บรรยากาศยามค่ำคืนบนเนินเขาก่อนถึงยอดเขาแห่งปฐมกำเนิดนั้นเงียบงันและเยือกเย็น ดวงจันทร์คู่บนท้องฟ้าเริ่มเคลื่อนเข้าใกล้กันมากขึ้น แสงสีเงินที่สาดส่องลงมาดูสลัวและหม่นหมอง ราวกับท้องฟ้ากำลังร่ำไห้ให้กับชะตากรรมที่กำลังจะมาถึง
เอลาริสนั่งอยู่ริมกองไฟ เธอจ้องมองเปลวไฟที่เต้นระริก มันคือสัญลักษณ์ของชีวิตที่กำลังจะมอดดับลง เธอสัมผัสถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ ไม่ใช่ความเย็นจากอากาศ แต่เป็นความรู้สึกของการจากลาที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เฟย์นั่งอยู่ข้างๆ เธอ ใบหน้าของเฟย์ยังคงมีร่องรอยของน้ำตา เธอจับมือของเอลาริสไว้แน่น “เจ้า… เจ้าแน่ใจนะ เอลาริส”
เอลาริสพยักหน้าช้าๆ “ข้าไม่มีทางเลือก เฟย์ ถ้าข้าไม่ทำ… โลกใบนี้ก็จะตกอยู่ภายใต้ความมืดมิดตลอดไป”
“แต่… เจ้าควรจะมีชีวิตอยู่” เฟย์กระซิบ “เจ้ามีอะไรอีกมากมายที่ต้องทำ มีความสุขอีกมากมายที่เจ้าควรจะได้รับ”
เอลาริสยิ้มอย่างอ่อนโยน “ข้ามีความสุขแล้ว เฟย์ ข้ามีความสุขที่มีพวกเจ้าอยู่เคียงข้างข้า ข้ามีความสุขที่ได้รู้ว่าข้าสามารถปกป้องโลกใบนี้ได้”
ไครานและลิรินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของกองไฟ ใบหน้าของทั้งคู่เคร่งเครียด แต่ดวงตาของพวกเขาก็ฉายแววความเคารพและความภาคภูมิใจ
“พวกเราจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ เอลาริส” ไครานกล่าวเสียงเข้ม “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
ลิรินพยักหน้า “พวกเราจะช่วยเจ้าเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับพิธีกรรมสุดท้ายนี้”
พวกเขาใช้เวลาในช่วงกลางคืนเพื่อทบทวนรายละเอียดของพิธีกรรมอีกครั้ง ลิรินอธิบายถึงขั้นตอนต่างๆ อย่างละเอียด เอลาริสฟังอย่างตั้งใจ เธอพยายามจดจำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้พิธีกรรมดำเนินไปอย่างราบรื่นที่สุด
“เมื่อสุริยคราสแห่งจันทร์คู่สมบูรณ์” ลิรินอธิบาย “พลังแห่งสุริยันและจันทราจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในจุดสูงสุด เจ้าจะต้องใช้คทาสุริยันจันทราเพื่อเปิดประตูสู่ห้วงแห่งนิรันดร์ ที่ซึ่งมาลากอร์ถูกจองจำไว้”
“แล้วการเสียสละชีวิตของข้าล่ะ?” เอลาริสถาม
“เจ้าจะต้องถ่ายเทพลังแห่งชีวิตของเจ้าเข้าสู่คทาสุริยันจันทรา มันจะกลายเป็นผนึกสุดท้ายที่จะกักขังมาลากอร์ไว้ในห้วงแห่งนิรันดร์ตลอดไป” ลิรินตอบ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหม่นหมอง
เอลาริสกำคทาในมือแน่น เธอรู้สึกถึงพลังที่มหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในนั้น มันคือพลังที่จะช่วยโลกใบนี้ แต่ก็เป็นพลังที่จะพรากชีวิตของเธอไป
หลังจากที่ทบทวนพิธีกรรมจนเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว พวกเขาก็เงียบงันอีกครั้ง ต่างคนต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง
เอลาริสลุกขึ้นยืน เธอเดินไปยืนอยู่ริมหน้าผา มองไปยังยอดเขาแห่งปฐมกำเนิดที่สูงตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แสงออร่าสีเงินจากยอดเขาสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังรอคอยการมาถึงของเธอ
“ข้า… ข้าคิดถึงบ้าน” เอลาริสกระซิบเบาๆ “ข้าคิดถึงชีวิตที่เรียบง่ายของข้า”
เฟย์เดินเข้ามาโอบกอดเธอจากด้านหลัง “ข้าก็คิดถึงมันเหมือนกัน เอลาริส”
“เจ้าไม่ต้องแบกรับภาระนี้คนเดียว” ไครานกล่าว “พวกเราจะแบกรับมันไปพร้อมกับเจ้า”
“ถึงแม้ว่าร่างกายของข้าจะไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเจ้าอีกต่อไป” เอลาริสกล่าว “แต่จิตวิญญาณของข้าจะคอยปกป้องพวกเจ้าเสมอ”
ลิรินเดินเข้ามา เขาหยิบสร้อยคอเส้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า มันเป็นสร้อยคอที่ทำจากไม้แกะสลักเป็นรูปดวงจันทร์เสี้ยวเล็กๆ
“นี่คือสร้อยคอของเผ่าพันธุ์ข้า” ลิรินกล่าว “มันจะช่วยนำทางเจ้าสู่ดินแดนแห่งความสงบสุข”
เอลาริสรับสร้อยคอมา เธอสวมมันไว้ที่คอ เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นจากมัน ราวกับได้รับพรจากบรรพบุรุษของลิริน
“ขอบคุณนะ ลิริน” เอลาริสกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
พวกเขาใช้เวลาที่เหลือในคืนนั้นเพื่อแบ่งปันความทรงจำดีๆ ที่มีร่วมกัน เล่าเรื่องราวตลกๆ ที่เคยเกิดขึ้น และหัวเราะไปด้วยกัน แม้ในใจจะรู้ดีว่านี่คือการจากลา แต่พวกเขาก็พยายามที่จะทำให้ช่วงเวลานี้มีความหมายมากที่สุด
เมื่อใกล้รุ่งสาง ดวงจันทร์คู่ก็โคจรมาใกล้กันมากยิ่งขึ้น แสงสลัวๆ ที่ส่องลงมาจากท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอมม่วง สัญญาณของการเริ่มต้นสุริยคราสแห่งจันทร์คู่
“ได้เวลาแล้ว” ไครานกล่าว เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่น
เอลาริสพยักหน้า เธอหยิบคทาสุริยันจันทราขึ้นมาถือไว้ในมือ คทาเปล่งแสงสว่างเจิดจรัสราวกับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว
“ข้าพร้อมแล้ว” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเด็ดเดี่ยว
พวกเขาออกเดินทางจากเนินเขา มุ่งหน้าสู่ยอดเขาแห่งปฐมกำเนิด การเดินขึ้นสู่ยอดเขานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทางเดินสูงชันและปกคลุมด้วยหิมะหนา แต่เอลาริสและสหายก็เดินไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำตามพันธสัญญาให้สำเร็จ
เมื่อพวกเขามาถึงยอดเขาแห่งปฐมกำเนิด แสงออร่าสีเงินที่เคยสว่างไสวก็ยิ่งเจิดจรัสมากขึ้น กลางยอดเขามีแท่นหินขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่าอยู่ ราวกับถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรอคอยพิธีกรรมนี้โดยเฉพาะ
“ที่นี่แหละ” ลิรินกล่าว “นี่คือจุดศูนย์รวมพลังงานที่บริสุทธิ์ที่สุดของโลก”
เอลาริสเดินขึ้นไปยืนบนแท่นหิน เธอเงยหน้ามองท้องฟ้า ดวงจันทร์คู่โคจรมาบรรจบกันอย่างสมบูรณ์แบบ เกิดเป็นสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่สวยงามและน่าพรั่นพรึง แสงอาทิตย์ถูกบดบังด้วยดวงจันทร์สองดวง ทำให้โลกตกอยู่ในความมืดสลัว
พลังงานที่มหาศาลไหลเวียนไปทั่วร่างของเอลาริส เธอรู้สึกถึงการเชื่อมโยงกับโลกทั้งใบ กับดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวนับพันดวง
“มาลากอร์… ข้าจะหยุดเจ้าให้ได้” เอลาริสกระซิบ
ไคราน ลิริน และเฟย์ยืนอยู่รอบแท่นหิน พวกเขาจับมือกัน เตรียมพร้อมที่จะเป็นพยานในพิธีกรรมสุดท้าย
คืนก่อนสุริยคราสได้ผ่านพ้นไปแล้ว และรุ่งอรุณแห่งชะตากรรมก็มาเยือน เอลาริสจะต้องใช้พลังทั้งหมดที่มี เพื่อปกป้องโลกใบนี้จากความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของเธอเอง

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก