โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 963 คำ
หลังจากที่เอลาริสได้ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของคทาสุริยันจันทราและได้รับ ‘แก่นแท้แห่งดารา’ กลับคืนมา พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะไม่รีรออีกต่อไป การเดินทางกลับจากวิหารแห่งดาราเป็นไปอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น พวกเขาต้องรีบแจ้งข่าวร้ายเกี่ยวกับ ‘เงาแห่งความว่างเปล่า’ และเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับมาลากอร์
เมื่อพวกเขากลับมาถึงป่าโบราณที่อาจารย์โอรินและไลร่าพำนักอยู่ ก็พบว่าบรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนไป ความสงบที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดและหวาดระแวง
“อาจารย์โอริน! ไลร่า!” เอลาริสร้องเรียกขณะที่พวกเขาวิ่งเข้าไปในเขตที่พัก
อาจารย์โอรินและไลร่ารีบออกมาต้อนรับพวกเขา ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
“พวกเจ้ากลับมาแล้ว!” ไลร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงโล่งใจระคนเคร่งเครียด “ข้าดีใจที่พวกเจ้าปลอดภัย”
“เกิดอะไรขึ้นหรือไลร่า? บรรยากาศที่นี่ดูไม่ค่อยดีเลย” เอลาริสถาม พลางสังเกตเห็นทหารยามที่ดูเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
อาจารย์โอรินถอนหายใจเฮือกใหญ่ “มีข่าวร้ายจากอาณาจักรต่างๆ เจ้าหญิงเอลาริส มาลากอร์ได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”
เอลาริสและสหายถึงกับชะงัก เธอรีบเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวิหารแห่งดารา รวมถึงการเปิดเผยเรื่อง ‘เงาแห่งความว่างเปล่า’ และการที่คทาสุริยันจันทราได้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ให้แก่อาจารย์โอรินและไลร่าฟัง
เมื่อได้ยินเรื่องราวของ ‘เงาแห่งความว่างเปล่า’ อาจารย์โอรินและไลร่าก็ถึงกับตกตะลึง ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือด
“เงาแห่งความว่างเปล่า...” อาจารย์โอรินพึมพำ “ข้าเคยได้ยินเพียงเสียงกระซิบจากตำนานที่ถูกลืมเลือน ว่ามีปีศาจที่ยิ่งใหญ่กว่ามาลากอร์ซ่อนอยู่ แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะมีอยู่จริง”
“และมาลากอร์เป็นเพียงหุ่นเชิดของมัน” ไลร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “นี่เป็นข่าวที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก”
“แล้วสถานการณ์ภายนอกเป็นอย่างไรบ้างคะอาจารย์?” เอลาริสถาม
อาจารย์โอรินเดินนำพวกเขาไปยังโต๊ะไม้ที่กางแผนที่โลกขนาดใหญ่วางอยู่ “ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา อาณาจักรทางทิศตะวันออกและทิศใต้เริ่มเผชิญกับภัยพิบัติที่แปลกประหลาด พืชพรรณเหี่ยวเฉา สัตว์ป่าล้มตายอย่างเป็นปริศนา และที่เลวร้ายที่สุดคือ ผู้คนเริ่มล้มป่วยด้วยโรคประหลาดที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอและจิตใจมืดมิด”
เขาชี้ไปยังจุดต่างๆ บนแผนที่ “นี่คือสัญญาณของการคืบคลานของมาลากอร์ พลังของมันกำลังแผ่ขยายออกไป ทำให้เกิดความโกลาหลและความสิ้นหวังไปทั่ว”
“และสุริยคราสแห่งจันทร์คู่...” ไลร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล “เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว”
เอลาริสรู้สึกถึงแรงกดดันอันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ เธอเหลือบมองคทาสุริยันจันทราในมือ มันเปล่งประกายระยิบระยับ ราวกับเป็นแสงแห่งความหวังเดียวท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“เราต้องทำอะไรสักอย่าง” เอลาริสกล่าวด้วยความมุ่งมั่น “เราไม่สามารถปล่อยให้มาลากอร์และเงาแห่งความว่างเปล่าทำลายโลกนี้ได้”
“ใช่แล้ว” คาเอเลนพยักหน้า “แต่เราจะต้องเริ่มต้นจากตรงไหน?”
อาจารย์โอรินมองมาที่เอลาริสด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความหวัง “เจ้าหญิงเอลาริส คทาสุริยันจันทราในมือของเจ้าคือความหวังสุดท้ายของโลกใบนี้ พลังของมันสามารถขับไล่ความมืดมิดและผนึกปีศาจทั้งสองได้”
“แต่ฉันจะใช้พลังของมันได้อย่างไรให้เต็มที่?” เอลาริสถาม “ฉันยังไม่เข้าใจพลังที่แท้จริงของแก่นแท้แห่งดาราอย่างถ่องแท้”
“นั่นคือสิ่งที่เราต้องค้นหา” ไลร่ากล่าว “เราต้องศึกษาตำราโบราณเพิ่มเติม และเจ้าต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อควบคุมพลังอันมหาศาลนั้นให้ได้”
ในขณะที่พวกเขากำลังหารือกันอยู่นั้น ทหารยามนายหนึ่งก็วิ่งเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก
“ท่านอาจารย์! มีข่าวจากหน่วยลาดตระเวน!” ทหารยามกล่าวด้วยเสียงหอบ “มีกองกำลังของมาลากอร์ปรากฏขึ้นใกล้กับชายแดนทางทิศเหนือ พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาทางเรา!”
ทุกคนถึงกับชะงัก ใบหน้าของพวกเขาเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
“เร็วขนาดนี้เชียวหรือ?” คาเอเลนอุทาน “พวกมันรู้ได้อย่างไรว่าเราอยู่ที่นี่?”
“เป็นไปได้ว่ามาลากอร์กำลังจับตาดูเราอยู่ตลอดเวลา” อาจารย์โอรินกล่าว “มันคงสัมผัสได้ถึงพลังของคทาสุริยันจันทราที่ถูกปลดปล่อยออกมา”
“ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือ” เอลาริสกล่าวด้วยความมุ่งมั่น “ฉันจะไม่อ่อนแออีกต่อไป”
คาเอเลนดึงดาบออกจากฝัก “ข้าจะนำกำลังออกไปเตรียมพร้อมรับมือการโจมตี”
“ข้าจะช่วยรวบรวมกำลังพลที่เหลืออยู่” ฟินน์กล่าว
ไลร่าหันไปมองเอลาริส “เจ้าหญิงเอลาริส เจ้าต้องพยายามทำความเข้าใจพลังของคทาให้ได้มากที่สุดในเวลานี้ ข้าจะช่วยเจ้า”
เอลาริสพยักหน้า เธอกำคทาสุริยันจันทราในมือแน่น พลังงานจากคทาไหลเวียนผ่านตัวเธอ ทำให้เธอรู้สึกเข้มแข็งขึ้น
ไม่นานหลังจากนั้น เสียงแตรศึกก็ดังขึ้นจากระยะไกล เป็นสัญญาณเตือนถึงการมาถึงของศัตรู
กองกำลังของมาลากอร์ปรากฏขึ้นที่ขอบป่า พวกมันไม่ใช่แค่ปีศาจธรรมดา แต่เป็นทหารโครงกระดูกที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาด้วยเวทมนตร์ทมิฬ ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายสีแดงก่ำน่าสะพรึงกลัว พวกมันเคลื่อนที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงเดินที่น่าขนลุก
คาเอเลนและนักรบที่เหลืออยู่ตั้งแนวป้องกันอยู่เบื้องหน้า พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับกองทัพปีศาจ
เอลาริสยืนอยู่ด้านหลังแนวหน้า พร้อมกับไลร่าที่กำลังท่องมนต์ป้องกันรอบตัวเธอ
“เจ้าหญิงเอลาริส จงใช้พลังของเจ้าเพื่อปกป้องพวกเรา!” ไลร่ากล่าว
เอลาริสหลับตาลง เธอรวบรวมพลังสุริยันจันทราทั้งหมดที่มีอยู่ในตัว แสงสีทองและสีเงินเริ่มเปล่งประกายออกมาจากคทาสุริยันจันทรา แสงนั้นสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเกราะป้องกันขนาดใหญ่ที่โอบล้อมพวกเขาไว้
เมื่อทหารโครงกระดูกของมาลากอร์พุ่งเข้ามาโจมตี พวกมันก็ปะทะเข้ากับเกราะแสงของเอลาริส ร่างกายของพวกมันเริ่มสลายตัวไปในอากาศทันทีที่สัมผัสกับแสงสว่างที่บริสุทธิ์
แต่กองทัพของมาลากอร์มีจำนวนมหาศาล พวกมันยังคงพุ่งเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง
“พวกมันมีจำนวนมากเกินไป!” คาเอเลนตะโกน “เกราะป้องกันของเอลาริสอาจจะต้านทานพวกมันได้ไม่นาน!”
เอลาริสรู้ดี เธอต้องใช้พลังที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ เธอต้องใช้ ‘แก่นแท้แห่งดารา’ ที่ซ่อนอยู่ในคทา
เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีทองและสีเงิน เธอท่องมนต์โบราณที่เธอเคยได้ยินจากราชินีเอเธลเรดในวิหารแห่งดารา มนต์แห่งการผสานพลังแห่งสุริยันและจันทรา
เมื่อเธอท่องมนต์จบ แสงสว่างจ้าก็พุ่งออกมาจากปลายคทา แสงนั้นไม่ใช่แค่แสงธรรมดา แต่เป็นลำแสงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยพลังงานอันมหาศาล มันพุ่งตรงไปยังกองทัพทหารโครงกระดูกของมาลากอร์
ทันทีที่ลำแสงกระทบกับพวกมัน ทหารโครงกระดูกทั้งหมดก็สลายตัวไปในอากาศทันที ราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน แสงสว่างจ้านั้นยังคงพุ่งทะลุผ่านป่าไปไกลแสนไกล ก่อนที่จะจางหายไปในที่สุด
ความเงียบเข้าปกคลุมสนามรบอีกครั้ง เหลือเพียงควันจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ
ทุกคนมองไปที่เอลาริสด้วยความทึ่งและชื่นชม เธอได้ใช้พลังที่แท้จริงของคทาสุริยันจันทราเป็นครั้งแรก และมันก็ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ
เอลาริสรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมากจากการใช้พลังงานทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น เธอรู้แล้วว่าคทาในมือของเธอมีความสามารถที่จะต่อกรกับมาลากอร์ได้
“เราชนะแล้ว!” ฟินน์อุทานด้วยความดีใจ
“ใช่แล้ว” คาเอเลนพยักหน้า “แต่การต่อสู้ที่แท้จริงยังไม่เริ่มต้นขึ้น”
อาจารย์โอรินเดินเข้ามาหาเอลาริส ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “เจ้าหญิงเอลาริส เจ้าได้พิสูจน์แล้วว่าเจ้าคู่ควรที่จะเป็นผู้พิทักษ์”
“แต่ฉันยังต้องเรียนรู้อีกมากค่ะอาจารย์” เอลาริสกล่าว “ฉันต้องเข้าใจพลังของคทาให้ลึกซึ้งกว่านี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเงาแห่งความว่างเปล่า”
ไลร่าพยักหน้า “ถูกต้องแล้วเจ้าหญิงเอลาริส เราจะช่วยเจ้าเอง”
ชัยชนะเหนือทหารโครงกระดูกของมาลากอร์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่แท้จริง สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ใกล้เข้ามาทุกขณะ และเอลาริสต้องเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ
ข่าวร้ายจากต่างแดนและการโจมตีของมาลากอร์เป็นเครื่องเตือนใจว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที และเอลาริสต้องใช้พลังที่แท้จริงของคทาสุริยันจันทราเพื่อปกป้องโลกใบนี้จากความมืดมิดนิรันดร์

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก