คทาสุริยัน

ตอนที่ 129 — เปิดผนึกความทรงจำและกำเนิดคทาที่แท้จริง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 973 คำ

ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงแห่งดาราหลังจากเสียงกระซิบของราชินีเอเธลเรดเงียบหายไป ความจริงที่ว่ามาลากอร์เป็นเพียงหุ่นเชิดของปีศาจที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ‘เงาแห่งความว่างเปล่า’ ทำให้เอลาริสและสหายรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจ ความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้ายิ่งใหญ่เกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้

“เงาแห่งความว่างเปล่า...” ไลร่าพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลยในตำนานใดๆ ราวกับว่ามันถูกลบเลือนไปจากประวัติศาสตร์”

“นั่นอาจเป็นเพราะราชวงศ์อาร์เคนดอร์ต้องการปกปิดความจริงอันน่าสะพรึงกลัวนี้ไว้” ‌คาเอเลนกล่าวอย่างเคร่งเครียด “หรืออาจเป็นเพราะปีศาจตัวนี้มีพลังมากเกินกว่าที่ใครจะรับมือได้ จึงต้องถูกปิดผนึกเป็นความลับสูงสุด”

เอลาริสเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชาอีกครั้ง ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังศิลาเวทที่เปล่งแสงสีเงินและสีทองสลับกันไปมา เธอรู้สึกถึงแรงดึงดูดอันมหาศาลจากศิลาก้อนนี้ ราวกับมันกำลังเรียกหาเธอ

“ราชินีเอเธลเรดพูดถึง ‘แก่นแท้แห่งดารา’ ที่ซ่อนอยู่ในคทา” ​เอลาริสกล่าว “นั่นหมายความว่าคทาที่ฉันถืออยู่ตอนนี้ยังไม่สมบูรณ์ใช่ไหม?”

ไลร่าพยักหน้า “เป็นไปได้เจ้าหญิงเอลาริส คทาสุริยันจันทราที่ราชินีเอเธลเรดสร้างขึ้นนั้นเป็นคทาที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ตำนานเล่าว่ามันมีหลายส่วน บางทีสิ่งที่เรามีอยู่ตอนนี้อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมัน”

จี้แห่งพันธสัญญาบนคอของเอลาริสเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง แสงนั้นพุ่งตรงไปยังศิลาเวทบนแท่นบูชา และในขณะเดียวกัน ‍ศิลาเวทก็ส่งแสงตอบรับกลับมา แสงทั้งสองพันเกี่ยวกัน ก่อให้เกิดกระแสพลังงานที่ไหลวนอย่างรุนแรง

ทันใดนั้น ศิลาเวทก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงครืนครางดังมาจากใต้พื้นดิน แสงสว่างจ้าพุ่งออกมาจากศิลาเวท และฉายภาพโฮโลแกรมสามมิติขึ้นกลางอากาศ เป็นภาพของราชินีเอเธลเรดในวัยสาว ‌ผู้ซึ่งกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชาเดียวกันนี้ สองมือของนางกำลังรวบรวมพลังจากดวงดาว

ภาพนั้นแสดงให้เห็นถึงความพยายามอันยากลำบากของราชินีเอเธลเรด นางใช้พลังเวททั้งหมดที่มี ผสมผสานแสงแห่งสุริยันและความมืดแห่งจันทราเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ภาพของดวงดาวนับล้านบนท้องฟ้าถูกดึงลงมาสู่ปลายนิ้วของนาง ค่อยๆ ก่อตัวเป็นคทาอันงดงามที่เปล่งประกายเจิดจ้า

“นี่คือความทรงจำของราชินีเอเธลเรด!” ไลร่าอุทานด้วยความตื่นเต้น ‍“นี่คือวิธีการสร้างคทาสุริยันจันทรา!”

ภาพโฮโลแกรมยังคงดำเนินต่อไป แสดงให้เห็นถึงราชินีเอเธลเรดที่กำลังถือคทาอันสมบูรณ์แบบ แสงจากคทาส่องสว่างไปทั่วทั้งวิหาร และในภาพนั้น ก็ปรากฏภาพของวัตถุขนาดเล็กชิ้นหนึ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศข้างๆ คทา มันเป็นอัญมณีสีรุ้งที่เปล่งประกายระยิบระยับ ราวกับเป็นศูนย์รวมของดวงดาวทั้งหมด

“นี่คือ ​‘แก่นแท้แห่งดารา’...” เสียงของราชินีเอเธลเรดดังขึ้นจากภาพโฮโลแกรม “...เป็นหัวใจของคทาสุริยันจันทรา พลังที่แท้จริงในการผนึก ‘เงาแห่งความว่างเปล่า’ จะถูกปลดปล่อยออกมาเมื่อแก่นแท้แห่งดาราถูกผสานเข้ากับคทาอย่างสมบูรณ์”

ภาพโฮโลแกรมหยุดลงที่ภาพของราชินีเอเธลเรดที่กำลังถือคทาและแก่นแท้แห่งดารา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเสียสละ ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะค่อยๆ ​จางหายไป เหลือไว้เพียงศิลาเวทที่เปล่งแสงอย่างสงบ

“แก่นแท้แห่งดารา...” เอลาริสพึมพำ “แล้วมันอยู่ที่ไหนล่ะ?”

ทันใดนั้น แสงจากจี้แห่งพันธสัญญาของเอลาริสก็ส่องสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง แสงนั้นไม่ได้พุ่งไปยังศิลาเวท แต่พุ่งตรงไปยังมือของเอลาริสที่กำลังถือคทาไม้เท้าธรรมดาที่เธอได้รับมาจากอาจารย์โอริน

คทาไม้เท้านั้นดูเรียบง่าย ไม่มีลวดลายวิจิตรพิสดารใดๆ ​แต่เมื่อแสงจากจี้ส่องไปกระทบ คทาก็เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนที่จะมีรอยร้าวขนาดเล็กปรากฏขึ้นบนเนื้อไม้

“คทาของข้า...” เอลาริสอุทานด้วยความประหลาดใจ

รอยร้าวบนคทาเริ่มขยายตัวออกเรื่อยๆ เผยให้เห็นแสงสว่างจ้าที่เปล่งประกายอยู่ภายในเนื้อไม้ คทาไม้เท้าค่อยๆ แตกสลายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และจากเศษซากของคทาไม้เท้านั้น ก็ปรากฏอัญมณีสีรุ้งเม็ดหนึ่งที่เปล่งประกายระยิบระยับ ลอยอยู่กลางอากาศเบื้องหน้าของเอลาริส

“แก่นแท้แห่งดารา!” ไลร่าร้องอุทานด้วยความตกตะลึง “มันซ่อนอยู่ในคทาไม้เท้าของเจ้า!”

“เป็นไปได้อย่างไร?” เอลาริสถาม เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าคทาธรรมดาที่อาจารย์โอรินมอบให้จะมีความลับที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้

“อาจารย์โอรินอาจจะรู้เรื่องนี้มาตลอด” คาเอเลนกล่าว “เขาอาจจะมอบคทาให้เจ้าเพื่อรอเวลาที่เหมาะสมที่จะเปิดเผยความจริง”

อัญมณีสีรุ้ง ‘แก่นแท้แห่งดารา’ ลอยวนอยู่เบื้องหน้าของเอลาริส เปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับดวงดาวที่ถูกจับมาขังไว้ในรูปของอัญมณี เธอรู้สึกถึงพลังงานอันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากมัน เป็นพลังงานที่บริสุทธิ์และทรงอำนาจ

เอลาริสยื่นมือออกไปช้าๆ สัมผัสกับอัญมณีสีรุ้งนั้น ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสกับแก่นแท้แห่งดารา พลังงานอันมหาศาลก็พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเธอ เธอรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านทุกอณูของร่างกาย ความรู้สึกของแสงสว่างและเงามืดผสานรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบในตัวเธอ ราวกับว่าเธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล

ในขณะเดียวกัน จี้แห่งพันธสัญญาบนคอของเธอก็ส่องแสงสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง แสงนั้นพุ่งตรงไปยังอัญมณีสีรุ้ง และอัญมณีสีรุ้งก็พุ่งเข้าหาร่างกายของเอลาริสช้าๆ ค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในตัวเธอ ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเธอมาตั้งแต่ต้น

เมื่อแก่นแท้แห่งดาราถูกดูดซับเข้าไปในร่างกายของเอลาริส เธอก็รู้สึกถึงพลังเวทที่พลุ่งพล่านอยู่ในตัวเธออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันไม่ใช่แค่พลังงานที่เธอควบคุมได้ แต่มันคือตัวตนของเธอ เป็นแก่นแท้แห่งพลังสุริยันจันทราที่แท้จริง

ทันใดนั้น แสงสว่างจ้าก็ระเบิดออกมาจากร่างของเอลาริส แสงนั้นสว่างจ้าจนทุกคนต้องหลับตาลง เมื่อแสงสว่างจางหายไป ก็ปรากฏภาพของเอลาริสที่ยืนอยู่กลางห้องโถง แต่บัดนี้ในมือของเธอไม่ได้มีคทาไม้เท้าธรรมดาอีกต่อไป

ในมือของเอลาริสปรากฏคทาอันงดงามที่เปล่งประกายเจิดจ้า ด้ามคทาทำจากโลหะสีเงินวาววับ พันเกี่ยวด้วยลวดลายของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่สลักเสลาอย่างประณีต ปลายคทาประดับด้วยอัญมณีสีรุ้ง ‘แก่นแท้แห่งดารา’ ที่เปล่งประกายระยิบระยับ แสงสีทองและสีเงินเต้นระบำอยู่รอบๆ คทา ราวกับกำลังมีชีวิต

“คทาสุริยันจันทราที่แท้จริง!” ไลร่าอุทานด้วยความทึ่ง

คาเอเลนและฟินน์มองคทาในมือของเอลาริสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและชื่นชม คทาสุริยันจันทราที่เคยเป็นเพียงตำนานบัดนี้ปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขา และเอลาริสคือผู้ที่ถือครองมัน

เอลาริสสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในคทา มันคือพลังของดวงดาวทั้งหมด พลังของสุริยันและจันทราที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว เธอรู้สึกถึงความรับผิดชอบอันหนักอึ้งที่มาพร้อมกับพลังนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน

“เจ้าได้ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของคทาแล้ว... ทายาทแห่งสุริยันจันทรา...” เสียงของราชินีเอเธลเรดดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่เสียงกระซิบ แต่เป็นเสียงที่ชัดเจนและก้องกังวานไปทั่วทั้งวิหาร “...บัดนี้ เจ้าคือผู้พิทักษ์ที่แท้จริง... จงใช้คทานี้เพื่อปกป้องโลกจากเงามืดนิรันดร์... สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ใกล้เข้ามาแล้ว... จงเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมของเจ้า...”

เมื่อเสียงนั้นเงียบหายไป ห้องโถงแห่งดาราก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเอลาริสที่ยืนถือคทาสุริยันจันทราอันเปล่งประกาย และสหายทั้งสามที่มองมาที่เธอด้วยความหวังและความเชื่อมั่น

เอลาริสรู้ดีว่าภารกิจของเธอยังไม่จบลง นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่แท้จริง การค้นพบ ‘แก่นแท้แห่งดารา’ ทำให้คทาสุริยันจันทราสมบูรณ์ และทำให้เธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมาลากอร์และ ‘เงาแห่งความว่างเปล่า’ ที่หลับใหลอยู่ใต้พิภพ

เธอพยักหน้าให้สหายทั้งสาม ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน เธอกำคทาสุริยันจันทราไว้แน่น พลังแห่งดวงดาวไหลเวียนอยู่ในกายของเธอ เธอพร้อมแล้วที่จะทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ และปกป้องโลกจากความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา

การเดินทางครั้งนี้ได้นำพาเอลาริสมาไกลเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ จากเด็กสาวกำพร้าผู้ไร้พลัง บัดนี้เธอกลายเป็นทายาทแห่งสุริยันจันทรา ผู้ถือครองคทาแห่งดวงดาว และความหวังสุดท้ายของโลกใบนี้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!