คทาสุริยัน

ตอนที่ 192 — บททดสอบแห่งจิตวิญญาณ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 914 คำ

เขาวงกตแห่งจิตวิญญาณในวิหารแห่งดวงดาวนั้นลึกซึ้งและซับซ้อนเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดได้ ภาพสะท้อนจากกระจกเงาไม่ได้เป็นเพียงภาพลวงตาที่ฉายซ้ำอดีต แต่บางครั้งมันกลับเป็นภาพที่บิดเบือนความเป็นจริง สร้างสถานการณ์ที่น่าสะพรึงกลัว และเสียงกระซิบที่คอยกัดกินจิตใจก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนแทบแยกไม่ออกว่าสิ่งใดคือความจริง สิ่งใดคือมายา

“เอลาริส… เจ้าแน่ใจหรือว่าเจ้าจะทำได้?” ‌เสียงของเฟย์ดังขึ้นจากในกระจกบานหนึ่ง แต่มันไม่ใช่เสียงของเฟย์ที่อ่อนโยนและให้กำลังใจ แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “ภาระนี้มันหนักเกินไปสำหรับเจ้า… เจ้าจะล้มเหลว”

เอลาริสหยุดชะงัก เธอรู้ว่านี่คือภาพลวงตา แต่ความรู้สึกสงสัยในตัวเองก็เริ่มคืบคลานเข้ามาในจิตใจ เธอเคยเป็นเพียงเด็กกำพร้าธรรมดาคนหนึ่ง ​เธอจะแบกรับชะตากรรมของโลกใบนี้ได้อย่างไร?

“อย่าหลงกล เอลาริส!” เสียงทุ้มของไครานดังขึ้นจากทางด้านหลัง “นั่นไม่ใช่เฟย์ตัวจริง!”

เอลาริสพยักหน้า เธอหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอรวบรวมพลังแห่งสุริยันจันทราอีกครั้ง แสงสีเงินและสีทองเปล่งออกมาจากร่างของเธอ ‍มันเป็นแสงที่บริสุทธิ์และทรงพลัง สามารถขับไล่ความมืดมิดและภาพลวงตาได้

“ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น “ข้าคือทายาทแห่งสุริยันจันทรา และข้าจะทำตามพันธสัญญาของข้า!”

ลำแสงแห่งสุริยันจันทราพุ่งเข้าใส่กระจกเงาที่สะท้อนภาพลวงตาของเฟย์ กระจกบานนั้นแตกละเอียด ภาพลวงตาสลายหายไป เผยให้เห็นทางเดินที่แท้จริง

ยิ่งพวกเขาลึกเข้าไปในเขาวงกต ‌บททดสอบก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ภาพลวงตาไม่ได้เป็นเพียงภาพสะท้อน แต่บางครั้งมันก็กลายเป็นปีศาจเงาที่พยายามจะเข้าโจมตีพวกเขา

ลิรินต้องใช้ทักษะการต่อสู้ทั้งหมดที่มี เพื่อป้องกันตัวเองจากปีศาจเงาที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง ไครานฟาดฟันดาบใหญ่ของเขาอย่างไม่ลดละ เฟย์ร่ายมนตร์ป้องกันและโจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่ปีศาจเงาเหล่านี้ไม่ได้มีอยู่จริง พวกมันเป็นเพียงภาพมายาที่สร้างขึ้นจากความกลัวและความสงสัยในจิตใจของพวกเขา

“เราจะทำลายพวกมันได้อย่างไร?” ‍เฟย์ถามด้วยความเหนื่อยล้า “พวกมันไม่ได้มีอยู่จริง!”

“เราไม่จำเป็นต้องทำลายพวกมันด้วยกำลัง” เอลาริสกล่าว เธอรวบรวมพลังแห่งสุริยันจันทราอีกครั้ง “เราต้องทำลายความกลัวในใจของเราเอง”

เอลาริสปลดปล่อยคลื่นพลังเวทมนตร์แห่งสุริยันจันทราออกมาจากร่างของเธอ คลื่นพลังนั้นแผ่กระจายไปทั่วเขาวงกต ส่องสว่างทุกซอกทุกมุมของกระจกเงา

ปีศาจเงาที่เคยน่ากลัวก็เริ่มจางหายไปราวกับควัน พวกมันไม่ใช่ปีศาจที่แท้จริง ​แต่เป็นเพียงภาพสะท้อนของความกลัวที่อยู่ในจิตใจของพวกเขา เมื่อความกลัวถูกขับไล่ด้วยแสงสว่าง ปีศาจเงาก็ไม่สามารถคงอยู่ได้อีกต่อไป

“ยอดเยี่ยมมาก เอลาริส!” ไครานเอ่ยชม “เจ้าได้ค้นพบแก่นแท้ของบททดสอบนี้แล้ว”

เมื่อปีศาจเงาสลายหายไป เขาวงกตก็เริ่มเปลี่ยนรูปทรง ทางเดินที่เคยบิดเบี้ยวก็กลับมาเป็นทางตรง ​กระจกเงาที่เคยสะท้อนภาพลวงตาก็กลับมาเป็นกระจกธรรมดาอีกครั้ง และที่ปลายทางเดินนั้น มีแสงสว่างส่องออกมา

“ดูเหมือนว่าเราจะผ่านบททดสอบแล้ว” ลิรินกล่าว

พวกเขาเดินไปตามทางเดินที่สว่างไสว และในที่สุดก็มาถึงห้องโถงกว้างใหญ่ที่อยู่ใจกลางวิหารแห่งดวงดาว

ห้องโถงแห่งนี้แตกต่างจากห้องโถงอื่นๆ ที่พวกเขาเคยเห็นมา มันถูกสร้างขึ้นจากหินสีดำสนิท แต่มีเพดานที่สูงเสียดฟ้า ​และมีช่องว่างขนาดใหญ่ที่เผยให้เห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาวนับพันดวง แสงดาวส่องสว่างลงมาในห้องโถง สร้างบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์และน่าอัศจรรย์

กลางห้องโถงมีแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่ทำจากหินสีดำ บนแท่นบูชานั้นมีวัตถุชิ้นหนึ่งวางอยู่ มันคือคทาสั้นๆ ที่ทำจากโลหะสีดำสนิท หัวคทาเป็นรูปดวงดาวที่เปล่งแสงสีม่วงอมน้ำเงินระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน

“นั่นคือ… แก่นคทาแห่งดวงดาว!” เอลาริสกระซิบด้วยความอัศจรรย์ใจ เธอรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่รุนแรงจากมัน มันคือชิ้นส่วนสุดท้ายของคทาสุริยันจันทราที่เธอตามหา

เมื่อเอลาริสเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา แก่นคทาแห่งดวงดาวก็เปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง และลอยขึ้นไปในอากาศ ก่อนที่จะค่อยๆ ลอยเข้ามาหาเธอ

แสงสีม่วงอมน้ำเงินจากแก่นคทาแห่งดวงดาวรวมเข้ากับแสงสีทองจากแก่นคริสตัลแห่งสุริยัน และแสงสีเงินจากแก่นคริสตัลแห่งจันทราที่อยู่ในตัวเอลาริส เกิดเป็นประกายแสงเจิดจรัสที่ส่องสว่างไปทั่วห้องโถง

ร่างกายของเอลาริสเปล่งแสงสว่างอย่างรุนแรง พลังเวทมนตร์ที่มหาศาลไหลเวียนไปทั่วร่างของเธอ เธอรู้สึกถึงความสมบูรณ์ที่แท้จริง ราวกับว่าเธอได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับคทาสุริยันจันทรา

เมื่อแสงสว่างจางลง เอลาริสก็ยืนอยู่กลางห้องโถง ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยแสงแห่งสุริยันจันทรา และในมือของเธอนั้น คทาสุริยันจันทราได้ปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

คทาที่ปรากฏขึ้นนั้นสูงสง่าและงดงาม ด้ามคทาทำจากโลหะสีทองและสีเงินที่ถักทอเข้าหากันอย่างประณีต หัวคทาเป็นรูปดวงอาทิตย์ที่เปล่งแสงสีทอง และดวงจันทร์ที่เปล่งแสงสีเงิน โอบล้อมด้วยดวงดาวนับพันดวงที่เปล่งแสงสีม่วงอมน้ำเงิน มันคือคทาที่รวมพลังแห่งสุริยัน จันทรา และดวงดาวเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

“คทาสุริยันจันทรา… สมบูรณ์แล้ว” ไครานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ

เฟย์เดินเข้ามากอดเอลาริสด้วยความดีใจ “เจ้าทำได้แล้ว เอลาริส!”

ลิรินพยักหน้า เขามองคทาในมือของเอลาริสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง “ตอนนี้เจ้ามีพลังที่จะหยุดมาลากอร์แล้ว”

เอลาริสสัมผัสถึงพลังที่มหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในคทา มันเป็นพลังที่สามารถสร้างและทำลายได้ทุกสิ่ง แต่เธอก็รู้สึกถึงความรับผิดชอบอันหนักอึ้งที่มาพร้อมกับมัน

ทันใดนั้นเอง ผนังด้านหนึ่งของห้องโถงก็เปล่งแสงออกมา เผยให้เห็นภาพสลักขนาดใหญ่ ภาพสลักนั้นเป็นภาพของราชินีแห่งสุริยันจันทราในอดีตกำลังใช้คทาสุริยันจันทราผนึกราชาปีศาจมาลากอร์ไว้ในห้วงแห่งความมืดมิด

แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ภาพสลักอีกภาพที่ปรากฏขึ้นมาข้างๆ มันเป็นภาพของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่กำลังจะมาถึง และใต้ภาพนั้นมีตัวอักษรโบราณสลักอยู่

“มันคืออะไร ลิริน?” เอลาริสถาม

ลิรินก้าวเข้าไปใกล้ภาพสลัก ใบหน้าของเขาซีดเผือด “มันเป็นคำเตือน… คำเตือนถึงพิธีกรรมสุดท้าย”

“พิธีกรรมอะไร?” ไครานถาม

ลิรินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาฉายแววความหวาดกลัว “มันกล่าวว่า… ‘เพื่อผนึกราชาปีศาจไว้ในห้วงแห่งนิรันดร์ ทายาทแห่งสุริยันจันทราจะต้องสละพลังแห่งชีวิตของตนเอง เพื่อเป็นผนึกสุดท้าย’”

คำพูดของลิรินดังก้องไปทั่วห้องโถง ความยินดีจากการได้คทาสุริยันจันทราสมบูรณ์พลันมลายหายไป แทนที่ด้วยความเงียบงันอันน่าขนลุก

เอลาริสกำคทาแน่น เธอเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ยอมสละทุกสิ่ง’ ในคำทำนายแรกแล้ว มันไม่ได้หมายถึงแค่การเสียสละกำลังกาย แต่เป็นการเสียสละชีวิตของเธอเอง เพื่อผนึกมาลากอร์ไว้ตลอดกาล

“ไม่นะ… เอลาริส” เฟย์กระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า

ไครานและลิรินเองก็ตกตะลึงกับคำทำนายนี้เช่นกัน พวกเขามองเอลาริสด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความเห็นใจ ความหวัง และความสิ้นหวัง

เอลาริสเงยหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้าที่ส่องประกายผ่านเพดานวิหาร เธอรู้สึกถึงน้ำหนักของชะตากรรมที่หนักอึ้ง แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมา

“ข้า… ข้าเข้าใจแล้ว” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเด็ดเดี่ยว “นี่คือพันธสัญญาของข้า”

บททดสอบแห่งจิตวิญญาณได้นำพาเธอมาสู่ความจริงที่โหดร้าย แต่ก็เป็นความจริงที่เธอต้องเผชิญหน้า เอลาริสได้คทาสุริยันจันทราที่สมบูรณ์แล้ว แต่การจะใช้มันเพื่อปกป้องโลกใบนี้ เธอจะต้องยอมสละชีวิตของเธอเอง

เวลาของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ และเอลาริสจะต้องตัดสินใจครั้งสุดท้ายในชีวิตของเธอ


หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!