ เธอพุ่งตัวไปข้างหน้า มุ่งตรงไปยังแท่นบูชา ขณะที่ไคราน ลิริน และเฟย์ช่วยกันสกัดกั้นฝูงปีศาจกอร์กอนอย่างสุดกำลัง
ไครานฟาดฟันดาบใหญ่ของเขาอย่างบ้าคลั่ง สังหารปีศาจไปหลายตัว ลิรินยิงธนูอย่างไม่หยุดหย่อน เฟย์ร่ายมนตร์โจมตีและป้องกันอย่างต่อเนื่อง แต่พวกเขาก็ถูกรุมล้อมด้วยจำนวนที่มากกว่าของศัตรู
เอลาริสวิ่งไปถึงแท่นบูชา เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานด้านมืดที่แผ่ออกมาจากดวงแก้ววิญญาณ มันเป็นพลังที่น่ารังเกียจและชั่วร้าย เธอรวบรวมพลังแห่งสุริยันจันทราทั้งหมดที่มีในมือ เธอปลดปล่อยแสงสีเงินที่เจิดจรัสพุ่งเข้าใส่ดวงแก้ววิญญาณ
ลำแสงแห่งสุริยันจันทราปะทะเข้ากับดวงแก้ววิญญาณอย่างรุนแรง เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แสงสีแดงเข้มของดวงแก้ววิญญาณปะทะกับแสงสีเงินของเอลาริส แสงทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด ราวกับความมืดและแสงสว่างกำลังเผชิญหน้ากัน
เอลาริสรู้สึกถึงแรงต้านทานที่มหาศาล พลังงานด้านมืดของดวงแก้ววิญญาณพยายามที่จะกลืนกินพลังของเธอ แต่เอลาริสไม่ยอมแพ้ เธอจดจ่อสมาธิทั้งหมด เธอเห็นภาพของมาลากอร์ที่กำลังยิ้มเยาะเย้ยอยู่เบื้องหลังพลังงานนั้น มันยิ่งทำให้เธอโกรธแค้นและมุ่งมั่นที่จะทำลายมันให้ได้
“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายโลกใบนี้ มาลากอร์!” เอลาริสตะโกนสุดเสียง
พลังของเธอเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แสงสีเงินกลายเป็นสีทองเจิดจรัส ก่อนที่จะกลายเป็นสีเงินอีกครั้ง มันคือพลังแห่งสมดุลที่แท้จริง แสงแห่งสุริยันจันทราทะลุทะลวงเข้าไปในแก่นแท้ของดวงแก้ววิญญาณ
เปรี๊ยะ!
เสียงแตกร้าวเล็กๆ ดังขึ้นบนพื้นผิวของดวงแก้ววิญญาณ ก่อนที่จะมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว แสงสีแดงเข้มที่เคยเปล่งออกมาเริ่มริบหรี่ลง
ตูม!
ดวงแก้ววิญญาณระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แสงสีดำกระจายหายไปในอากาศราวกับควัน ฝูงปีศาจกอร์กอนที่กำลังต่อสู้อยู่กับไคราน ลิริน และเฟย์ ก็ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของพวกมันเริ่มสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปในพริบตา
“เราทำได้แล้ว!” เฟย์ตะโกนด้วยความยินดี
ไครานเก็บดาบเข้าฝัก เขามองเอลาริสด้วยแววตาภาคภูมิใจ “ยอดเยี่ยมมาก เอลาริส”
ลิรินเดินไปสำรวจแท่นบูชาที่ดวงแก้ววิญญาณเคยตั้งอยู่ เขาพบช่องลับเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้แท่นบูชา เมื่อเขาเปิดมันออก แสงสีทองอ่อนๆ ก็ส่องออกมาจากด้านใน
“ดูนี่สิ!” ลิรินเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
ทุกคนกรูเข้าไปดู ภายในช่องลับนั้นมีวัตถุชิ้นหนึ่งวางอยู่ มันเป็นคริสตัลทรงเหลี่ยมสีทองเรืองรอง ประกายแสงระยิบระยับราวกับดวงอาทิตย์ที่ถูกกักเก็บไว้ในผลึก
“นี่คือ… แก่นคริสตัลแห่งสุริยัน” เอลาริสกระซิบด้วยความอัศจรรย์ใจ เธอรู้สึกถึงพลังงานที่คุ้นเคยจากมัน มันคือชิ้นส่วนหนึ่งของคทาสุริยันจันทราที่เธอตามหา
เมื่อเอลาริสสัมผัสแก่นคริสตัลแห่งสุริยัน มันก็เปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง และลอยขึ้นไปในอากาศ ก่อนที่จะค่อยๆ ลอยเข้ามาหาเธอและรวมเข้ากับเศษเสี้ยวพลังแห่งคทาสุริยันจันทราที่อยู่ในตัวเธอ
ร่างกายของเอลาริสเปล่งแสงสีทองอร่าม พลังเวทมนตร์ของเธอเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล เธอรู้สึกถึงความสมบูรณ์ที่มากขึ้น ราวกับชิ้นส่วนที่ขาดหายไปได้ถูกเติมเต็ม
“ยอดเยี่ยมไปเลย เอลาริส!” เฟย์เอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น “เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมาก”
“แต่ดูเหมือนว่านี่ไม่ใช่ทั้งหมดที่เราจะพบที่นี่” ลิรินกล่าว เขาชี้ไปที่กำแพงด้านหนึ่งของห้องโถง ที่นั่นมีลายสลักโบราณปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจนหลังจากที่ดวงแก้ววิญญาณถูกทำลาย
ลายสลักนั้นเป็นภาพของหญิงสาวผู้สง่างามในชุดคลุมสีขาวกำลังถือคทาที่เปล่งประกายด้วยแสงแห่งสุริยันและจันทรา นางกำลังยืนอยู่บนยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ และเบื้องหลังของนางคือท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว และมีดวงจันทร์สองดวงกำลังส่องแสงอยู่
“มันคือภาพของ… ราชินีแห่งสุริยันจันทรา” เอลาริสกระซิบ เธอรู้สึกถึงความผูกพันกับสตรีในภาพอย่างประหลาด ราวกับเธอคือบรรพบุรุษของเธอ
“และดูเหมือนว่ามันกำลังชี้ทางไปยังสถานที่ต่อไป” ลิรินกล่าว “ยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ… กับดวงจันทร์สองดวง”
“หุบเขากระซิบจันทรา” ไครานเอ่ยขึ้น “เป็นสถานที่ที่ตำนานกล่าวว่าเหล่าแม่มดจันทราเคยใช้ประกอบพิธีกรรมโบราณ และมีพลังแห่งจันทราที่บริสุทธิ์ที่สุด”
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ดีว่าการผจญภัยยังไม่จบลง และชิ้นส่วนที่เหลือของคทาสุริยันจันทรากำลังรอคอยเธออยู่ที่นั่น
พวกเขาออกเดินทางจากป้อมปราการเทวะอัคคีที่ตอนนี้กลับมาสู่ความสงบเงียบอีกครั้ง มุ่งหน้าสู่หุบเขากระซิบจันทรา ด้วยความหวังที่จะค้นพบชิ้นส่วนที่สองของคทา และไขความลับแห่งสุริยคราสแห่งจันทร์คู่
การต่อสู้กับเงาปีศาจในป้อมปราการได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและพลังที่แท้จริงของเอลาริส แต่เส้นทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยปริศนาและอันตราย และเธอจะต้องเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันทุกรูปแบบ

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก