แสงสลัวของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่สาดส่องลงมาบนยอดเขาแห่งปฐมกำเนิด สร้างบรรยากาศที่ทั้งศักดิ์สิทธิ์และน่าสะพรึงกลัว ดวงจันทร์คู่ที่โคจรมาบดบังดวงอาทิตย์อย่างสมบูรณ์ ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงอมม่วงราวกับเลือดที่กำลังหลั่งริน ลมพัดแรงขึ้น เสียงหวีดหวิวของสายลมก้องกังวานไปทั่วภูเขา ราวกับเสียงร้องของวิญญาณที่กำลังรอคอยชะตากรรม
เอลาริสยืนอยู่กลางแท่นหินศักดิ์สิทธิ์ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งแสงสว่างเจิดจรัสราวกับเป็นแหล่งกำเนิดแสงเพียงหนึ่งเดียวในความมืดมิด ดวงตาของเธอฉายแววความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยว แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเศร้าและความหวั่นไหวที่ยากจะปกปิด
“เจ้าพร้อมแล้วใช่ไหม เอลาริส?” ไครานถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
เอลาริสพยักหน้าช้าๆ “ข้าพร้อมแล้ว ไคราน”
เฟย์จับมือของเอลาริสไว้แน่น “พวกเราจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ เอลาริส” น้ำตาของเฟย์ไหลรินอาบแก้ม เธอพยายามยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
ลิรินยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของแท่นหิน เขาเริ่มร่ายมนตร์โบราณ เสียงของเขาดังก้องไปทั่วภูเขา เป็นภาษาที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ มันคือมนตร์ที่ใช้ในการเปิดประตูสู่ห้วงแห่งนิรันดร์
เมื่อลิรินร่ายมนตร์จบ คทาสุริยันจันทราในมือของเอลาริสก็เปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง แสงสีทอง สีเงิน และสีม่วงอมน้ำเงินรวมกันเป็นลำแสงขนาดใหญ่ พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ถูกบดบังด้วยสุริยคราส
ลำแสงนั้นพุ่งทะลุผ่านม่านเมฆสีแดงอมม่วง และเปิดช่องว่างขนาดใหญ่บนท้องฟ้า ช่องว่างนั้นมืดมิดและลึกล้ำ ราวกับเป็นประตูสู่มิติอื่น มันคือ ‘ห้วงแห่งนิรันดร์’ ที่มาลากอร์ถูกจองจำไว้
“ประตูเปิดแล้ว!” ลิรินตะโกน “เอลาริส! ตอนนี้แหละ!”
เอลาริสหลับตาลง เธอจดจ่อสมาธิทั้งหมด เธอรู้สึกถึงพลังแห่งสุริยันจันทราที่ไหลเวียนอยู่ในคทา มันเป็นพลังที่มหาศาลเกินกว่าที่เธอจะเคยสัมผัสมา เธอพยายามที่จะเชื่อมโยงกับพลังนั้น และใช้มันเพื่อดึงมาลากอร์ออกมาจากห้วงแห่งนิรันดร์
ทันใดนั้นเอง แสงสีดำทะมึนก็พุ่งออกมาจากช่องว่างบนท้องฟ้า มันคือพลังด้านมืดของมาลากอร์ที่กำลังพยายามจะหลุดพ้นจากพันธนาการ เสียงหัวเราะอันชั่วร้ายของราชาปีศาจดังก้องไปทั่วภูเขา ทำให้ผืนดินสั่นสะเทือน
“เจ้าคิดว่าจะหยุดข้าได้งั้นรึ เด็กน้อย!” เสียงของมาลากอร์ดังขึ้นในจิตสำนึกของเอลาริส “เจ้าช่างโง่เขลา! ข้าจะกลับมา และทำลายทุกสิ่ง!”
เอลาริสรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นแปลบไปทั่วร่าง พลังด้านมืดของมาลากอร์พยายามที่จะบดขยี้จิตใจของเธอ พยายามที่จะทำให้เธอยอมแพ้ แต่เอลาริสไม่ยอมแพ้ เธอจ้องมองไปยังห้วงแห่งนิรันดร์ เธอเห็นเงาของมาลากอร์ที่กำลังดิ้นรนอยู่ในความมืดมิด
“ข้าจะไม่มีวันยอมให้เจ้าทำเช่นนั้น มาลากอร์!” เอลาริสตะโกนสุดเสียง
เธอรวบรวมพลังแห่งชีวิตของเธอทั้งหมด เธอถ่ายเทพลังนั้นเข้าสู่คทาสุริยันจันทรา แสงสว่างจากคทาเจิดจ้าขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มันไม่ใช่แค่แสงเวทมนตร์ แต่มันคือแสงแห่งชีวิต แสงแห่งการเสียสละ
ร่างกายของเอลาริสเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ แสงนั้นสว่างจนแทบจะมองไม่เห็นร่างของเธอ เส้นผมสีน้ำตาลของเธอเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยแสงสีทองและสีเงินราวกับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่กำลังจะดับลง
พลังแห่งชีวิตของเอลาริสไหลเวียนเข้าสู่คทาสุริยันจันทรา คทาเปล่งแสงสว่างเจิดจรัส พุ่งตรงไปยังห้วงแห่งนิรันดร์
แสงแห่งชีวิตของเอลาริสปะทะเข้ากับพลังด้านมืดของมาลากอร์อย่างรุนแรง เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แสงทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด ราวกับความมืดและแสงสว่างกำลังเผชิญหน้ากันในสงครามครั้งสุดท้าย
มาลากอร์ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พลังแห่งชีวิตของเอลาริสกำลังบีบรัดเขาไว้ กำลังผนึกเขาไว้ในห้วงแห่งนิรันดร์
“ไม่นะ! ข้าจะไม่ยอม!” มาลากอร์ตะโกน
แต่พลังของเอลาริสนั้นมหาศาลเกินกว่าที่เขาจะต้านทานได้ แสงแห่งชีวิตของเธอกำลังกลืนกินเขา กำลังผนึกเขาไว้ตลอดกาล
ร่างกายของเอลาริสเริ่มอ่อนแรงลง แสงสว่างที่เปล่งออกมาจากร่างของเธอก็เริ่มริบหรี่ลงเช่นกัน เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่เธอก็ยิ้มออกมา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสงบและความสุข
“ข้า… ข้าทำได้แล้ว” เอลาริสกระซิบเบาๆ
เมื่อพลังแห่งชีวิตของเอลาริสถูกถ่ายทอดเข้าสู่คทาสุริยันจันทราจนหมดสิ้น คทาก็เปล่งแสงสว่างเจิดจรัสครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปในห้วงแห่งนิรันดร์ และปิดประตูนั้นลงอย่างสมบูรณ์แบบ
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวครั้งสุดท้าย ช่องว่างบนท้องฟ้าปิดลงอย่างรวดเร็ว แสงสีแดงอมม่วงของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่เริ่มจางหายไป ดวงอาทิตย์กลับมาส่องแสงอีกครั้ง แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมาบนยอดเขาแห่งปฐมกำเนิด
แต่บนแท่นหินศักดิ์สิทธิ์ เอลาริสก็ทรุดตัวลงคุกเข่า ร่างกายของเธอไร้ซึ่งเรี่ยวแรง แสงสว่างที่เคยเปล่งออกมาจากร่างของเธอจางหายไปจนหมดสิ้น ดวงตาของเธอปิดลงช้าๆ
“เอลาริส!” เฟย์กรีดร้อง เธอรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของเอลาริสไว้
ไครานและลิรินเองก็วิ่งเข้ามา พวกเขามองเอลาริสด้วยความเจ็บปวดและความเสียใจ น้ำตาของพวกเขาไหลรินอาบแก้ม
“เอลาริส… เจ้าต้องไม่เป็นอะไรนะ” เฟย์สะอื้น เธอพยายามใช้พลังเยียวยาของเธอ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ พลังแห่งชีวิตของเอลาริสได้ถูกใช้ไปจนหมดสิ้นแล้ว
เอลาริสลืมตาขึ้นช้าๆ เธอพยายามยิ้มให้สหายของเธอ “ข้า… ข้ามีความสุข… ที่ได้ปกป้อง… โลกใบนี้”
เธอเอื้อมมือที่อ่อนแรงขึ้นไปสัมผัสใบหน้าของเฟย์ “พวกเจ้า… จงมีชีวิตอยู่… เพื่อ… โลกใบนี้…”
คำพูดสุดท้ายของเอลาริสแผ่วเบาลงเรื่อยๆ จนในที่สุด ดวงตาของเธอก็ปิดลงอย่างสนิท ลมหายใจสุดท้ายของเธอหยุดลง ร่างกายของเธอกลายเป็นแสงสว่างระยิบระยับ และสลายหายไปในอากาศ ราวกับไม่ได้มีตัวตนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก
เหลือไว้เพียงสร้อยคอรูปดวงจันทร์เสี้ยวที่ลิรินมอบให้ และคทาสุริยันจันทราที่กลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้งบนแท่นหิน มันเปล่งแสงสว่างนุ่มนวล ราวกับจะบอกว่าพันธกิจได้สำเร็จลุล่วงแล้ว
เฟย์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เธอทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างไม่อาจกลั้นได้ ไครานและลิรินเองก็ทรุดตัวลงเช่นกัน พวกเขามองไปยังจุดที่เอลาริสสลายหายไป ด้วยความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
พิธีกรรมแห่งสุริยคราสได้สำเร็จลุล่วงแล้ว มาลากอร์ถูกผนึกไว้ในห้วงแห่งนิรันดร์ โลกใบนี้รอดพ้นจากความมืดมิด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เอลาริสได้ทำตามพันธสัญญาของเธอแล้ว เธอคือผู้พิทักษ์ที่แท้จริง ผู้ที่ยอมสละทุกสิ่งเพื่อโลกใบนี้ และชื่อของเธอจะถูกจดจำไว้ตลอดไปในฐานะวีรสตรีแห่งสุริยันจันทรา

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก